เป็นประกาศเมื่อช่วง 3 นาฬิกาตามเวลาประเทศไทย นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้แถลงที่ทำเนียบขาวว่า วันนี้เป็นวันแห่งการปลดแอกที่รอคอยมานาน สหรัฐฯ และประชาชนชาวอเมริกันผู้เสียภาษีถูกขูดรีดมานานกว่า 50 ปี ซึ่งจะต้องไม่เป็นแบบนั้นอีกต่อไป
พร้อมประกาศจัดเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากทุกประเทศขั้นต่ำ 10% เริ่มมีผลหลังเที่ยงคืนวันที่ 5 เมษายนตามเวลาสหรัฐฯ และยังกับโชว์กระดานตารางภาษี และอธิบายตัวเลขอัตราภาษีใหม่แบบรายประเทศ โดยอ้างว่าเป็นมาตรการที่ “ลดหย่อนแล้ว” เมื่อเทียบกับอัตราภาษีที่สหรัฐฯ เคยถูกเรียกเก็บจากประเทศเหล่านั้นในอดีต ไม่ได้เป็นอัตราภาษีที่ตอบโต้แต่ละชาติอย่างเต็มกำลัง
จากตารางที่นำมาแสดง ประเทศในแถบเอเชียนั้น จีนถูกเก็บภาษีนำเข้าร้อยละ 34 ส่วนในอาเซียนที่ถูกเก็บภาษีในอัตราที่สูงเป็นอันดับต้นๆ คือ กัมพูชา ร้อยละ 49, ลาว ร้อยละ 48, เวียดนาม ร้อยละ 46, เมียนมา ร้อยละ 44 ส่วนไทย ร้อยละ 36 ซึ่งกรณีของประเทศไทยยังสูงกว่าไต้หวัน อินเดีย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น มาเลเซียและ สิงคโปร์
มาตรการขึ้นภาษีเพื่อตอบโต้คู่ค้าของสหรัฐฯ ครั้งนี้ถือว่าสะเทือนไปทั้งโลก และคาดว่าจะนำไปสู่สงครามการค้าที่บรรดาคู่ค้าของสหรัฐฯต้องหาวิธีการตอบโต้กลับเช่นกัน โดยเฉพาะจีน และยุโรป ทั้งที่หลายฝ่ายเชื่อว่าไม่เป็นประโยชน์กับฝ่ายใด
โดยเมื่อวานนี้ภาครัฐ และเอกชนของไทยร่วมกันประเมินสถานการณ์นี้ ซึ่งตอนแรกคาดว่าจะถูกปรับขึ้นภาษีเพียง 11% ประเมินผลกระทบสินค้าอุตสาหกรรม-เกษตรฯ เสียหาย 7-8 พันล้านดอลลาร์ หรือ 2.3-2.7 แสนล้านบาท แต่เมื่อสูงถึง 36% ความเสียหายอาจพุ่งสูงขึ้นมากเป็น 2 เท่า ต้องจับตาว่ารัฐบาลจะมีมาตรการรับมือสถานการณ์นี้เช่นไร เบื้องต้นประธานสภาหอการค้าแนะนำเข้าสินค้าสหรัฐ – ลดแรงกดดันการค้าเพื่อเดินหน้าเจรจาลดภาษีต่อไป #ThePublisherTH #สงครามการค้า #รัฐบาลแพทองธาร #สหรัฐฯขึ้นภาษี #สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม #สงครามภาษี #วันปลดแอก #ภาษี

