กัมพูชารุกเต็มรูป—แต่แถลงการณ์ไทย…ยังอยู่ในโหมด “เพื่อนบ้านที่ดี”?
“ประชาคมอาเซียนจะเข้าใจไหม ในเมื่อเรายังไม่เข้าใจตัวเอง?”
หลังเหตุปะทะบริเวณช่องบก จ.อุบลราชธานี เมื่อ 28 พ.ค. 68 ที่ทหารไทยต้องปะทะกับกัมพูชาในพื้นที่อ้างสิทธิ์ แรงกดดันต่อรัฐบาลไทยก็ตามมาติด ๆ ว่าท่าทีของเรานั้น…แข็งแกร่งพอหรือไม่?
ล่าสุด รัฐบาลออกแถลงการณ์เมื่อเช้าวันที่ 4 มิ.ย. ยืนยัน “สถานการณ์ปกติ” และพร้อม “แก้ไขปัญหาทุกมิติ” โดยเน้นย้ำจุดยืนแบบสันติวิธี เจรจา และใช้กลไก JBC เป็นหลัก
แต่ในเมื่ออีกฝ่ายกำลังดึงไทยเข้าสู่ศาลโลกอย่างเป็นระบบ—คำถามก็คือ เรารับมือด้วย “น้ำเสียงเบา ๆ” แบบนี้จริงหรือ?
ถ้าเขาคำรามมาอย่างเสือ
เราไม่ได้ทำแม้กระทั่งขู่กลับ…
มีแต่เสียงครางแบบแมวดังลอดออกมาเท่านั้น
นี่ใช่ท่าทีที่ควรจะเป็นของรัฐบาลไทยในการรักษาเกียรติภูมิของชาติจริง ๆ หรือ?
⸻
กัมพูชาเร่งเกมรุก–ไทยเร่งรักษาบรรยากาศ?
ฮุน มาเนต นำทีมรัฐบาล–รัฐสภากัมพูชา เดินเกมรุกต่อเนื่อง เตรียมยื่นข้อพิพาทพื้นที่ 4 จุด รวมถึงช่องบกเข้าสู่ศาลโลก ย้ำ “อ้างใช้สิทธิ” ภายใต้หลักกฎหมายสากล
ขณะที่รัฐบาลไทย ออกแถลงการณ์ตอบโต้แบบกลาง ๆ ว่าไทยพร้อมใช้กลไก JBC, GBC และ RBC ซึ่งเป็น “กลไกทวิภาคี” ที่มีอยู่เดิม โดยยังไม่แตะต้องการตอบโต้ในเวทีศาลโลก
ฟังดูเหมือนคงสถานะ “รักษาความสงบ” แต่ในสายตานานาชาติ—ไทยดูนิ่งเกินไปหรือไม่?
ปล่อยให้ทหารอยู่ด่านหน้า แสดงความพร้อมรบ
แต่ระดับนโยบาย…ยังโลกสวยรวยคำหรู
⸻
ข้อดีของแถลงการณ์ไทย: เสียงเดียวจากรัฐบาล
ต้องยอมรับว่า แถลงการณ์รัฐบาลครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มี “น้ำเสียงจากรัฐบาล” อย่างเป็นทางการ ไม่ใช่แค่ รมว.กลาโหม หรือโฆษกกองทัพบก แต่เป็นการยืนยันจากนายกฯ ผ่านโฆษกรัฐบาลว่า…
• เหตุปะทะเกิดจากฝ่ายไทย “ลาดตระเวนในเขตของตนเอง”
• ไทยจำเป็นต้อง “ป้องกันตัว” ตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ
• ไทยยังพร้อมใช้กลไก JBC ซึ่งจะประชุม 14 มิ.ย. ที่กัมพูชา
• ยืนยันว่า “ชายแดนวันนี้ปกติ–ยังค้าขายได้”
นี่คือจุดแข็งของรัฐบาล ที่สามารถควบคุม narrative ภายในประเทศได้ระดับหนึ่ง—แต่ยังขาด “พลังการทูต” ที่ส่งออกนอกประเทศ
ภาษาที่ใช้ก็สุภาพเกินไป ในขณะที่กัมพูชาใช้ภาษากล่าวหาคุกคาม
⸻
ข้อกังขา: น้ำเสียงเบากับเกมศาลโลก
เมื่ออีกฝ่ายประกาศชัดว่าจะใช้เวที ICJ แต่ไทยกลับยังไม่เอ่ยถึง “การเตรียมความพร้อมทางกฎหมาย” แถลงการณ์กลับเน้นว่า “พร้อมคุยผ่านกลไกเดิม” และ “หวังเป็นเพื่อนบ้านที่ดีในอาเซียน”
คำถามคือ…บนเวทีโลก ความเป็นเพื่อนบ้านเพียงพอหรือไม่?
เพราะการไม่ยกระดับท่าทีทางการเมือง—โดยเฉพาะจากนายกรัฐมนตรีและ รมว.การต่างประเทศ—อาจยิ่งทำให้ไทยเสียพื้นที่นำในเวทีสื่อและความเชื่อมั่นทางการทูต
⸻
ศึกนี้ไม่ได้รบแค่แนวชายแดน—แต่คือศึกทางภาพลักษณ์รัฐ
การย้ำคำว่า “เจรจา–สันติ–มนุษยธรรม” คือแนวทางที่ถูกต้อง…แต่ไม่ควรกลายเป็นข้ออ้างของการไม่เคลื่อนไหวใด ๆ เลย
เพราะในเมื่อกัมพูชาใช้ท่าทีแข็งแรง–มีเอกภาพ–บุกเกมทูตเต็มที่ ฝ่ายไทยจำเป็นต้องสื่อสารให้ชัดว่าเรากำลังเตรียมอะไรบ้าง เพื่อรับมือบนเวทีศาลโลก หรือว่าเราจะไม่ไปด้วยเหตุอะไร
หรือเราจะยอมเดินเข้าสู่เวทีเดิม…โดยไม่เรียนรู้จากคำตัดสินครั้งก่อน?
⸻
คำถามสุดท้าย: หากไม่ใช่วันนี้ แล้ววันไหน?
การออกแถลงการณ์ของรัฐบาลคือ “สัญญาณเริ่มต้น” แต่ยังห่างไกลจากคำว่า “แนวรบทางการเมือง” ที่จำเป็นในเวลานี้
ในเมื่อแนวหน้าเป็นหน้าที่ของทหาร แนวหลังของรัฐบาลก็ต้องส่งเสียง ไม่ใช่ซ่อนตัวอยู่หลังคำว่าความสัมพันธ์ที่ดี
เพราะความเงียบในวันนี้—อาจกลายเป็นความพ่ายแพ้ตั้งแต่ยังไม่ทันได้รบ
#ThePublisherTH #สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม #ชายแดนไทยกัมพูชา #ทหารไทย #รักษาชายแดน #รัฐบาลแพทองธาร #ช่องบก #ศาลโลก #ความมั่นคง #ไทยกัมพูชา #แถลงการณ์รัฐบาลไทย #ICJ #ปณิธานวัฒนายากร #JBC #ShangriLaDialogue

