13/09/19
– เจอร์นี่ สุนัขพันธุ์ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ อายุ 11 ขวบ สุขภาพแข็งแรง ออกกำลังกายด้วยการว่ายน้ำเป็นประจำ และพบแพทย์เฉพาะทางตามนัดเพื่อติดตามดูแลสุภาพตามวัย
– สัตวแพทย์กระดูกและข้อจาก รพส.แห่งหนึ่งแนะนำว่าหากต้องการว่ายน้ำทุกอาทิตย์ ควรตรวจสุขภาพหัวใจเนื่องจากอายุมากแล้ว โดยไม่ได้แนะนำว่าให้ตรวจที่ไหน
– เจ้าของได้เล่าเรื่องนี้กับสัตวแพทย์ผิวหนังของรพส. ที่เจอร์นี่รักษาด้วยประจำ สัตวแพทย์ผิวหนังแนะนำและนัดหมายให้ไปตรวจหัวใจที่ รพส. ผลตรวจหัวใจแข็งแรงดี แต่สัตวแพทย์หัวใจสังเกตเห็นฝ้าขาวที่ปลายปอดจากฟิล์มเอ็กซเรย์ จึงแนะนำให้กลับมาเอ็กซเรย์ปอด และทำอัลตร้าซาวด์ อีกครั้ง
– สัตวแพทย์หัวใจแจ้งว่าพบก้อนเนื้อขนาด 3×3.5 ซม. ซึ่งอาจเป็นเนื้องอก หรือร้ายแรงสุดคือมะเร็งที่ปลายปอด ทั้งนี้ไม่พบการแพร่กระจายของก้อนเนื้อ
– เจ้าของได้บอกเจตนารมณ์ในทันทีที่ทราบว่าเจอร์นี่มีเนื้องอกว่า เราได้ดูแลเจอร์นี่มาอย่างดี แม้จะแข็งแรงแต่แก่แล้ว เจ้าของต้องการขอ “คำแนะนำเพื่อให้สุนัขมีคุณภาพชีวิตที่ดี” เท่านั้น ไม่ต้องการรักษาเพื่อยื้อชีวิต
– ในที่สุดจากการแนะนำของสัตวแพทย์หัวใจ เจอร์นี่ได้วางยาทำ CT Scan จากนั้นผ่าตัดปอดแบบส่องกล้องเพื่อเอาชิ้นเนื้อมาตรวจ โดยสัตวแพทย์หัวใจเจ้าของไข้ และศัลยแพทย์ซึ่งทางสัตวแพทย์เจ้าของไข้แจ้งว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญการผ่าส่องกล้อง ไม่แจ้งข้อมูลด้านความเสี่ยง ชักจูงให้ผ่าตัดโดยบอกว่าเป็นวิธีที่ปลอดภัย ไม่เสียเลือด 3 วันกลับบ้านได้ 3 อาทิตย์ฟื้นตัวเป็นปกติ เจ้าของได้ซักถามถึงโอกาสเสี่ยงและปัญหาที่อาจเกิดขึ้นแต่ศัลยแพทย์ได้ตอบแก้ทุกประเด็นที่ไม่สบายใจ เจ้าของจึงเชื่อและวางใจว่าการผ่าตัดครั้งนี้ปลอดภัยแน่นอน
– เดิมทาง รพส.ประเมินค่าผ่าตัดแบบส่องกล้องไว้ที่ 35,000 บาท แต่วันที่นำเจอร์นี่มาเตรียมตัวผ่า ทางรพส.ได้แจ้งราคาใหม่ว่าอยู่ระหว่าง 85,000-100,000 โดยเจ้าหน้าที่การเงินไม่สามารถอธิบายเหตุผลได้
– เจอร์นี่เสียชีวิตในการผ่าตัด ศัลยแพทย์แจ้งเจ้าของว่าเสียชีวิตเพราะช็อคจากการเสียเลือด เนื่องจากอุปกรณ์ไปโดนเส้นเลือดดำที่ไปเลี้ยงหัวใจ ได้พยายามกู้ชีพแล้วแต่ไม่สำเร็จ ระหว่างที่นั่งรอร่างเจอร์นี่ สัตวแพทย์หัวใจเจ้าของไข้ ได้นำมือถือที่ถ่ายภาพชิ้นเนื้องอกที่ปอดมาให้เจ้าของดู พยายามบอกว่าชิ้นเนื้อไม่เรียบเท่าที่คิด ต่อมน้ำเหลืองโตกว่าปกติ ซึ่งการนำภาพชิ้นเนื้อปอดมาให้ดูนั้น เป็นการกระทำที่ไม่เกี่ยวกับขั้นตอนการรักษา เพราะเจอร์นี่เสียชีวิตก่อนแล้ว
