ตลิ่งเซาะ! รัฐสภาหมื่นล้าน “ผุ-พัง-ใกล้จมเจ้าพระยา” อดีต กมธ.ป.ป.ช. ชี้ “สิ่งมหัศจรรย์ของโลก” ส่อทุจริต กลบหลักฐานงานห่วย งบบาน 10,707 ล้าน!
อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ หรือ “สัปปายะสภาสถาน” ที่ใช้งบประมาณมหาศาล กำลังเผชิญกับสภาพ “ผุ-พัง-ใกล้จมเจ้าพระยา” เผยให้เห็นถึงความบกพร่องในการก่อสร้างที่น่าตกใจ โดยเฉพาะบริเวณริมน้ำที่ตลิ่งเซาะจนเห็นโครงสร้างภายใน ขณะที่การขออนุมัติงบประมาณรีโนเวทอีก 2.7 พันล้านบาท ทั้งที่เพิ่งใช้งานได้ 5 ปี ยิ่งจุดประเด็นข้อสงสัยถึง “มหากาพย์แห่งการโกง” ที่ยังไม่สิ้นสุด
ล่าสุด นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.ประชาธิปัตย์ และอดีตกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) ซึ่งติดตามตรวจสอบโครงการนี้มาอย่างต่อเนื่อง ได้นำสื่อมวลชนนั่งเรือสำรวจบริเวณท่าเรือเกียกกาย เผยให้เห็นถึงความผิดปกติที่ชวนให้ยกย่องว่าเป็น “สิ่งมหัศจรรย์ของโลก” ที่สร้างขึ้นมาในลักษณะนี้
เปิดปมพิกัด “ความพังพินาศ” ของรัฐสภาหมื่นล้าน
นายวิลาศได้ชี้จุดสำคัญที่พบระหว่างการสำรวจ ดังนี้:
เสาตอม่อค้ำยันริมน้ำที่ผิดแปลก: เสาหลายต้นมีลักษณะเอียงและหันสลับมั่วไปหมด ราวกับถูกติดตั้งอย่างเร่งรีบและไม่ได้มาตรฐาน
แนวกันคลื่นริมตลิ่งร่อนหลุด: เผยให้เห็นโครงสร้างเหล็กและปูนที่อยู่ภายใน สะท้อนถึงคุณภาพงานที่ไม่ได้มาตรฐานและอาจเป็นอันตราย
กระเบื้องร้าว-ปูนเปื้อย: นอกจากสภาพริมน้ำแล้ว การตรวจสอบยังพบว่าแผ่นหินวิชิตาสีส้มที่ปูทางเดินโดยรอบศาลาแก้วแตกหักง่าย เนื่องจากไม่มีพื้นปูนรองรับ ส่วนพื้นไม้สักทั้งศาลาและโดยรอบอาคารชั้นล่างกลับมีร่องห่างเกินมาตรฐาน แสดงว่าไม้ไม่ได้อบแห้งตามสัญญา
นายวิลาศตั้งข้อสังเกตอย่างเผ็ดร้อนว่า “ถ้าอาคารมูลค่าหมื่นล้านขนาดนี้ ทำไมถึงพบการก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐานมากมายขนาดนี้” พร้อมย้ำว่านี่คือ “ที่สุดของความยอดแย่ในทุกด้าน” ไม่ว่าจะเป็นการก่อสร้างที่เละเทะที่สุด สร้างผิดแบบมากที่สุด และโกงมากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โครงการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่นี้ถูกยื่นเรื่องร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. ให้ตรวจสอบแล้วถึง 56 กรณีด้วยกัน
“มหากาพย์โกง”: ขยายเวลากว่า 2,900 วัน งบบาน 10,707 ล้าน!
นายวิลาศยังได้เปิดโปงถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นในโครงการนี้มาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะประเด็นการ ขยายระยะเวลาก่อสร้างถึง 6 ครั้ง จากเดิม 900 วัน เพิ่มขึ้นไปอีกเกือบ 2,900 วัน รวมเป็นกว่า 3,700 วัน ด้วยเหตุผลที่เขาเรียกว่า “แสนพิลึกพิลั่น” เช่น การอ้างปัญหาการส่งมอบพื้นที่ที่จริงแล้วส่งมอบครบแล้ว หรือการนำสถานการณ์โควิด-19 และมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการมาเป็นข้ออ้างในการขอขยายเวลา ทั้งที่การก่อสร้างยังคงดำเนินไปตามปกติ
ผลจากการขยายเวลาอย่างไม่ชอบมาพากลนี้ ทำให้งบประมาณของโครงการบานปลายจากเดิม 12,280 ล้านบาท พุ่งทะยานไปถึง 22,987 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นถึง 10,707 ล้านบาท!
2.7 พันล้าน “รีโนเวท” หรือ “กลบหลักฐาน” ?
ประเด็นที่ร้อนระอุล่าสุดคือ การที่รัฐสภาเตรียมของบประมาณเพิ่มเติมอีกกว่า 2.7 พันล้านบาท เพื่อใช้ในการรีโนเวทปรับปรุงพื้นที่ โดยอ้างว่าเพื่อ “ส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของสภาฯ” ทั้งที่อาคารเพิ่งเปิดใช้งานมาเพียง 5 ปี และยังอยู่ในช่วงรับประกัน 2 ปีนับจากวันที่ส่งมอบงาน 4 ก.ย. 2566
นายวิลาศตั้งข้อสังเกตว่า การของบรีโนเวทครั้งนี้อาจเป็นเพียงข้ออ้างที่จะ “เข้าไปกลบปัญหา” และ “ทำลายหลักฐาน” ของงานก่อสร้างเดิมที่ทำผิดแบบและไร้คุณภาพ เพื่อให้บริษัทผู้รับเหมาไม่ต้องควักกระเป๋าจ่ายค่าซ่อมแซมในช่วงรับประกัน โดยเขาได้ชี้ 3 จุดที่น่าสงสัยในโครงการรีโนเวทนี้
ปัญหาน้ำรั่วซึมชั้น B2 กว่า 100 จุด: ซึ่งเกิดขึ้นก่อนการตรวจรับงานและมีการก่อสร้างผิดแบบ แต่กลับมีการตรวจรับงานภายหลัง และมีการของบเพิ่มเพื่อทำที่จอดรถใต้ดินเพิ่มเติม ซึ่งอาจมีเจตนาตั้งโครงการใหม่เพื่อกลบปัญหาเดิม
งบปรับปรุง “ศาลาแก้ว” 123 ล้านบาท: แม้จะอ้างว่าเพื่อใช้ในงานพระราชพิธี แต่กลับพบความผิดปกติทั้งขนาดหินทางเดินที่ไม่ตรงแบบ, โครงสร้างที่ไม่เชื่อมติดกัน และกระเบื้องใต้สระน้ำหลุดร่อน ซึ่งอาจเป็นการใช้งบเพื่อรื้อของเก่าที่มีปัญหาออก แทนที่จะให้บริษัทคู่สัญญาแก้ไข
งบปรับปรุงพื้นที่ “สระมรกต”: ที่มีการปูพื้นด้วยไม้ตะเคียนทองที่พบไม้ปลอมและขนาดไม่ตรงแบบ นายวิลาศสงสัยว่าการใช้งบนี้อาจเป็นการปกปิดเรื่องเก่า เพื่อไม่ให้ถูกตรวจสอบ
นายวิลาศย้ำว่า แม้บริษัทจะส่งมอบงานในวันที่ 4 ก.ย. 2566 แต่คณะกรรมการตรวจรับงานจริงในวันที่ 5 ก.ค. 2567 ดังนั้นวันสิ้นสุดระยะเวลาประกันจึงควรเป็นวันที่ 5 ก.ค. 2569 ทำให้หากจุดใดชำรุดก่อนหน้านั้น ยังคงเป็นความรับผิดชอบของบริษัทคู่สัญญา ซึ่งต้องมีการตรวจสอบอย่างโปร่งใส
.
#ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#รัฐสภา#ทุจริต#สัปปายะสภาสถาน#ตลิ่งเซาะ#วิลาศจันทร์พิทักษ์

