นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ นักกฎหมายและอดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ เขียนเรื่องนี้ในโพสต์ส่วนตัวว่า ความจริงทุกคนก็รู้ ว่าไม่ได้ชอบพรรคภูมิใจไทยหรอก แต่เห็นว่าการวางตัวของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่มีต่อรัฐบาล และนายกรัฐมนตรีมีความเหมาะสม เป็นการให้เกียรติ,เคารพ,รับฟังคำสั่ง อย่างเหมาะสม แต่เมื่อถึงจุดๆหนึ่ง ที่ก้าวข้ามกันไม่ได้ก็ “เข้มแข็งอย่างสุภาพ”
“หากพรรคเพื่อไทย เอาพรรคภูมิใจไทย ออกจากรัฐบาล ผมว่า “ได้ไม่คุ้มเสีย” นี่ผมกล่าวในฐานะประชาชนผู้มองการเมืองอยู่ห่างๆ ไม่มีสถานะของสมาชิกพรรคการเมืองใดๆ” นายนิพิฏฐ์ระบุ
ขณะที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต.และกูรูการเมืองอีกคนโพสต์เรื่องพรรคภูมิใจไทยเช่นกันโดยโยงกรณีไทย-กัมพูชาว่า เพื่อนกันเขาไม่ยื่นคำขาดกัน เป็นคำที่กระทรวงต่างประเทศไทย เคยใช้กับกัมพูชา เวลา ฮุนเซ็น ยื่นคำขาดให้ไทยเปิดด่านเป็นปกติใน 24 ชม. ไม่เช่นนั้นจะโน่นจะนี่
อาจเป็นคำที่เหมาะกับการเมืองไทยในขณะนี้ที่เพื่อไทยยื่นคำขาดขอยึดกระทรวงมหาดไทยคืนจากภูมิใจไทย ให้เวลาในการตัดสินใจ 48 ชม. ไม่งั้นก็ไปเป็นฝ่ายค้าน การยื่นคำขาด (Ultimatum) นั้นเป็นผล หากคุณมีแสนยานุภาพเหนือกว่า ฝ่ายที่ถูกยื่นย่อมกลัวลนลานจนต้องรีบปฏิบัติตาม
เมื่อครบ 24 ชม. คำขาดของฮุนเซ็นจึงไม่มีผลอะไร ไม่มีการรีบเปิดด่านตาม ยกเว้นคำพูดกวนกลับว่า เรายังไม่เคยปิดด่านแค่ลดเวลาเปิด ทั้งนี้ เพราะไทยเห็นว่าฝ่ายยื่นคำขาดนั้นบ่มิไก๊ ฮุนเซ็นต้องมาแก้ตัวแก้เขินว่า สื่อไปลงเอง สื่อแปลความหมายผิด
คำขาดของเพื่อไทย เมื่อครบ 48 ชม. หรือบ่ายสามวันพฤหัส จะเป็นการพิสูจน์ว่า เพื่อไทยบ่มิไก๊กะเขาด้วยหรือไม่ครบ 48 ชม. หากไม่มีอะไรเกิดขึ้นจะมีแกนนำเพื่อไทยมาบอกว่า สื่อไปลงเอง ไม่มีการยื่นคำขาดจากนายกเลย สื่อเอาข่าวที่ไหนมาลง “ฮุนเซ็น รัก เพื่อไทยเพราะเหตุนี้แหละ”
#ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#บทเรียนชีวิต#ราชสีห์กับหนู#อำนาจไม่ใช่ทุกอย่าง#ปรับครม. #มท1#เพื่อไทย#ภูมิใจไทย#เส้นตาย