– ก่อนการผ่าตัด สัตวแพทย์ที่ผ่าตัดเจอร์นี่ ที่ทางรพส.แจ้งว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญ แจ้งกับเจ้าของว่าไม่ต้องกังวล ตนได้สั่งอุปกรณ์มาอย่างจัดเต็มอะไรไม่ใช้ไม่คิดเงิน และรพส.นี้เป็นที่เดียวที่มีเครื่องมือ แม้ รร.แพทย์ จุฬา เกษตร ก็ยังไม่มี เคสเจอร์นี่เป็นการผ่าปอดแบบส่องกล้องเคสที่ 3 ของประเทศไทย เจ้าของจึงถามว่าแล้วที่บอกชำนาญคืออะไร ศัลยแพทย์ตอบว่าที่ทำบ่อยเป็นเคสหัวใจและเยื่อหุ้มหัวใจ ทำให้เจ้าของเข้าใจไปเองว่าหัวใจคงยากกว่า และเมื่อเห็นว่าเจ้าของอาจยังกังวลกับข้อมูลเพิ่งได้รับรู้จึงพูดต่อว่า ผ่าแล้วอย่างน้อยเจอร์นี่จะอยู่ได้ไม่ต่ำกว่า 2 ปี แต่ถ้าไม่ผ่านับเดือนรอได้เลย
– 1 สัปดาห์หลังการเสียชีวิต โรงพยาบาลสัตว์ส่งเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นสัตวแพทย์อีกคนมาเจรจา เริ่มต้นประโยคว่า สัตว์แพทย์ที่ผ่าตัดคงได้แจ้งแล้วว่าการผ่าปอดแบบส่องกล้องมีความเสี่ยงสูงมาก เพราะมีความซับซ้อนมาก ต้องผ่านเส้นเลือดใหญ่และอวัยวะสำคัญ ซึ่งเจ้าของได้ตอบว่าไม่เคยรับทราบข้อมูลเหล่านี้เลย สัตวแพทย์ที่มาเจรจาจึงไม่พูดเรื่องนี้ต่อ
– 2 สัปดาห์หลังการเสียชีวิต เจ้าของได้ไปที่ รพส. เพื่อขอใบรายงานการรักษา ทางรพส.ยังไม่ออกให้ในวันนั้นโดยแจ้งว่าต้องให้สัตวแพทย์เจ้าของไข้เซ็น 2 วันหลังจากนั้น เจ้าของได้รับเอกสารสรุปผลการรักษา 3 แผ่น ไม่มีลายเซ็นสัตว์แพทย์ ในเอกสารระบุว่าได้แจ้งเจ้าของว่าการทำ thoracoscope มีความเสี่ยงมาก และเจ้าของตัดสินใจให้ผ่า และแจ้งสาเหตุการเสียชีวิตว่า Thoracoscopy> สุนัขเสียชีวิตด้วยภาวะความเสี่ยงจากการผ่าตัดเนื้องอกที่ปอด เจ้าของได้มาทราบภายหลังว่าสัตวแพทย์ผู้ที่จัดทำเอกสารสามแผ่นนี้ ไม่ใช่สัตวแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาเจอร์นี่แต่ประการใด
– ทางรพส.ได้ส่งเจ้าหน้าที่มาเจรจา ซึ่งได้พูดทำนองว่า “ฟ้องไปก็เสียเวลาทั้งคู่ ไม่ได้อย่างที่เรียกหรอก เรื่องฟ้องร้องมีบ่อย” นั่นแสดงถึงความเคยชินต่อความผิดพลาดที่ผ่านมาราวกับเป็นปัญหาเล็กๆน้อยๆ
– 3 สัปดาห์หลังการเสียชีวิต เจ้าของได้พบเจ้าของและผู้บริหารสูงสุดของ รพส. พร้อมคณะแพทย์ พบว่าเป็นการพูดคุยที่ไม่ได้รับความกระจ่างเรื่องข้อมูลการเสียชีวิต และพบว่าผู้บริหารรพส. พยายามใช้จิตวิทยาทำตัวเหมือนเป็นเป็นผู้ไกล่เกลี่ยกรณีพิพาทระหว่างสัตว์แพทย์ที่ผ่าตัดกับเจ้าของ พยายามพูดให้รู้สึกว่าการเรียกร้องความรับผิดชอบคือการทำลายอนาคตหมอดีๆ ส่วนค่าชดเชยใดๆ ล้วนเป็นความรับผิดชอบที่สัตวแพทย์ต้องจ่ายเอง โดยไม่เกี่ยวกับรพส. ทั้งที่เราเลือกมารพส.