เรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์ รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร ในรายการ “เที่ยงเปรี้ยงปร้าง” ดำเนินรายการโดย สมจิตต์ นวเครือสุนทร
⸻
“รัฐบาลไทยไม่ควรปล่อยให้ขาดเอกภาพนานกว่านี้ เพราะโครงสร้าง BRN พัฒนาไปไกลแล้ว และกำลังวางเกมใหญ่ภายในปี 2570”
รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงและการต่างประเทศ พูดถึงข้อมูลล่าสุดที่เปิดเผยโดย ดร.ซาช่า เฮลบาร์ต นักวิจัยชาวเยอรมัน ว่าขณะนี้องค์กร BRN มีสินทรัพย์ที่อาจมากถึง 4 พันล้านบาท พร้อมระบบบริหารจัดการที่เป็นขั้นเป็นตอนคล้ายองค์กร IRA ของไอร์แลนด์เหนือ
แม้ตัวเลขดังกล่าวจะยังเป็น “การประมาณการ” จากการสัมภาษณ์เชิงลึกของนักวิจัย แต่อาจารย์ปณิธานชี้ว่ารัฐบาลไทยต้องรีบใช้โอกาสนี้ในการเข้าไปตรวจสอบและ “ตัดท่อน้ำเลี้ยง” ของ BRN ให้ได้
⸻
เงินหมุนในระบบออนไลน์ แต่รัฐยังตามไม่ทัน
“หน่วยงานความมั่นคงต้องเข้าไปดูระบบการเคลื่อนย้ายเงินผ่านออนไลน์ เพราะเงินจำนวนไม่น้อยหมุนเวียนในช่องทางเหล่านี้ โดยที่กฎหมายไทยยังใช้เครื่องมือได้ไม่เต็มที่”
อาจารย์ปณิธานระบุว่าแม้ประเทศไทยจะมีกฎหมายพิเศษที่สามารถจัดการกับเครือข่ายทางการเงินของกลุ่มก่อความไม่สงบได้ เช่น การใช้ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือเครื่องมือของ DSI และ ป.ป.ส. แต่ในทางปฏิบัติกลับยังไม่มีการบูรณาการหรือใช้ข้อมูลจากเวิร์กช็อปของนักวิจัยอย่างจริงจัง
⸻
BRN เปลี่ยนเกม ตั้งเป้าปี 2570 เปิดฉากรอบใหม่
นับตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นมา BRN เริ่มปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ตามแนวคิดของผู้นำรุ่นใหม่ โดยย้ายศูนย์บัญชาการไปอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน และเริ่มพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยมีแผน “จุดประกายการต่อสู้รอบใหม่” ในปี 2570
“สิ่งที่รัฐควรทำตอนนี้ คือทำงานเชิงรุก ใช้ข้อมูลที่มีสร้างระบบตัดเส้นทางเงินอย่างเป็นระบบ โดยไม่ต้องรอให้เกิดเหตุรุนแรงอีกครั้ง” อาจารย์ปณิธานย้ำ
⸻
ความผิดพลาดของ BRN คือโอกาสของรัฐ
เขายังตั้งข้อสังเกตว่า กลุ่มใช้ความรุนแรงเริ่มทำพลาดมากขึ้นจากการเลือกเป้าหมายโจมตีผิด ทำให้ถูกประชาชนประณามและโดดเดี่ยวมากขึ้นเรื่อย ๆ
“การใช้กำลังไม่ได้ทำให้เป็นผู้ชนะอีกต่อไป เพราะคนในพื้นที่เริ่มถอยห่าง รัฐควรฉวยจังหวะนี้เปิดพื้นที่ปลอดภัย สร้างกลไกดึงกลุ่มที่เห็นต่างจากการใช้ความรุนแรงเข้ามาร่วมพูดคุย”
⸻
เตือนรัฐ: อย่ารอจนปัญหาลุกลาม
“การขยับช้า รอจังหวะ ไม่กล้าตัดสินใจ จะทำให้เสียโอกาส ซึ่งถ้าปล่อยไปอีก ปัญหาอาจลุกลามจนยากควบคุม”
อาจารย์ปณิธานเตือนว่า รัฐบาลยังวางกลไกในพื้นที่ได้ไม่เต็มที่ แม้จะมีการส่ง พล.อ.ณัฐพล นาคพาณชย์ รมช.กลาโหม และ พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ลงพื้นที่ก็ตาม แต่การทำงานยังเป็นลักษณะ “ต่างคนต่างทำ” ไม่มีเอกภาพในการแก้ปัญหา
เขาเสนอว่า ควรตั้งผู้แทนพิเศษเพื่อภาคใต้ อย่างเป็นทางการ และให้อำนาจในการบูรณาการเชิงนโยบายและการปฏิบัติ เพื่อให้เห็น “พลวัตการควบคุมใหม่” ไม่ใช่แค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ต้องชิงจังหวะก่อนที่อีกฝ่ายจะใช้ “ความไร้เอกภาพ” ของรัฐเป็นช่องโหว่
⸻
โอกาสที่ไม่ควรพลาด
“ขณะนี้ BRN ผิดพลาดหลายจุด และกำลังเสียฐานสนับสนุน รัฐไทยต้องรีบฉวยโอกาสนี้ โจมตีจุดอ่อน ตัดท่อน้ำเลี้ยง และวางฐานสันติภาพใหม่ ไม่เช่นนั้นจะถูกรุกคืบ ไม่เพียงสถานการณ์จะกลับมาตึงเครียดแต่ความรุนแรงจะปะทุขึ้นอีกอย่างต่อเนื่อง” อาจารย์ปณิธาน กล่าวทิ้งท้าย

