จากเอกสารสรุปผลคดีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่วันนี้ศาลอาญา นัดฟังคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องตามความผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 (ม.112) และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ กรณีจำเลยให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเกาหลีใต้เมื่อปี 2558 มีลักษณะพาดพิงสถาบัน
โดยศาลพิเคราะห์จากพยานหลักฐานที่โจทก์และจำเลยแล้วเห็นว่า คลิปดังกล่าวเป็นบุคคลและเสียงของจำเลยที่ให้สัมภาษณ์จริง ส่วนข้อความเป็นการพูดหรือแสดง หรือพาดพิงหรือทำให้เข้าใจได้ว่าเป็นลักษณะหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อองค์พระมหากษัตริย์หรือไม่ ศาลเห็นว่าจะต้องระบุถึงตัวบุคคล หรือมีข้อเท็จจริงหมายถึงบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ ส่วนการดูหมิ่นต้องพิจารณา ว่าเป็นการดูถูกเหยียดหยาม หรือสบประมาทถึงขนาดทำให้อับอายหรือไม่ อีกทั้งความผิดฐานหมิ่นประมาท หรือดูหมิ่นผู้อื่น เมื่อวิญญูชนทั่วไปได้พบเห็นหรืออ่าน หรือได้ยินแล้ว จะส่งผลให้ผู้ถูกกระทำเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือเกลียดชังหรือไม่
เมื่อพิจารณาแล้วจำเลยมิได้ใช้คำ หรือสรรพนามที่ระบุเฉพาะเจาะจงให้เข้าใจว่าหมายถึงพระมหากษัตริย์ แต่ใช้สรรพนามบุรุษที่ 3 ว่า “เขา” และยังมีคำว่า องคมนตรี ทหาร Palace Circle และคนในวัง ส่วนพยานโจทก์ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านภาษา กับพยานบุคคลที่โจทก์อ้าง ล้วนเข้าร่วมชุมนุมขับไล่จำเลย ส่อแสดงว่าเป็นผู้มีอคติต่อจำเลย มีข้อสงสัยถึงความเป็นกลาง ไม่อาจแสดงให้เชื่อได้ว่า วิญญูชนทั่วไปจะตีความข้อความที่จำเลยกล่าวไปในลักษณะที่พยานเข้าใจ
ในสรุปคำพิพากษายังระบุพยานตำรวจของฝ่ายโจทก์ ก็ต่างเห็นว่าพยานหลักฐานไม่เพียงพอที่จะสั่งฟ้องจำเลย เพราะคลิปวิดีโอของกลางไม่อาจยืนยันได้ว่าเป็นต้นฉบับ ประกอบเมื่อพิจารณาคลิปมาเผยแพร่เข้าใจว่าจำเลยโจมตีการยึดอำนาจ และรัฐประหาร พาดพิงนายสุเทพ กับนายทหารชั้นผู้ใหญ่ และองคมนตรีเท่านั้น
พยานหลักฐานทั้งหมด จึงยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอให้รับฟังว่า จำเลยกล่าวข้อความตามคำฟ้อง หรือเมื่อวิญญูชนทั่วไปพบเห็นหรืออ่านข้อความแล้วจะเข้าใจเช่นนั้น อีกทั้งการสืบพยานหลักฐานของโจทก์ก็ไม่พิสูจน์ว่าจำเลยกระทำผิด และเมื่อรับฟังไม่ได้ว่ากระทำผิดตามฟ้องแล้ว จำเลยจึงไม่มีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ด้วย
#ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#ศาลฎีกา#ทักษิณชินวัตร#ม112

