องค์กรนิรโทษกรรมสากล หรือแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชันแนล เผยแพร่รายงานและคลิปวิดิโอวันนี้ กล่าวหารัฐบาลกัมพูชาเพิกเฉยต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนสารพัดรูปแบบ ปล่อยให้กระทำการเป็นทาสและการทรมานอย่างกว้างขวางในศูนย์สแกมเมอร์กว่า 50 แห่งทั่วประเทศที่เต็มไปด้วยความโหดเหี้ยม
ในรายงานระบุหนึ่งในผู้รอดชีวิตกล่าวในรายงานว่า “ฉันคือทรัพย์สินของคนอื่น” ตอนแรกทุกคนสมัครทำงานปกติ แต่กลับถูกจับค้ามนุษย์ ถูกกักขังในศูนย์เหมือนเรือนจำ ถูกบังคับให้ทำงานมิจฉาชีพออนไลน์ในอุตสาหกรรมมืด มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ที่หลอกเหยื่อทั่วโลก
แอกเนส คาลามาร์ด เลขาธิการแอมเนสตี้ฯ เผยว่าผู้รอดชีวิตเล่าว่าเหมือนติดอยู่ในฝันร้าย ถูกบังคับให้เข้าองค์กรอาชญากรรมที่กระทำการภายใต้ความยินยอมที่เห็นได้ชัดของรัฐบาลกัมพูชา ในงานวิจัยเปิดโปงว่าเจ้าหน้าที่กัมพูชาดำเนินการไม่มากพอในการปราบปราม และชี้ให้เห็นถึงการประสานงาน และอาจถึงขั้นสมรู้ร่วมคิดระหว่างหัวหน้าศูนย์ชาวจีนกับตำรวจกัมพูชา ทำให้ปฏิบัติการอาชญากรรมรุนแรงและแผ่ขยายเป็นวงกว้าง แสดงถึงการยอมรับ และชี้ความเกี่ยวข้องของรัฐในการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้น
จากปากคำผู้รอดชีวิตระบุถูกหลอกว่าทำงานดี มีสวัสดิการหรู แต่กลับถูกคุมตัวมียามอาวุธครบคอยจับตา บังคับให้ทำงานหลอกลวง พอพยายามหลบหนีก็จะถูกทำร้ายร่างกาย หรือซ้อมอย่างรุนแรง นอกจากนี้ยังพบว่าศุนย์สแกมเมอร์มีลักษณะคล้ายออกแบบเพื่อกักขังคน ติดกล้องวงจรปิด ลวดหนามรอบกำแพง มีผู้คุมถืออาวุธ “ปิดทางหนี”
ในรายงานพบว่ารัฐบาลกัมพูชาล้มเหลวในการสืบสวนเหตุละเมิดสิทธิมนุษยชนในศูนย์สแกมเมอร์ ทั้งที่ได้รับแจ้งซ้ำแล้วซ้ำเล่า และมักอ้างว่ากำลังแก้ปัญหาวิกฤตสแกมเมอร์ แต่ทางการกลับมุ่งเป้าไปที่ผู้เปิดโปงปัญหาศูนย์สแกมเมอร์ มีนักปกป้องสิทธิมนุษยชนและสื่อมวลชน ถูกจับกุม ถูกสั่งปิดในปี 2566 เพื่อตอบโต้การรายงานเรื่องวิกฤตสแกมเมอร์อีกด้วย #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#สแกมเมอร์กัมพูชา#แอมเนสตี้#ค้ามนุษย์#รัฐบาลกัมพูชา#ทรมานเยี่ยงทาส#ปราบแก๊งคอลเซนเตอร์กัมพูชา

