“เก่าไม่ไป ใหม่ประกาศเอง”
ในบรรดาตำแหน่งการเมืองลำดับของ “โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี” ความสำคัญจะอยู่หลังเก้าอี้คณะรัฐมนตรี และเมื่อต้องเป็น “กระบอกเสียงรัฐบาล” จึงไม่ใช่แค่คนอ่านตามโพย แต่ต้อง น่าเชื่อถือ พูดหรือแถลงแล้วถ่ายทอดสิ่งที่รัฐบาลต้องการสื่อสารกับประชาชนได้อย่างไม่ตกหล่น และรับรู้โดยทั่วกัน ยิ่งในยุคที่นายกรัฐมนตรี หรือรองนายกฯ ในทำเนียบรัฐบาลไม่ถนัดการสื่อสารด้วยแล้ว โทรโข่งรัฐบาลจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งยวดที่ต้องสื่อได้ตรงและชัดเจนที่สุด
และเวลานี้ เก้าอี้ตัวนั้นกำลังตกอยู่ในภาวะ “เสียงซ้อน” เมื่อ จิรายุ ห่วงทรัพย์ ยังนั่งอยู่เต็มตัว แต่ จักรภพ เพ็ญแข ก็เดินหน้าเปิดเกมรุก ประกาศตัวเป็น “ว่าที่โฆษกรัฐบาล” กรอกประวัติส่งตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว ทำเอาหลายคน “พูดไม่ออก”
จังหวะก้าวข้าม หรือเกมดันออก?
ขณะที่ จิรายุ นั่งโต๊ะแถลงผลการประชุม ครม. จักรภพ เพ็ญแข ก็โพสต์ข้อความรัวๆ ว่าด้วย “ว่าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี” ขณะที่ จิรายุ วิ่งเข้าหา “อุ๊งอิ๊งค์” แพทองธาร ชินวัตร จักรภพก็อ้างว่า “ท่านขอให้มาช่วย” ล่าสุดสดๆ ร้อนๆ ก็ตามนายทักษิณ ชินวัตร เข้าประชุมทีมไทยแลนด์ที่บ้านพิษณุโลกอีกด้วย จึงไม่ใช่แค่ส่งสัญญาณ แต่มันคือ “การทวงไมค์” อย่างท้าทาย
“การเลือก ประกาศเอง ทั้งที่เจ้าของเก่ายังอยู่ ไม่ใช่เรื่องธรรมดา ไม่ใช่เรื่องมารยาท แต่มันคือคำถามกับโครงสร้างอำนาจในทำเนียบฯ ว่าใครใหญ่”
สำหรับจิรายุ เป็นอดีต สส. อดีตผู้ประกาศข่าว ที่สื่อสารตรง เข้าใจพรรค ส่วนจักรภพ มีดีกรีอดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ที่กำกับดูแลสื่อ อดีตโฆษกประจำสำนักนายกฯ และผู้ใกล้ชิด “ทักษิณ” ดังนั้นการหวนคืนยุทธจักรโทรโข่งในยุครัฐบาลแพทองธาร อาจสื่อถึงการหวนคืนสู่ความรุ่งโรจน์ในวันวาน และสะท้อนความไม่มั่นใจในพลังการสื่อสารของทีมปัจจุบัน
เกมนี้ต้องมีคนหายไปจากจอ
เพราะแม้จะยังไม่มีคำสั่งเปลี่ยนตัวอย่างเป็นทางการ แต่ก็มีภาพซ้อนที่รัฐบาลต้องเคลียร์ให้ชัดในเร็ววัน ใครจะมานั่งเบอร์ 1 ตึกนารีสโมสร อยู่ที่การลงนามของรักษาราชการแทนนายกฯ ภูมิธรรม เวชยชัย เร็วๆ นี้
#ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#รัฐบาลแพทองธาร#ทักษิณชินวัตร#ตึกนารีสโมสร#โฆษกรัฐบาล#โทรโข่งรัฐบาล#จักรภพเพ็ญแข#จิรายุห่วงทรัพย์

