22 กรกฎาคม 2568 – นายสมชาย แสวงการ อดีตสมาชิกวุฒิสภา เปิดเผยว่าในวันพรุ่งนี้ (23 ก.ค.) กลุ่ม “รวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย” เตรียมหารือกันถึงพัฒนาการล่าสุดของปัญหาชายแดนไทย–กัมพูชา หลังจากเกิดเหตุการณ์ทหารไทยได้รับบาดเจ็บจาก ทุ่นระเบิดสังหาร ที่ ถูกฝังอยู่ในฝั่งไทย จนทำให้ทหารขาขาด 1 นาย และบาดเจ็บอีก 2 นาย
นายสมชายระบุว่า เหตุการณ์นี้ถือเป็น การละเมิดข้อตกลงอนุสัญญาออตตาวา อย่างร้ายแรง ซึ่งไทยและกัมพูชาต่างเป็นภาคีด้วยกันทั้งคู่
“ได้พูดคุยกับแม่ทัพภาคที่ 2 แล้ว และเห็นตรงกันว่าจำเป็นต้องใช้ มาตรการเข้มข้นในการปกป้องอธิปไตย หากมีกองกำลังจากฝั่งกัมพูชาบุกล้ำเข้ามา ต้องมีการแจ้งเตือน และหากไม่ถอยจำเป็นต้องใช้มาตรการตอบโต้ตามความเหมาะสม”
นอกจากนี้ นายสมชายยังเสนอให้ เปิดพื้นที่ให้สื่อมวลชนเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อนำภาพและข้อมูลมาเผยแพร่ต่อสาธารณะ เพื่อความโปร่งใส และให้ประชาชนเข้าใจสถานการณ์อย่างถูกต้อง
⸻
เสนอ “ปิดปราสาทตาเมือนธม” หวั่นบานปลาย–ยั่วยุจนกลายเป็นสงคราม
สำหรับกรณี ปราสาทตาเมือนธม ที่อยู่บริเวณชายแดน อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ นายสมชายเสนอให้ปิดการเข้าชมฝั่งกัมพูชาอย่างน้อยเป็นเวลา 1 สัปดาห์ หรือปิดถาวร จนกว่าจะมีการเจรจาอย่างเป็นทางการระหว่างรัฐบาลไทย–กัมพูชา
“สถานการณ์ที่เกิดขึ้นมีความเสี่ยงที่จะเกิดการยั่วยุระหว่างประชาชน โดยเฉพาะจากฝั่งกัมพูชา ซึ่งอาจบานปลายเป็นเหตุปะทะรุนแรง จึงควรมีมาตรการเชิงป้องกันล่วงหน้า”
⸻
บริจาคโดรน 30 ล้าน มอบให้กองทัพภาค 2 ใช้ลาดตระเวนชายแดน
นายสมชายยังเปิดเผยด้วยว่า กลุ่มรวมพลังฯ ได้นำ โดรนลาดตระเวน ซึ่งซื้อจากเงินบริจาคของประชาชนในกิจกรรมชุมนุมเมื่อวันที่ 28 มิถุนายนที่ผ่านมา จำนวนกว่า 30 ล้านบาท ไปมอบให้กับ พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2
“โดรนเหล่านี้จะใช้ในการลาดตระเวน ติดตามการเคลื่อนไหวของกองกำลังฝ่ายตรงข้าม หากใครล้ำแดน ก็สามารถบันทึกภาพเป็นหลักฐานได้ทันที”
นายสมชายกล่าวทิ้งท้ายว่า ขณะนี้แม่ทัพภาคที่ 2 และกำลังพลมีขวัญกำลังใจดี พร้อมปกป้องอธิปไตยและความสงบเรียบร้อยของประเทศอย่างเต็มที่
#ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#พลโทบุญสินพาดกลาง#รวมพลังแผ่นดินฯ#อนุสัญญาออตตาวา#กองทัพไทย#ชายแดนไทยกัมพูชา#ความสัมพันธ์ไทยกัมพูชา#ลอบวางทุ่นระเบิด#ทุ่นระเบิด#ปิดปราสาทตาเมือน#ล้ำอธิปไตยไทย

