เรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์ รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก
ในรายการ “เที่ยงเปรี้ยงปร้าง” โดย สมจิตต์ นวเครือสุนทร
⸻
“เราไม่ได้ไล่ล่าใคร แต่เราพิทักษ์เงินหลวง”
ประโยคแรกจาก รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก นักวิชาการด้านกฎหมาย วางน้ำเสียงของบทสนทนาในวันนี้อย่างชัดเจน
เขากับคณะเพิ่งยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. เอาผิดคณะรัฐมนตรีเศรษฐา แพทองธาร ส.ส.–ส.ว. และกรรมาธิการฯ ที่ร่วมเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2568 ฐานละเมิดรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 ซึ่งห้ามลดหรือตัดงบที่ต้องใช้หนี้เงินกู้ ดอกเบี้ย และภาระผูกพันตามกฎหมาย
ประเด็นใหญ่ที่จุดประกายการเคลื่อนไหว คือ การตัดงบชำระหนี้ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ 5 แห่ง รวม 35,000 ล้านบาท เพื่อนำเงินไปใช้ในโครงการ “ดิจิทัลวอลเล็ต”
“เงินหลวงตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ แต่ตกเข้ากระเป๋านักการเมืองแล้วหายทุกที”
อาจารย์เจษฎ์เน้นย้ำ ด้วยน้ำเสียงจริงจัง ว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการตักเตือนรัฐบาล แต่รัฐบาลไม่ฟัง ครั้งนี้เขาและทีมจึงต้องลุกขึ้นดำเนินการอย่างเป็นทางการ เพื่อรักษาระเบียบการใช้งบประมาณแผ่นดิน
⸻
ขัดรัฐธรรมนูญอย่างไร?
อาจารยืเจษฎ์อธิบายว่า ตั้งแต่รัฐธรรมนูญปี 2540 เรื่อยมาจนถึง 2560 ได้บัญญัติไว้ชัดเจนว่า งบที่เกี่ยวกับการชำระหนี้ต้นเงินกู้ ดอกเบี้ย หรือเงินที่กำหนดให้จ่ายตามกฎหมาย ห้ามแตะต้องหรือลดทอน
แต่สิ่งที่รัฐบาลเศรษฐาทำ คือการให้ 5 ธนาคารของรัฐนำงบฯ เหล่านี้ไปรวมเป็นกองกลางสำหรับโครงการดิจิทัลวอลเล็ต นั่นเท่ากับ “ละเมิดมาตรา 144 อย่างชัดแจ้ง”
ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีการเพิ่มเงินกว่า 1,200 ล้านบาท เข้ากองทุนที่ ส.ส. และ ส.ว. มีสิทธิใช้งานได้ ทั้งทางตรงและทางอ้อม ซึ่งผิดหลักกฎหมายอย่างร้ายแรง
⸻
ศึกนี้ถึงศาลรัฐธรรมนูญ
การยื่น ป.ป.ช.ครั้งนี้ เจษฎ์ยืนยันว่า ไม่ใช่การเคลื่อนไหวทางการเมือง แต่เป็นการใช้กระบวนการกฎหมายที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้
“มาตรา 88 ของกฎหมาย ป.ป.ช. เขียนไว้เลยว่าถ้ามีความปรากฏ ต้องสอบสวนลับโดยพลัน ถ้ามีมูล ก็ส่งศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา”
เขาเสริมด้วยว่า หากศาลรัฐธรรมนูญรับเรื่อง ต้องพิจารณาภายใน 15 วัน และหากพบว่ามีความผิดจริง ผู้เกี่ยวข้องจะต้อง
• หลุดจากตำแหน่ง
• ถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง
• และ ต้องชดใช้เงินหลวงคืน
เจษฎ์ย้ำว่า แม้รัฐบาลแพทองธารอาจอ้างว่า “ไม่ได้เป็นคนโยกงบ” แต่ในฐานะผู้เบิกจ่าย ก็ต้องรับผิดร่วมกันอยู่ดี โดยเฉพาะในกรณีการนำงบประมาณไปหาเสียงผ่านโครงการดิจิทัลวอลเล็ตซึ่งเห็นชัดอยู่บนเวทีหาเสียงก่อนหน้านี้
“ถ้าศาลวินิจฉัยว่ามีความผิด ทุกอย่างสะเทือนเลือนลั่น”
ทั้งรัฐบาลเศรษฐา แพทองธาร ส.ส.–ส.ว. และกรรมาธิการฯ ที่เห็นชอบร่างงบประมาณ ล้วนไม่มีใครรอด
⸻
“นิติสงคราม” ดีกว่าสงครามจริง
เมื่อถามถึงข้อกล่าวหาว่า การดำเนินคดีนี้เป็น “นิติสงคราม” อาจารย์เจษฎ์สวนทันควันว่า
“กฎหมายไม่ใช่อาวุธสงคราม หากคุณบริสุทธิ์ กฎหมายจะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของคุณ แต่ถ้าคุณทุจริต กฎหมายก็ต้องจัดการ”
เขายกคำสอนจาก อาจารย์จรัญ ภักดีธนากุล ว่า
“นิติสงครามยังดีกว่าสงครามที่หยิบปืนผาหน้าไม้มาห้ำหั่นกัน”
หากพรรคเพื่อไทยหรือพรรคประชาชนจะมองว่าเป็นนิติสงคราม ก็ย่อมได้ เพราะในที่สุด กฎหมายคือสิ่งที่ทำให้สังคมอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข
⸻
บทสรุปจากคนรักษาเงินหลวง
อาจารย์เจษฎ์ทิ้งท้ายอย่างมีนัยยะ
“คุณจุดไฟ…จะห้ามควันไม่ได้ และถ้าไฟนั้นกลับมาเผาตัวเอง ก็คงโทษใครไม่ได้”
วันนี้เขาเพียงเริ่มต้นจุดประกายให้เห็นว่า การใช้งบประมาณผิดกฎหมายแม้เพียงสตางค์เดียว ต้องไม่มีข้อยกเว้น เพราะเงินหลวงไม่ใช่สมบัติส่วนตัวของนักการเมืองคนใด
⸻

