“เอกสารแพทยสภาเปิดช่องโยกย้ายหรือไม่?”
— สมชาย แสวงการ อดีตสมาชิกวุฒิสภา
เรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์ในรายการ “เที่ยงเปรี้ยงปร้าง” ดำเนินรายการโดย “สมจิตต์ นวเครือสุนทร”
—————
ตั้งข้อสังเกต “แพทยสภาเอื้อประโยชน์?”
สมชาย แสวงการ อดีตสมาชิกวุฒิสภา เปิดประเด็นตั้งคำถามต่อแพทยสภาอย่างตรงไปตรงมา กรณีมีมติให้พักใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมของ พล.ต.ท.นพ.โสภณรัชต์ สิงหจารุ และ พล.ต.ท.นพ.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ แต่กลับระบุให้มีผลในวันที่ 1 กันยายน ทั้งที่มติเกิดขึ้นก่อนหน้านั้น
“ไม่น่าจะเป็นการเคลียร์คนไข้ แต่เป็นการเคลียร์กับคณะกรรมการแต่งตั้งโยกย้ายหรือเปล่า ผมตั้งคำถามกลับไปที่แพทยสภา” — สมชายกล่าว
เขาตั้งข้อสังเกตว่า วิธีการออกเอกสารลักษณะนี้ อาจกลายเป็นการเปิดช่องให้มีการแต่งตั้งโยกย้ายตำแหน่งก่อนบทลงโทษจะมีผล ซึ่งอาจเข้าข่ายเอื้อประโยชน์ และบั่นทอนความน่าเชื่อถือของทั้งกระบวนการตรวจสอบและวินัยในองค์กร
“ก่อนหน้านี้ผมชื่นชมมติแพทยสภา และประชาชนศรัทธามาก แต่การทำเอกสารให้มีผลแบบนี้ มันมีผลต่อการหลบเลี่ยงให้แต่งตั้งโยกย้ายให้เสร็จหรือไม่ ช่วยกันหรือเปล่า”
⸻
ตั้งหมอเป็น “ผู้ช่วย ผบ.ตร.” เพื่อ…?
นอกเหนือจากการตั้งคำถามถึงแพทยสภา สมชายยังโฟกัสไปที่หลักการพื้นฐานของการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ โดยย้ำว่า การแต่งตั้งนายแพทย์ขึ้นสู่ตำแหน่งระดับ “ผู้ช่วย ผบ.ตร.” หรือ “รอง ผบ.ตร.” ไม่เคยปรากฏมาก่อนในระบบราชการ เพราะไม่ได้อยู่ในสายงานที่เกี่ยวข้องกับการสืบสวน สอบสวน หรือการปราบปรามอาชญากรรม
“ที่ผ่านมามีแทบจะไม่เคยมีแพทย์ขึ้นสู่ตำแหน่งสูงถึงขั้นผู้ช่วย ผบ.ตร.และ รอง ผบ.ตร.เลย เพราะไม่ได้มีความรู้เกี่ยวกับการสืบสวน สอบสวน การปราบปรามการโจรกรรม ผู้ก่อการร้าย”
เขาตั้งคำถามเชิงหลักการว่า การตั้งตำแหน่งเช่นนี้เป็นการ “ออกแบบตำแหน่งเฉพาะบุคคล” หรือไม่ และเตือนว่า อาจเป็นการทำลายระบบความน่าเชื่อถือของโครงสร้างตำรวจโดยรวม
“โดยมีข่าวว่าถ้าตั้งขึ้นมาก็จะเรียกว่าเป็น ผู้ช่วยฝ่ายการแพทย์ ซึ่งจะตลกมาก”
⸻
มติ กตร. – นายกฯ ต้องกล้าหยุดคนมีมลทิน
สมชายย้ำถึงบทบาทของกรรมการข้าราชการตำรวจ (กตร.) และคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (กตช.) ว่าจะต้องกล้าพิจารณาคุณสมบัติของผู้ได้รับการเสนอชื่อ เพราะการเสนอชื่อขึ้นกราบบังคมทูลจะต้องผ่านการพิจารณาของนายกรัฐมนตรี
“ผมไม่อยากให้เกิดความระคายเคืองในการนำเรื่องขึ้นกราบบังคมทูล เพราะเข้าข่ายทำผิดหลายมาตราใน พ.ร.บ.ตำรวจ…”
