จุดเริ่มต้นอาจมาจากความรักของพ่อ แต่จุดจบ…กลับเป็นราคาที่ลูกต้องจ่าย”
ในประวัติศาสตร์การเมืองไทย มีเพียงสองครั้งที่ประเทศนี้มีนายกรัฐมนตรีหญิง และทั้งสองครั้งนั้น ต่างก็เป็นคนในตระกูล ชินวัตร
ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และแพทองธาร ชินวัตร คือหุ่นเชิดที่ขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำประเทศด้วยแรงสนับสนุนจาก “ทักษิณ”
แต่เมื่อดูจากปลายทางอำนาจของนายกฯ หญิงทั้งคู่ กลับมีชะตากรรมที่คล้ายกันอย่างน่าขนลุก
⸻
“อาปู” ที่ต้องหนีคุก
ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ขึ้นสู่ตำแหน่งนายกฯ ในปี 2554 จากการถูกวางตัวโดยพรรคเพื่อไทย ในฐานะ “นอมินีของพี่ชาย”
แม้เธอจะพยายามสร้างภาพของผู้นำหญิงที่อ่อนโยนแต่หนักแน่น แต่บทบาทของทักษิณในการขับเคลื่อนรัฐบาลไม่เคยจางหาย และท้ายที่สุด กลับกลายเป็นจุดอ่อนที่นำไปสู่จุดจบ
ปี 2557 ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้พ้นจากตำแหน่ง เพราะลงนามโยกย้าย “ถวิล เปลี่ยนศรี” เลขาฯ สมช. ไปเป็นที่ปรึกษานายกฯ โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
และคดีสำคัญที่ตามมา คือ “โครงการรับจำนำข้าว” ซึ่งศาลฎีกาฯ แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตัดสินให้จำคุก 5 ปี ฐานปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริต
ผลลัพธ์! ยิ่งลักษณ์หลบหนีคำพิพากษาออกนอกประเทศ ใช้ชีวิตในต่างแดนต่อเนื่องถึง 8 ปีแล้ว
⸻
“อิ๊งค์” ที่ถูกพ่อดัน จนอาจเดินซ้ำรอย
แพทองธาร ชินวัตร อาจเริ่มต้นแตกต่าง — เธอได้รับการเคี่ยวกรำมากกว่า “อาปู” แต่ก็ยังอ่อนด้อยทางการเมืองอยู่มาก ในขณะก้าวขึ้นเป็นหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยและนายกรัฐมนตรีหญิงคนที่สองของไทย
แต่เส้นทางของเธอกำลังเจอมรสุมหนัก หลัง คลิปสนทนากับฮุน เซน หลุดออกมา
คำว่า “อยากได้อะไรเดี๋ยวจัดให้” ที่พูดกับผู้นำประเทศเพื่อนบ้าน ถูกตีความว่าเป็นการยอมอ่อนข้อทางการทูต ทำชาติเสื่อมเสียเกียรติภูมิ และยิ่งไปกว่านั้น — ยังมีการพาดพิงถึงแม่ทัพภาคที่ 2 ว่าเป็นฝ่ายตรงข้าม พูดเอาเท่ ไม่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ
คำพูดเหล่านั้นเขย่าความมั่นคงทางจิตใจของประชาชน และสะเทือนสถานะของนายกรัฐมนตรีหญิงคนล่าสุดอย่างรุนแรง
⸻
การเมืองร้าว คดีอาญารออยู่
หลังคลิปหลุด—พรรคร่วมรัฐบาลเริ่มถอยห่าง ภูมิใจไทยถอนตัว รวมไทยสร้างชาติยื่นคำขาด ถ้าไม่ลาออก ก็พร้อมถอน 18 เสียงขั้วพีระพันธุ์
หมายความว่า…รัฐบาลเพื่อไทยอาจกลายเป็น “รัฐบาลเสียงข้างน้อย”
และไม่ใช่แค่การเมืองที่เสื่อมถอยเท่านั้น ด้านคดีความ—สถานการณ์ยิ่งมืดมน
มีการแจ้งความดำเนินคดีข้อหากระทบความมั่นคงของรัฐ ซึ่งมีโทษสูงสุดถึง ประหารชีวิต และในอีกด้าน ส.ว. ก็กำลังรวบรวมรายชื่อยื่นศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาว่า แพทองธารทำผิดจริยธรรมร้ายแรงหรือไม่
หากศาลชี้ว่าผิดจริง เธอก็อาจถูกถอดถอนพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในเส้นทางเดียวกับ “อาปู” — แม้เหตุจะแตกต่าง แต่ปลายทางก็คล้ายกันอย่างน่าเจ็บปวด
⸻
บทเรียนที่ไม่เรียนรู้
“อาปู” หนีคุก “อิ๊งค์” อาจหนีไม่พ้น
แม้สถานการณ์จะยังไม่ถึงบทจบ แต่ทุกอย่างกำลังเดินหน้าไปสู่จุดที่ประชาชนตั้งคำถามถึง “ความเหมาะสม” “ความสามารถ” และ “ความซื่อสัตย์” ของผู้นำ และเสียงเรียกร้องให้ “ลาออก” ไม่ต่างจากปลายยุค “อาปู”
บทเรียนจากอดีตกลับมาเตือนอีกครั้ง แต่ดูเหมือน…จะไม่มีใครเรียนรู้

