“ลาออกเถอะนายกฯ อยู่ไปก็ไม่เป็นผลดีต่อตัวท่านและประเทศไทย”—จตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน
เรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์ในรายการ “เที่ยงเปรี้ยงปร้าง” ดำเนินรายการโดย สมจิตต์ นวเครือสุนทร
————
จตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน ออกโรงแรงกลางรายการ เที่ยงเปรี้ยงปร้าง พร้อมคำเตือนถึงนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ให้ประเมินตัวเองว่าสถานการณ์เกินศักยภาพ ต้องลาออก และประเมินสัมพันธ์สองตระกูล เชื่อตระกูลชินเกรงใจตระกูลฮุนเพราะพึ่งพามากกว่า โดยเฉพาะถ้าต้องหนีออกนอกประเทศมีช่องทางเดียวที่ปลอดภัยคือกัมพูชา!
⸻
จากเพื่อนเก่าสู่ศัตรูทางการเมือง
จตุพรยอมรับอย่างไม่ปิดบังว่า ครั้งหนึ่งเขาเคยมีมิตรภาพที่ดีกับ “สมเด็จฮุน เซน” อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา สมัยที่เคลื่อนไหวร่วมกับกลุ่มเสื้อแดง “ผมไม่ได้ลี้ภัย แต่เคยได้รับการต้อนรับอย่างดีเมื่อ ทักษิณ ชินวัตร ชวนให้ไปพบ สมเด็จฮุน เซน กับครอบครัว แต่ผมไม่เคยหลบหนี แม้จะมีคนเสื้อแดงจำนวนหนึ่งลี้ภัยอยู่ที่นั่น แต่ผมไม่เคยขึ้นเฮลิคอปเตอร์ที่เขาเตรียมไว้ให้เลย ผมเกิดบนแผ่นดินไทย และความรู้สึกส่วนตัวจะมาอยู่เหนือดินแดนไม่ได้”
เขาตอบโต้คำลำเลิกบุญคุณจากปากฮุน เซนว่า “มิตรภาพคือมิตรภาพ แต่เรื่องบ้านเมืองต้องมาก่อน ผมจะไม่เข้าข้างกัมพูชาในเรื่องดินแดน เพราะถ้าทำอย่างนั้นผมก็คือคนขายชาติ”
⸻
“ไม่ใช่แค่ผม…แต่ทักษิณก็โดนด้วย”
จตุพรตั้งข้อสังเกตว่า ท่าทีแข็งกร้าวของฮุน เซน อาจไม่ได้มุ่งตรงมาที่เขาเพียงคนเดียว แต่หมายรวมถึง “ทักษิณ” ด้วย “ทุกคนรู้ว่าถ้าทักษิณเดินทางออกนอกประเทศอย่างปลอดภัยก็ต้องผ่านทางกัมพูชา ตอนยิ่งลักษณ์ก็ไปทางนั้น ตอนนี้ตระกูลชินวัตรพึ่งพาตระกูลฮุนมากกว่าเดิม จะไม่ให้เกรงใจได้ยังไง?”
เขายกตัวอย่างว่า หลังเกิดเหตุปะทะชายแดน ทักษิณพูดเพียงครั้งเดียวให้เปลี่ยนสนามรบเป็นสนามตะกร้อ แล้วเงียบหาย ขณะที่แพทองธารก็แสดงท่าทีไม่มั่นคง จนกระทั่ง พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี ลงพื้นที่พร้อมพระราชดำรัสจากในหลวง รัฐบาลจึงเริ่ม “พูดรู้เรื่อง” ขึ้นมาบ้าง แต่ก็ยัง “ไม่ใช่ในระดับที่ควรจะเป็น”
⸻
นายกฯ อ่อนด้อย–รัฐบาลอ่อนแอ
เขาไม่ปิดบังความผิดหวังกับผู้นำหญิงของไทย “แม้จะมีท่าทีแข็งกร้าวมากขึ้น แต่ก็หวังอะไรไม่ได้ เพราะขาดความเอาใจใส่มาตั้งแต่ต้น รัฐบาลไทยไม่ชัดเจน ไม่จริงจัง ขณะที่กัมพูชาทำงานเป็นเอกภาพ ทั้งรัฐบาล กองทัพ และประชาชน”
“วันนี้ประชาชนไว้ใจกองทัพมากกว่ารัฐบาล ถ้ารัฐบาลต้องพัง ก็ต้องโทษตัวเอง”
แม้จะตั้งทีมเฉพาะกิจ มี รมช.กลาโหมเป็นหัวหน้าทีม แต่จตุพรบอกว่า “ไม่มีทางทำอะไรได้เลย ถ้านายกฯ ยังไร้ภาวะผู้นำ เพราะกัมพูชาเตรียมการทุกขั้นตอน ตั้งแต่ยื่นศาลโลกจนถึงเกมสื่อสาร ทุกอย่างแสดงให้เห็นว่าเราแพ้เขาทั้งความคิดและความเด็ดขาด”
⸻
ไม่ต้องการรัฐประหาร…แต่ต้องการผู้นำ
“ไม่มีใครอยากให้เกิดสงคราม ไม่มีใครอยากให้เกิดรัฐประหาร ประชาชนแค่อยากได้รัฐบาลที่เข้มแข็ง” เขาย้ำว่า สถานการณ์ปัจจุบันสะท้อนให้คนไทยรู้สึกว่า “นายกฯ ไปต่อไม่ได้แล้ว” โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับผู้นำของฝั่งตรงข้าม
“ฮุน มาเนตกับแพทองธาร ต่างก็เป็นทายาททางการเมืองเหมือนกัน แต่การเตรียมตัวต่างกัน ฮุน มาเนตเอาใจประชาชนของตัวเอง แต่รัฐบาลไทยกลับเอาใจรัฐบาลกัมพูชา”
⸻
“คนไทยทนไม่ได้อีกแล้ว”
ท้ายที่สุด จตุพรเตือนด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า คนไทยจำนวนมากอึดอัดกับท่าทีรัฐบาล ที่ดูเหมือนจะ “เห็นแก่ชาติอื่นมากกว่าชาติของตัวเอง”
“เราสูญเสียดินแดนมาแล้ว 14 ครั้ง ไม่มีใครทนเสียได้อีก อุ๊งอิ๊งค์ต้องรู้ว่าสถานการณ์มันเกินศักยภาพของเธอไปแล้ว…ลาออกไปเถอะดีต่อตัวเธอเองและประเทศชาติ“ เขาทิ้งท้ายอย่างดุเดือด
#ThePublisherTH #สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม #กองทัพไทย #รัฐบาลแพทองธาร #ศาลโลก #JBC #ศาลโลก #ชายแดนไทยกัมพูชา #สัมพันธ์ไทยกัมพูชา #จตุพรพรหมพันธุ์ #ทักษิณชินวัตร #ฮุนเซน #แพทองธาร #เสียดินแดน

