“ทั้งหมดนี้ทำให้ระบบการเมืองเราชิบหายวายป่วง”
— รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา
เรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์ในรายการ “เที่ยงเปรี้ยงปร้าง”
ดำเนินรายการโดย “สมจิตต์ นวเครือสุนทร”
————
เกมแตกหักเพื่อกระชับอำนาจ
รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว มองว่า ความเคลื่อนไหวของพรรคเพื่อไทยในการผลักพรรคภูมิใจไทยออกจากรัฐบาล เป็นผลของ “ไฟท์บังคับ” มากกว่าแผนยุทธศาสตร์ระยะยาว
“ทักษิณ ชินวัตร ออกปากเองว่าจะเอากระทรวงมหาดไทยกลับมา ก็ต้องทำให้ได้ ไม่อย่างนั้นจะเสียการนำ”
แต่ผลข้างเคียงของการแตกหักครั้งนี้คือ “รัฐบาลแพทองธารจะกลายเป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำทันที” เสียงของฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้านจะใกล้เคียงกันอย่างยิ่ง และถ้ามีการงดออกเสียงหรือขาดประชุมเพียงไม่กี่คน ก็อาจไม่มีเสียงข้างมากเพียงพอในการผลักดันนโยบายหรือกฎหมายสำคัญ
——-
เสียงต่อรอง–เกมซื้องูเห่าจะร้อนแรง
หนึ่งในกฎหมายที่อาจสะดุดคือ ร่างกฎหมายเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับคาสิโน บ่อนออนไลน์ และผลประโยชน์ของเครือข่ายชนชั้นนำ
“กฎหมายแบบนี้จะมีการต่อรองสูง ค่าตัว ส.ส. ก็จะสูงขึ้น พรรคร่วมรัฐบาลอย่าง รทสช. ประชาธิปัตย์ รวมถึงพรรคเล็ก ๆ จะมีอำนาจต่อรองเพิ่มขึ้นในทันที”
อาจารย์โอฬารยังมองว่า เพื่อไทยจะ “เขย่าเฉพาะภูมิใจไทย” ไม่แตะรวมไทยสร้างชาติ เพราะถ้าไม่มีเสียง รทสช. รัฐบาลจะไม่ถึงกึ่งหนึ่ง และจะล่มในทันที
“แม้รวมไทยสร้างชาติจะเสียงแตก แต่ก็ยังมีตำแหน่งรัฐมนตรีว่าง 8 ตำแหน่งหลังภูมิใจไทยออกจากรัฐบาล เชื่อว่า สุเทพ พีระพันธุ์ เอกนัฏ ยังไงก็ไม่ร่วมกับภูมิใจไทย…และอาจมีงูเห่าจากภูมิใจไทยเองด้วยซ้ำ”
——
ปรับ ครม. ไม่แตะคนล้มเหลว–ประชาชนหมดศรัทธา
สิ่งที่อาจารย์โอฬารตั้งคำถามคือเหตุใดเพื่อไทยจึงเลือกปรับ ครม. เฉพาะในมิติเชิงอำนาจ ไม่แตะรมว.กลาโหมที่ล้มเหลวเรื่องความมั่นคง รมว.ท่องเที่ยวที่ทำให้นักท่องเที่ยวคุณภาพต่ำทะลักไทย หรือรมต.เศรษฐกิจที่ยังแก้ปากท้องคนไม่ได้
“มันชัดเจนว่าไม่ได้ทำเพื่อประสิทธิภาพหรือประโยชน์ประชาชน แต่เพื่อผลประโยชน์ของพรรคตัวเอง ตอนนี้มีนักท่องเที่ยวจากฟรีวีซ่าสมัยรัฐบาลเศรษฐาเป็นโสเภณีเกลื่อนภูเก็ต ถามว่ารัฐบาลแก้ไขอะไรบ้าง?”
และยิ่งไปกว่านั้น ความอ่อนแอของรัฐบาลจะเปิดพื้นที่ให้ฝ่ายค้าน ทั้งพรรคประชาชน–ภูมิใจไทย เดินหน้าตรวจสอบเต็มรูปแบบ พร้อมกระแสความไม่พอใจที่สั่งสมในหมู่ประชาชน จะเร่งให้รัฐบาลเพื่อไทยเข้าสู่ภาวะลำบากเร็วขึ้น
——-
รอรับได้เลย…นิติสงครามกำลังจะมา
อาจารย์โอฬาร ชี้ว่าศึกการเมืองรอบนี้ไม่ได้มีแต่เกมในสภา แต่มีเกมตรวจสอบองค์กรอิสระตามมาด้วย ทั้งการเข้าชื่อถอดถอนรมต.เพื่อไทย การยื่นยุบพรรคจากข้อหาทักษิณครอบงำ
“มันคือเกมกวาดล้างเพื่อผลักกันออกจากกระดานอำนาจ ฝ่ายภูมิใจไทยก็โดนยื่นยุบพรรคเหมือนกัน คดีฮั้วส.ว.ก็จะถูกดันจนสุดทาง”
และทั้งหมดนี้ “ไม่ใช่แค่เรื่องตัวบุคคล แต่คือปัญหาเชิงโครงสร้างจากรัฐธรรมนูญที่อัปลักษณ์ และจากผู้เล่นนอกรัฐธรรมนูญที่กุมอำนาจ เรามีทักษิณ กลุ่มทุน และกลุ่มที่มีอิทธิพลทางอื่น ๆ อยู่ในวงนอก แต่มีบทบาทกำหนดการเมือง จนประชาชนหมดศรัทธาต่อระบบ”
———
ปลายทางไม่ใช่ความมั่นคง…แต่เสี่ยงพังกลางทาง
อาจารย์โอฬารสรุปว่า รัฐบาลเพื่อไทยมีเป้าหมาย “ประคองอำนาจให้นานที่สุดก่อนยุบสภา” โดยหวังว่าจะสร้างผลงานให้ได้ก่อนเลือกตั้งครั้งหน้า แต่โอกาสสำเร็จนั้น “ยากมาก”
“ต่อจากนี้จะซัดกันทุกเม็ด จัดกันทุกโอกาส ใช้ประชานิยมแบบเกทับกันด้วยจำนวนเงิน ลดแลกแจกแถมจนกลายเป็นเกมเฉพาะหน้าเพื่อเอาตัวรอดแลกคะแนนนิยม”
และสำหรับรัฐบาลที่เริ่มต้นจากความร่วมมือกับภูมิใจไทย แต่ลงท้ายด้วยการหักหลัง อาจนิยามได้สั้น ๆ ว่า
“รัฐบาลเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด…เริ่มด้วยช็อกมินต์ สุดท้ายช็อกภูมิใจไทย”