แห่งนี้เพราะเชื่อถือในแบรนด์ ว่าจะได้สิ่งที่ดีมีมาตรฐานสมราคาที่จ่าย และปัญหาที่เกิดขึ้นหลายอย่างเกิดจากระบบการทำงานของรพส.แห่งนี้ ทั้งนี้จากการพูดคุยในวันนั้นพบว่านอกจากศัลยแพทย์ที่พูดถึงความผิดพลาดอย่างตรงไปตรงมารวมทั้งการยอมรับว่าที่ไม่แจ้งข้อมูลด้านความเสี่ยง ด้วยได้รับข้อมูลจากทีมงานว่าเจ้าของต้องการผ่าตัดแน่ๆ จึงพยายามพูดแต่ข้อดีของการผ่าส่องกล้องซึ่งดีกว่าผ่าเปิดอก ซึ่งจริงๆแล้วเจ้าของไม่เคยมีความคิดจะนำสุนัขอายุมากมาผ่าเปิดอก และแม้การผ่าตัดวิธีใดก็ตามเพราะสุนัขยังไม่มีอาการฉุกเฉินสำคัญจำเป็นใดๆ ที่ต้องเร่งผ่าตัด ที่เจ้าของตัดสินใจทำเพราะเชื่อว่าปลอดภัย ไม่เสี่ยงแน่นอน ส่วนสัตวแพทย์หัวใจเจ้าของไข้ดูมีความกังวลและพยายามบิดถ้อยคำในการให้ข้อมูลระหว่างการเจรจา
– 7 สัปดาห์หลังการเสียชีวิต เจ้าของได้รับทราบข้อมูลว่า เลือดสำรองกรณีฉุกเฉินที่ทาง รพส.จัดหาให้ จำนวน 1.9 ลิตร ในราคารวม 17,565 บาท มีปริมาณไม่พอสำหรับการกู้ชีพเจอร์นี่ ดังนั้นเมื่อเกิดการผ่าตัดผิดพลาด จึงไม่อาจกู้ชีพเจอร์นี่ไว้ได้ ซึ่งได้สอบถามจากอาจารย์ประจำคณะสัตวแพทย์ จุฬาฯ แล้วได้ข้อมูลว่า ถ้าคิดว่าการผ่าส่องกล้องไม่เสียเลือด ปริมาณเลือด1.9 ลิตร มากเกินความจำเป็นที่เจ้าของต้องจ่ายเพื่อเตรียมการ แต่ถ้าเกิดปัญหาจากกรณีอุปกรณ์ตัดโดนเส้นเลือดดังกล่าว ก็เป็นปริมาณที่ไม่เพียงพอในการกู้ชีพ
– เมื่อมาตรวจดูใบเสร็จรับเงินค่าเลือดสำรองที่จ่ายไป พบว่า ทางรพส.ใช้คำว่า ค่าวิเคราะห์แล็ป ไม่มีคำว่าเลือดหรือโลหิตปรากฎในใบเสร็จรับเงิน
สรุป
เรายื่นฟ้องเพราะต้องการใช้สิทธิทางกฎหมาย และรณรงค์ให้สังคมตระหนักถึงเรื่องราวแห่งความผิดพลาดถึงชีวิต เพื่อจะเป็นบทเรียนไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำ ไม่ต้องมาโทษตัวเองว่าทำไมจึงเชื่อและวางใจในข้อมูลด้านเดียวที่สัตวแพทย์และรพส.แห่งนี้ให้ จึงส่งสุนัขที่เป็นสมาชิกในครอบครัวไปตาย ดังนั้นนี่จึงเป็นการรณรงค์ที่หวังจะให้เกิดประโยชน์และเกิดการเปลี่ยนแปลงในบ้านเมือง การกำกับดูแล รพส. ควรมีมาตรการเรื่องธรรมาภิบาลด้วย เพื่อจะได้หยุดน้ำตาของเจ้าของสัตว์เลี้ยงคนต่อไป
ธิษณา ชนะคดีในศาลชั้นต้น แต่แพ้ในศาลอุทธรณ์ และวันที่ 19 มิ.ย.68 จะเป็นวันชี้ขาดว่าคดีนี้จะได้ไปต่อในชั้นฎีกา หรือจบที่ชั้นอุทธรณ์
#ThePublisherTH #สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม #เพื่อเจอร์นี่ #MaJourAndFriends #สัตว์ไม่ใช่ของ #ศาลฎีกา19มิถุนายน #JusticeForPets

