วันที่ 15 มิ.ย. 2568 – วาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวอาวุโสสายทหาร โพสต์ผ่านแพลตฟอร์ม X (เดิมชื่อ Twitter) ถึงเบื้องหลังการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย–กัมพูชา (JBC) ซึ่งกำลังจัดขึ้นที่กรุงพนมเปญ โดยระบุว่า ฝ่ายกัมพูชาใช้เวทีการประชุมนี้ประกาศชัดว่า จะเสนอเรื่อง “สิทธิใน 3 ปราสาท” 1 พื้นที่ต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ)
“กัมพูชา แจ้งในที่ประชุมว่า กัมพูชาจะเสนออ้างสิทธิ์ 3 ปราสาท 1 พื้นที่ ต่อศาลโลก และจะให้ลงบันทึกการประชุม แต่ฝ่ายไทยค้าน” — วาสนา นาน่วม
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายกัมพูชาได้ใช้โอกาส “กล่าวในช่วงการกล่าว Remarks” แทนการบันทึกเป็นรายงานการประชุม โดยฝั่งไทย ไม่ยอมให้มีการบันทึกลงในเอกสารอย่างเป็นทางการ เพราะเกรงว่าจะกลายเป็น “หลักฐานทางการทูต” ซึ่งอาจทำให้ไทยตกอยู่ในฐานะผู้รับรู้หรือไม่คัดค้าน
“ไทยอย่ายอม! เพราะจะเป็นหลักฐานว่าไทยรับทราบต้องประท้วงแย้ง” — วาสนา เตือนผ่านโพสต์
⸻
ศึกชายแดนขยายแนวรบ – จากเวที JBC สู่ศาลโลก
การเปิดเผยดังกล่าวเกิดขึ้นในวันเดียวกับที่ ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา โพสต์ภาพและข้อความว่า ได้ยื่นหนังสือถึงศาลโลกอย่างเป็นทางการ เพื่อขอให้วินิจฉัยข้อพิพาทในพื้นที่ 4 จุดรอบปราสาทตาเมือน–ตาควาย–ช่องบก ซึ่งเป็นพื้นที่อธิปไตยของไทยแต่กัมพูชาอ้างเป็นของตัวเอง
⸻
ไทยยังตั้งรับ–ขณะเขมรขยับเกมเต็มรูปแบบ
แม้ฝ่ายไทยจะยังอยู่ในระหว่างการเจรจาเชิงเทคนิคบนโต๊ะ JBC และย้ำไม่ยอมรับเขตอำนาจศาลโลก แต่ภาพที่ปรากฏในวันนี้ คือการที่กัมพูชาใช้ทุกเวที—ทั้งการทูต การประชุม และการสื่อสารสาธารณะ—เพื่อเดินหน้า “บันทึกประวัติศาสตร์ตามมุมมองของตนเอง”
ท่ามกลางเสียงเตือนจากผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคง ฝ่ายไทยจะต้องไม่เพียงแต่เจรจา แต่ต้องเดินเกมการเมืองระหว่างประเทศให้ทัน เพื่อไม่ให้เพลี่ยงพล้ำในสายตานานาชาติมากไปกว่านี้
#เล่ห์เขมร#JBC#ศาลโลก#ปราสาทตาเมือนธม#ช่องบก#ปราสาทตาเมือนโต๊ด#ปราสาทตาควาย#ชายแดนไทยเขมร#ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม


