เป็นผลจากการประชุมคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ครั้งที่ 13/2568 ปรากฎว่ามีมติสำหรับในเรื่องเกี่ยวกับการพิจารณาผลการสอบสวนข้าราชการตุลาการ 3 ราย และมีมติให้ออกจากราชการ และส่ง ป.ป.ช.ดำเนินการต่อไป
รายที่ 1 เป็นกรณีมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมไม่สุภาพ ไม่สำรวมกิริยามารยาท และเข้าไปก้าวก่าย แทรกแซง การพิจารณาพิพากษาคดีของข้าราชการตุลาการอื่น อันเป็นการไม่ถือและปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนและประเพณีปฏิบัติของราชการ และจริยธรรม ของข้าราชการตุลาการ กรณีเป็นความผิดวินัยร้ายแรงเห็นควร ให้ออกจากราชการ
รายที่ 2 กรณีเป็นผู้พิพากษาเจ้าของสำนวน ทำคำพิพากษาโดยกล่าวถึงบุคคลภายนอกที่ไม่ใช่คู่ความและไม่ได้ถูกฟ้องเป็นจำเลย โดยไม่ปรึกษาและแจ้งให้องค์คณะและผู้บริหารทราบเป็นเหตุให้มีการนำคำพิพากษาส่วนดังกล่าวไปใช้ประโยชน์โดยมิชอบ อันเป็นความผิดวินัยร้ายแรง เห็นควรให้ออกจากราชการ
สุดท้ายเป็นกรณีมีพฤติการณ์เป็นที่สงสัยว่า กระทำผิดวินัย ร่วมรู้เห็นเรื่องการขอแลกเปลี่ยนเวร และร่วมขบวนการยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งปล่อยชั่วคราว โดยมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวขัดต่อกฎหมายอันเป็นดุลพินิจที่ไม่ชอบ ไม่ถือปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนและประเพณีปฏิบัติของราชการและจริยธรรมของข้าราชการตุลาการ เป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง เห็นควรไล่ออกจากราชการ และมีมติเอกฉันท์ให้ส่งเรื่องแก่คณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อดำเนินการต่อไป
มีรายงานว่า กรณีที่ 1 เป็นกรณีแทรกแซงการเพิกถอนหมายจับนายอุปกิต ปาจรียางกูร อดีต สว. ในคดีพัวพันกับการฟอกเงินขบวนการค้ายาเสพติดของ ‘ทุนมินลัต’ กรณีที่ 2 เป็นคดีวิคตอเรียซีเครท ที่ผู้ต้องหา 3 คนสำคัญนำคำพิพากษา ว่าไม่ผิดไปขอถอนออกหมายจับจนหลุดคดี และกรณีสุดท้ายเป็นการให้ประกันตัวจำเลยคดีพนันออนไลน์
ขณะที่นายรังสิมันต์ โรม สส.พรรคประชาชน โพสต์ข้อความชื่นชมมติของ ก.ต.กรณีการแทรกแซงคดีเพิกถอนหมายจับ สว. ทรงเอ เพราะเป็นผู้ที่เคยนำเรื่องนี้ไปอภิปรายไม่ไว้วางใจในปี 2566 หลังจากนี้ต้องติดตามว่าคำร้องที่ยื่นต่อ ป.ป.ช.ว่าจะดำเนินการต่ออย่างไร พร้อมตั้งคำถามไปยัง ผบ.ตร.ว่าตำรวจที่เกี่ยวข้องเรื่องนี้จะดำเนินการอย่างไรด้วย #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#มติกต#ให้ออกจากราชการ#สวทรงเอ#วิกตอเรียซีเครท#พนันออนไลน์#รังสิมันต์โรม#ผู้พิพากษา

