“ถ้ายิงกันขึ้นมา นัดเดียว เรายิงใส่กาสิNO กล่องดวงใจของเขาเลย”—พล.ท.กนก เนตระคะเวสนะ
อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 และผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี
เรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์ในรายการ “เที่ยงเปรี้ยงปร้าง” ดำเนินรายการโดย “สมจิตต์ นวเครือสุนทร”
——————————
เมื่อ “เขมร” ไม่กล้ายุ่งกับลาว…แต่กล้าขยับใส่ไทย
เหตุวุ่นวายที่ช่องตาเมือนธมเมื่อวันที่ 15 ก.ค. กลายเป็นสัญญาณเตือนภัยรอบใหม่ว่าชายแดนไทย–กัมพูชายังเป็นพื้นที่เปราะบาง พล.ท.กนก เนตระคะเวสนะ อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 ให้ความเห็นว่า สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ “อุบัติเหตุจากนักท่องเที่ยว” แต่เป็นแผนการยั่วยุที่ถูกจัดฉากอย่างมียุทธศาสตร์ โดยมีเป้าหมายในการรุกคืบพื้นที่ทับซ้อนอย่างต่อเนื่อง
“เขาขู่ว่าถ้าเราจะสร้างรั้วก็จะเกิดสงครามแน่ เรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นการวางแผนมาอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ค่อย ๆ รุกในพื้นที่ตามแผนที่หนึ่งต่อสองแสน”
——————
แผนที่ 1:200,000 — ต้นตอของปัญหา แต่รัฐบาลไม่เคยแก้ที่ต้นตอ
พล.ท.กนกชี้ว่า ปัญหารากฐานที่สุดของความขัดแย้งชายแดนไทย–กัมพูชาคือ “การไม่ปฏิเสธ” แผนที่มาตราส่วน 1:200,000 ที่ฝ่ายเขมรใช้เป็นข้ออ้างในการรุกล้ำพื้นที่ และไทยเองกลับไม่เคยทำให้ประชาคมโลกเห็นชัดว่า แผนที่ฉบับนี้ “ผิดหลักสันปันน้ำ” และ “ขัดต่อสนธิสัญญาสยาม–ฝรั่งเศส ปี 1904–1907”
“ตราบใดที่เรายังไม่ทำให้เห็นว่าแผนที่หนึ่งต่อสองแสนไม่อยู่บนสันน้ำ ไม่ตรงกับภูมิประเทศ… มันก็จะถูกเอามาอ้างตลอด”
ปัญหานี้ยิ่งทวีความซับซ้อนเมื่อไทยกลับไปลงนาม MOU 2543 และต่อมาคือ TOR 2546 ซึ่งยึดแผนที่ 1:200,000 เป็นฐาน โดยไม่ตั้งคำถามเชิงหลักการตั้งแต่ต้น จนทำให้เสียเปรียบในกระบวนการเจรจาทางการทูตมาหลายปี
“เราพลาดที่ไปทำเอ็มโอยู 43 และก็มาออกเป็น TOR 46 ซึ่งอ้างแผนที่นี้ เท่ากับเราไม่ได้ปฏิเสธแผนที่ ต้องแก้ตรงนี้… ถ้าแก้ให้คนทั้งโลกรู้ว่าแผนที่ที่เขมรอ้างมันผิด ไม่ถูกต้อง ใช้ไม่ได้ สิ่งที่เขมรอ้างก็จะหมดความหมาย แและตอนนี้เป็นโอกาสดีเพราะฮุน เซนก็ไม่ยึดเอ็มโอยูแล้ว แต่เรายังจะจัดประชุมเจบีซีในเดือนกันยายนอีก”
————————-
“ถ้ายิงกันนัดเดียว เราต้องยิงสวนกาสิNO”
ในมุมของอดีตแม่ทัพผู้เคยควบคุมแนวชายแดน พล.ท.กนกเสนอว่า วิธีป้องปรามที่ได้ผลจริง คือ “วางยุทธศาสตร์ตอบโต้” ให้เขมรชัดเจนว่า ถ้ามีการปะทะเกิดขึ้น ไม่ใช่แค่ทหารไทยที่ตั้งรับ แต่จะมีการตอบโต้แบบ มียุทธศาสตร์ กลับ” ที่ “กล่องดวงใจ” ของเขา
“ทำไมเราไม่ประกาศไปเลยว่าถ้ามีเหตุการณ์สู้รบเกิดขึ้น มีกระสุนสักนัดหนึ่งเนี่ยะ ‘กาสิNO’ คุณพังทุกแห่ง… เขายิงใส่หมู่บ้านไทย เรายิงใส่กาสิNO เขาเลย ต้องเล่นที่กล่องดวงใจเขาเลย”
เขาเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างลาว ที่ไม่เคยถูกรุกล้ำแบบไทย เพราะลาว “ไม่มีกฎการปะทะ” ที่เป็นฝ่ายตั้งรับเหมือนไทย แต่ใช้วิธี “ล้ำเมื่อไหร่ ยิงทันที” ซึ่งทำให้เขมรไม่กล้าแตะ
“ลาวไม่ใช่ ถ้ารุกล้ำไป ยิงทันที… สมช.ต้องนั่งคิดแล้วจะแก้อย่างไรเพื่อรักษาอธิปไตยและแผ่นดินไทยให้ได้ ยึดแผนที่หนึ่งต่อห้าหมื่นเลย ล้ำมาเมื่อไหร่ ยิงทันทีเหมือนลาวมั้ย”
——————-
“การเจรจาไม่ได้ผล แต่ต้องไม่ปล่อยให้ลุกลาม”
แม้จะมองว่าแนวทางเจรจาไม่สามารถยุติปัญหาได้จริง พล.ท.กนกยังเสนอว่าควรใช้การทูตเพื่อ “ถ่วงเวลา” ไม่ให้สถานการณ์ลุกลาม แต่ต้องพร้อมแสดงท่าทีแข็งกร้าวในภาคสนาม พร้อมแนะให้ทบทวนแนวคิด “เปิดพื้นที่การค้าชายแดน” ที่ไม่สามารถควบคุมได้จริง และกลับกลายเป็นจุดอ่อนให้กัมพูชาใช้ “ประชาชนเป็นด่านหน้า” เพื่อก่อกวนอย่างมีเป้าหมาย เราไปคิดแต่เรื่องค้าขายแต่ไม่ดูเรื่องอธิปไตย สุดท้ายก็ควบคุมไม่ได้… การจะเปิดค้าขายต้องควบคุมพื้นที่ให้ได้ เมื่อควบคุมไม่ได้ เราก็จะถูกรุกขยับทีละนิดและต้องถอยไปเรื่อย ๆ
“สงสารคนที่เผชิญหน้ากันตามแนวชายแดน เพราะมีเรื่องมีราวทุกวัน ควบคุมสถานที่ยาก เพราะมีประชาชนเข้าไปท่องเที่ยวทั้งสองฝ่าย จะเกิดการกระทบกระทั่งกันได้ง่าย มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น”
#ThePublisherTH #สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม #ปราสาทตาเมือนธม #ชายแดนตึงเครียด #ทหารไทย #กองทัพบก #ชายแดนไทยกัมพูชา #ฮุนเซน #ทักษิณชินวัตร #วิเคราะห์การเมือง เที่ยงเปรี้ยงปร้าง #MOU43 #แผนที่120000 #กาสิNO