เขาหยิบยกหลายมาตราใน พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ มาชี้ให้เห็นว่าผู้บังคับบัญชามีหน้าที่ในการสั่งสอบสวน พักราชการ หรือให้ออกจากราชการไว้ก่อน หากพบว่าข้าราชการตำรวจมีมูลความผิดหรือถูกกล่าวหาว่าทำผิดวินัยหรือกฎหมายอาญา โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในระหว่างการสอบสวนของ ป.ป.ช. และการไต่สวนของศาลฎีกาฯ แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง รวมถึงแพทยสภามีมติพักใบอนุญาตด้วย
⸻
กล้องเสีย 181 วัน – ห้องชั้น 14 มีแค่ 1 คนไข้
อีกหนึ่งข้อสังเกตสำคัญ คือเรื่องพฤติการณ์เกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือนายทักษิณ ชินวัตร ซึ่งกำลังอยู่ในกระบวนการไต่สวนคดี โดยเฉพาะการนำส่งตัวไปยังโรงพยาบาลตำรวจ ทั้งที่ควรส่งไปโรงพยาบาลราชทัณฑ์
สมชายเผยว่า จากการไต่สวนในชั้นศาลฎีกาฯ มีประเด็นพิรุธหลายอย่าง เช่น กล้องวงจรปิดเสียถึง 181 วัน ห้องพักชั้น 14 ที่มีผู้ป่วยเพียงคนเดียวคือทักษิณ และแพทย์เวรที่อนุญาตให้ส่งตัวไป รพ.ตำรวจ กลับไม่ใช่ข้าราชการของกรมราชทัณฑ์
“ต้องไปสอบต่อว่าแพทย์คนนี้อยู่โรงพยาบาลไหน ทำไมถึงมาเข้าเวรพอดีกับเหตุการณ์ มีการตระเตรียมมาหรือเปล่า ผมไม่ทราบ”
⸻
ตัวละครลับชื่อ “ธัญพิสิษฐ์”
สมชายยังพูดถึงบทบาทของพยาบาลรายหนึ่งชื่อ “ธัญพิสิษฐ์” ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับการดูแลนายทักษิณ ทั้งการอยู่เวรยาวข้ามคืน การอยู่ในห้องกักตัวผู้ต้องขังเพียงลำพังกับทักษิณ และการเป็นผู้ยื่นเอกสารขอขยายเวลาพักรักษาตัวต่อเนื่องตั้งแต่ 30 60 และ 120 วัน
“จากพยาบาลที่ดูแลคนป่วยใกล้ตาย กลับทิ้งคนไข้ไปได้เลย แล้วให้ผู้คุมที่ไม่มีความรู้ทางการแพทย์อยู่กับนักโทษ อ้างว่าต้องไปทำเอกสาร”
เขาตั้งข้อสงสัยว่า การโยกย้ายพยาบาลรายนี้จากกระทรวงยุติธรรมไปกระทรวงสาธารณสุข และย้ายไปประจำจังหวัดสุโขทัยซึ่งเป็นบ้านของ รมว.สาธารณสุข อาจมีความเกี่ยวพันในเชิงเครือข่ายหรือไม่
⸻
สารถึง ผบ.ตร.: “ตั้งกรรมการสอบวินัยด่วน”
ท้ายสุด สมชายทิ้งน้ำหนักไว้ที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติว่า ต้องไม่ละเลยหน้าที่ทางวินัย และต้องใช้มาตรฐานเดียวกันในการดำเนินการกับผู้ใต้บังคับบัญชาทุกคน
“ด้วยความเป็นห่วง ผบ.ตร. ได้โปรดตั้งกรรมการสอบวินัยอย่างเร็ว และพิจารณาว่าจะแต่งตั้งโยกย้ายได้หรือไม่ เพราะถูก ป.ป.ช.สอบ ถูกพักใบอนุญาตโดยแพทยสภา และศาลฎีกาฯ อยู่ระหว่างไต่สวนคดีชั้น 14 ด้วย”
เขาเปรียบเทียบว่าขนาดกรณีจับบ่อนในพื้นที่ ตำรวจห้าเสือยังโดนเด้งแล้วทำไมเคสนี้ไม่มีแม้กระทั่งสอบวินัย และทิ้งท้ายว่า วินัยตำรวจมีบัญญัติไว้ชัดเจนในกฎหมาย และผู้ที่มีอำนาจต้องกล้าตัดสินใจ ไม่ปล่อยให้ความสง่างามขององค์กรถูกลดทอนด้วย “ข้อยกเว้นเฉพาะบุคคล”
#ThePublisherTH #สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม #เที่ยงเปรี้ยงปร้าง #ยื่นสอบวินัยร้ายแรง2หมอชั้น14 #ทักษิณชินวัตร #ชั้น14 #ศาลไต่สวนปมชั้น14 #2หมอชั้น14

