3 เมษายน 2568 – รสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกวุฒิสภาและนักเคลื่อนไหวทางสังคม โพสต์ข้อความเรียกร้องให้รัฐสภาและรัฐบาลยุติการผลักดัน ร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร ที่มีข้อสงสัยว่ามีการ “สอดไส้” บ่อนกาสิโนเข้าไปในกฎหมายฉบับนี้ พร้อมย้ำว่า ไม่มีพรรคการเมืองใดหาเสียงด้วยนโยบายบ่อนกาสิโน จึง ไม่มีความชอบธรรมในการโหวตรับร่างกฎหมายในสภา
“ประชาชนเลือกผู้แทน ไม่ใช่เลือกโจรมาปล้นบ้านตัวเอง ใช่หรือไม่?”
– รสนา โตสิตระกูล
เธอยกกรณีตัวอย่างเมื่อปี 2542 ที่เกิดคดีทุจริตจัดซื้อยาและเวชภัณฑ์วงเงิน 1,400 ล้านบาท โดยอดีตรัฐมนตรีสาธารณสุขในขณะนั้น อ้างว่าเงินที่ได้มาโดยไม่มีที่มาชัดเจนเกิดจากการพนันในบ่อนกาสิโนต่างประเทศ ซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ช. ไม่รับฟังข้ออ้างนี้ และพบว่าเป็นเงินสินบนจากบริษัทยาโดยใช้วิธีทำนิติกรรมอำพราง สุดท้ายศาลฎีกาฯ พิพากษาจำคุก 15 ปี และยึดทรัพย์ 233 ล้านบาทคืนแผ่นดิน
หากบ่อนถูกกฎหมาย = ฟอกเงินถูกกฎหมาย
รสนาเตือนว่า หากร่างกฎหมายสถานบันเทิงที่แอบแฝงบ่อนกาสิโนผ่านสภา จะเปิดทางให้เงินผิดกฎหมายทุกประเภท — ทั้งสินบน การค้ายา ค้ามนุษย์ ไปจนถึงการปล้น — ถูกนำมาฟอกขาวผ่านกิจกรรมในบ่อนกาสิโนที่ถูกกฎหมาย
“สิ่งนี้คือสิ่งที่นักการเมืองต้องการ ใช่หรือไม่?”
พร้อมย้ำว่า “รัฐบาลประชาธิปไตยที่แท้จริง” ต้องอยู่ภายใต้กรอบสัญญาประชาคม และอำนาจที่ได้รับมาจากประชาชนในการเลือกตั้ง ซึ่งหมายความว่า รัฐบาลมีสิทธิทำเฉพาะสิ่งที่ประกาศไว้ในการหาเสียง ไม่ใช่ฉวยโอกาสผลักดันนโยบายใหม่ที่ประชาชนไม่เคยให้ฉันทามติ
ประชาชนมีสิทธิปฏิเสธ – เรียกร้องประชามติ
รสนายังเรียกร้องให้รัฐบาลใช้กลไกประชามติ หากคิดว่าการตั้งบ่อนกาสิโนคือสิ่งที่ประชาชนยอมรับได้ เพราะไม่เช่นนั้นจะเท่ากับ “ใช้อำนาจเกินขอบเขต” และอาจนำไปสู่การใช้พลังประชาธิปไตยทางตรงของประชาชนในการขับไล่รัฐบาลที่ผิดสัญญา
“ถ้ารัฐบาลทนรอไม่ไหวถึงการเลือกตั้งสมัยหน้า ก็จงถามประชาชนผ่านประชามติ!”
เธอยังฝากเตือนประธานรัฐสภาว่า การปล่อยให้ร่างกฎหมายดังกล่าวเข้าสู่สายพานการออกกฎหมาย คือการทรยศต่อความไว้วางใจจากประชาชน และไม่ต่างจาก “ปล้นอนาคตลูกหลานไทยอย่างถูกกฎหมาย”
บทเรียน “นิรโทษกรรมสุดซอย” อาจซ้ำรอย
รสนาย้อนรอยบทเรียนทางการเมืองจาก ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมสุดซอย ที่เคยจุดชนวนวิกฤตศรัทธารัฐบาลในอดีตเพราะการออกกฎหมายช่วงตีสามตีสี่ว่า หากนักการเมืองยังไม่รับฟังเสียงของประชาชน กฎหมายบ่อนกาสิโนอาจกลายเป็น “น้ำผึ้งหยดเดียว” ที่ทำให้เกิด “อุบัติเหตุทางการเมือง” ได้อีกครั้ง
“บ่อนกาสิโนไม่ใช่สิ่งที่พรรคใดหาเสียงไว้ ไม่มีสิทธิฮั้วกันโหวตรับ
ประชาชนจะไม่ยอมให้ลักไก่ฟอกเงินผ่านสภา”
อ่านโพสต์ต้นฉบับของ รสนา โตสิตระกูล

