เป็นภาพของทางการกัมพูชา นำทูต-ทูตทหาร 13 ประเทศพร้อมผู้สื่อข่าวต่างประเทศลงพื้นที่บริเวณจุดผ่อนปรนช่องอานม้า (หรือที่กัมพูชาอ้างว่าเป็นช่องอานแซะ) เพื่อให้ตรวจสอบซากปรักหักพังจากการสู้รบ ภายหลังการหยุดยิง โดยเฉพาะอนุสาวรีย์ตาอม ซึ่งพลเอกฮุน มาเนต เคยสร้างขึ้นโดยละเมิดบันทึกความเข้าใจปี 2543 (MoU2543) มีรายงานว่าทางการกัมพูชากล่าวหาฝ่ายไทยว่าเป็นผู้ทำลายอนุสาวรีย์ดังกล่าว ทั้งที่มีรายงานว่าทหารกัมพูชายิงปืนใหญ่พลาดไปโดนเอง
สื่อฯ กัมพูชารายงานว่า คณะผู้แทนประกอบด้วยทูตและผู้ช่วยทูตทหารจากประเทศต่างๆ และประเทศสมาชิกอาเซียนรวม 13 ประเทศ เข้าตรวจสอบสถานการณ์จริงในพื้นที่บริเวณจุดผ่อนปรนช่องอานม้า จ.อุบลราชธานี หรือ ช่องอานแซะ จ.พระวิหาร โดยมีผู้เข้าร่วมจาก สหรัฐอเมริกา, จีน, ญี่ปุ่น, รัสเซีย, เกาหลี, ออสเตรเลีย, รวมถึงประเทศสมาชิกอาเซียน ได้แก่ มาเลเซีย, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์, ลาว, เวียดนาม และเมียนมาร์
โดยวัตถุประสงค์เพื่อแสดงให้นานาชาติเห็นว่ากัมพูชาได้ปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง พร้อมทั้งย้ำว่ากองทัพกัมพูชาได้ปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง และเคารพเงื่อนไขต่างๆ อย่างเคร่งครัด
มีคอมเมนต์มากมายในเพจ FB:Army Military Force – สำรอง แสดงความผิดหวังกับรัฐบาลไทยที่ดำเนินการช้ากว่ากัมพูชาตลอดตั้งแต่เกิดข้อพิพาท 4 พื้นที่ นำไปสู่การปะทะ การเจรจาหยุดยิงที่มาเลเซีย และล่าสุดการชิงความได้เปรียบในการอธิบายต่อนานาชาติ
ทั้งนี้รัฐบาลไทยโดยพลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เพิ่งให้สัมภาษณ์เมื่อเช้าว่า ว่าเตรียมให้กองทัพบกประสานผู้ช่วยทูตทหารจากหลายประเทศ ประจำประเทศไทย ลงพื้นที่ชายแดนเพื่อดูข้อเท็จจริง โดยเฉพาะความเสียหายที่พลเรือนไทยได้รับจากการกระทำของทหารกัมพูชา โดยจะประสานกับประเทศมาเลเซียให้เข้ามาร่วมรับฟังด้วย
ขอบคุณ FB:Army Military Force – สำรอง
#ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#กัมพูชายิงก่อน#ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด#CambodiaOpenedFire#ทหารมีไว้ปกป้องอธิปไตย#TruthFromThailand#ละเมิดหยุดยิง#กัมพูชาชิงธงนำ#อาชญากรสงคราม#ประณามกัมพูชา

