“เงินอยากได้ แต่ต้องไม่แลกด้วยการสูญเสียวัฒนธรรมกระเหรี่ยง”
คือถ้อยคำจากยายชาวกะเหรี่ยงคนหนึ่ง ที่เปล่งออกมาจากหัวใจแห่งผืนป่า — เป็นคำพูดที่ทำให้ ศ.ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน รองประธานที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ถึงกับต้องย้อนถามตัวเองว่า
“คนไทยบนพื้นราบ สูญเสียอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมไปตั้งแต่เมื่อไร และอย่างไร”
การเดินทางสู่บ้านไร่ อุทัยธานี และด่านช้าง สุพรรณบุรี ระหว่างวันที่ 16–17 กรกฎาคม ที่ผ่านมา อาจเรียกได้ว่าเปิดโลกของ ”ทุนวัฒนธรรม“ ที่ซ่อนอยู่ในเส้นใยผ้ากะเหรี่ยง ให้คณะทำงานจากกระทรวง พม. ได้สัมผัสถึงหัวใจของผ้าทอ—ไม่ใช่เพียงศิลป์แห่งหัตถกรรม แต่คือโจทย์ของการแปรอัตลักษณ์เป็นเศรษฐกิจฐานรากที่ยั่งยืน
—————
จากด้ายฝ้ายโรงงาน สู่ “ผ้าย้อมหิน”
ชาวกะเหรี่ยงเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีทักษะด้านเกษตรและหัตถกรรม โดยเฉพาะ “การทอผ้า” ซึ่งเป็นทั้งภูมิปัญญาและความภาคภูมิใจ
แต่เมื่อพื้นที่เพาะปลูกมีจำกัด พวกเขาจึงต้องเลือกปลูกข้าวไร่เพื่อกิน มากกว่าจะปลูกฝ้ายเพื่อทอผ้าเหมือนในอดีต
“ชาวกระเหรี่ยงจึงซื้อด้ายฝ้ายสำเร็จรูปจากโรงงาน และนำมาย้อมสีธรรมชาติตามอัตลักษณ์ของตน” ศ.ดร.กนก เล่า
และสิ่งที่น่าทึ่งคือ คนรุ่นใหม่เริ่มกลับมาใส่ใจสิ่งแวดล้อม — ปฏิเสธการใช้สีเคมี และหันมาใช้ “เปลือกไม้” และวัสดุจากธรรมชาติย้อมผ้าอีกครั้ง
“โจทย์ที่ผมได้รับจากกระเหรี่ยง คือการนำหินสีมาเปลี่ยนเป็นสีย้อมผ้า ที่ต่อไปอาจจะเรียกชื่อว่า ‘ผ้าย้อมหิน’ ที่เป็นผ้าทอกระเหรี่ยงแบบใหม่”
—————
วัฒนธรรม…ที่ไม่มีวันขาย
เรื่องราวที่ทำให้ศ.ดร.กนกประทับใจอย่างมากคือ ชาวกะเหรี่ยงให้ความสำคัญกับ “ความสัมพันธ์” มากกว่า “ผลกำไร” ไม่ใช่เพราะไม่ต้องการเงิน แต่เพราะไม่อยากแลกมันกับสิ่งที่เป็นรากเหง้าของพวกเขา
“คุณยายกระเหรี่ยงคนหนึ่งพูดกับผมชัดว่า ‘เงินอยากได้แต่ต้องไม่แลกด้วยการสูญเสียวัฒนธรรมกระเหรี่ยง’” ศ.ดร.กนก ย้ำถ้อยคำที่ตรึงตราอยู่ในใจ
แม้เป็นคนที่ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายบนภูเขา แต่เมื่อถูกทดสอบด้วยคำถามเชิงปรัชญา ชาวกะเหรี่ยงกลับแสดงให้เห็นถึงความลุ่มลึกทางความคิด
“ผมทดลองให้พวกเขาเลือกเงินกับความยั่งยืนของธรรมชาติ ความรวยกับเพื่อนบ้านและชุมชน ครอบครัวกับอาชีพที่ทำ เป็นต้น พวกเขาเลือกญาติพี่น้อง ครอบครัว เพื่อน ชุมชน ป่า น้ำ ดิน ก่อนเงินและประโยชน์ส่วนตัว”
—————
โจทย์ที่ท้าทาย…เพื่อไม่ให้ “ความงาม” หายไป
ความเข้าใจในวิถีของชาวกระเหรี่ยง นำมาสู่โจทย์การทำงานที่ยากขึ้น เพราะไม่ใช่แค่ทำให้ผ้าทอสวยขึ้น ขายได้มากขึ้น แต่ต้องไม่ละเมิดจิตวิญญาณที่ถักทออยู่ในผืนผ้า
“แนวคิดการดำเนินชีวิตที่พวกเขาหวงแหน ทำให้โจทย์การพัฒนาคุณภาพผ้าทอและการประยุกต์ลายผ้ากระเหรี่ยงให้เป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ผ้าทอที่ทีมกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ต้องทำยากขึ้น แต่ท้าทายมากขึ้นไปพร้อมๆ กัน”
—————
ในวันที่กรุงเทพฯ ถูกโอบล้อมด้วยแบรนด์และวัฒนธรรมนำเข้า…
“ผ้าย้อมหิน” ที่ทอด้วยมือ และย้อมด้วยใจ อาจกลายเป็นสิ่งเตือนให้เรากลับมาคิดถึงคำถามของ ศ.ดร.กนก ที่ยังไม่มีคำตอบชัดเจน:
“คนไทยบนพื้นราบ สูญเสียอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมไปตั้งแต่เมื่อไร และอย่างไร”
แต่คำถามที่ท้าทายยิ่งไปกว่านั้นคือ
จะทำอย่างไรให้ “ผ้าย้อมหิน” จากดอยไปถึงตลาด โดยไม่ทำให้จิตวิญญาณของผืนผ้าหล่นหาย
และให้วัฒนธรรมกระเหรี่ยงกลายเป็นส่วนหนึ่งของคำตอบในสมการ “เศรษฐกิจฐานราก” ที่แท้จริง
อ่านโพสต์ต้นฉบับคลิก https://www.facebook.com/share/p/16b4Vau2is/
#ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#กนกวงษ์ตระหง่าน#กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์#เศรษฐกิจฐานราก

