“เรายังมีเวลา พรรคประชาธิปัตย์ยังเปลี่ยนใจได้”
— ชนินทร์ รุ่งแสง กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์
เรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์ในรายการ “เที่ยงเปรี้ยงปร้าง” ดำเนินรายการโดย “สมจิตต์ นวเครือสุนทร”
———
เสียงสะท้อนจากประชาชน ที่กรรมการบริหารพรรคควรฟัง
หลังที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ลงมติ 19 ต่อ 7 ให้ร่วมรัฐบาลต่อ
ชนินทร์ รุ่งแสง หนึ่งในกรรมการบริหารเสียงข้างน้อย เดินหน้ายื่นหนังสือขอให้พรรคทบทวนมติ พร้อมแนบรายชื่อประชาชนและสมาชิกพรรคที่ร่วมลงชื่อสนับสนุนข้อเสนอให้ “เปลี่ยนนายกรัฐมนตรี”
“ตอนนี้สถานะของพรรคเราไม่เหมือนวันแรกที่ร่วมรัฐบาล เรามีน้ำหนักมากขึ้น ถ้าประชาธิปัตย์ขยับ ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงได้”
———-
ไม่ต้องยุบสภา แต่ต้องเปลี่ยนนายกฯ
ชนินทร์ย้ำว่า ข้อเสนอของเขาไม่ใช่การลาออกจากรัฐบาลทันที หรือกดดันให้ยุบสภา แต่เป็นการขอให้พรรคเสนอเปลี่ยนตัวผู้นำประเทศ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นใหม่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ
“ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาชายแดน ยังต้องเดินต่อ แต่ต้องมีผู้นำที่ประชาชนไว้ใจได้ ไม่ใช่คนที่หมดศรัทธาไปแล้ว”
แม้ข้อเสนอดังกล่าวถูกปัดในที่ประชุมว่าเป็นไปไม่ได้ เขาก็ยังยืนยันว่าพรรคควรกลับมาทบทวน ก่อนจะสายเกินไป
———
ยังหวัง กก.บห.ปชป. ทบทวนมติใหม่
แม้จะมีภาพหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ปรากฏตัวข้างนายกรัฐมนตรีหญิงคนปัจจุบันพร้อมแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลอื่น แต่ชนินทร์ยืนยันว่า
“ยังไม่มีประกาศอย่างเป็นทางการว่าจะไม่เปลี่ยนนายกฯ
ถ้ายังไม่ตัดสินใจขั้นสุด ผมก็ยังเชื่อว่าเรายังกลับตัวได้”
เขาบอกว่า เสียงสะท้อนจากประชาชนในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดชัดเจนมากว่า “ไม่เอาแล้ว” กับผู้นำคนเดิม
———
ประชาธิปัตย์ยังมีทางเลือก แม้ไม่ใช่ทางนิยม
ชนินทร์ยอมรับว่า ไม่ว่าพรรคจะถอนตัวหรืออยู่ต่อ ประชาชนบางส่วนอาจไม่กลับมาสนับสนุนในทันที แต่การเลือก “ฟังประชาชน” คือสิ่งที่ต้องทำ
“เราอาจไม่ได้เสียงคืนมาในพริบตา
แต่เราจะได้ศรัทธากลับมา ถ้าแสดงให้เห็นว่าเราไม่ทิ้งหลักการ ไม่ทิ้งประชาชน”
เขายังมองว่าการร่วมรัฐบาลในอดีตทั้งกับพล.อ.ประยุทธ์ และพรรคเพื่อไทย เป็นการตัดสินใจของกรรมการบริหารในบริบทต่างกัน แต่สิ่งที่พรรคต้องยึดมั่นไม่เปลี่ยนคือ อุดมการณ์
“ประชาธิปไตย – สถาบันพระมหากษัตริย์ – ความซื่อสัตย์
คือแก่นของพรรค เราต้องพิสูจน์มันด้วยการกระทำ”
———
ยังไม่ลาออก แต่มี “เส้นตายในใจ”
ในขณะที่หลายคนลาออกจากตำแหน่งหรือจากการเป็นสมาชิกพรรค
ชนินทร์ยืนยันว่า เขายังไม่เลือกทางนั้น เพราะเชื่อในพลังการเปลี่ยนแปลงจากภายใน
“สิ่งที่ผมไม่อยากทำคือลาออกจากการเป็นกรรมการบริหารพรรค และที่ไม่เคยคิดคือการลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค ประชาธิปัตย์เป็นของทุกคน ถ้าผมลาออก ก็เท่ากับปล่อยให้พรรคเดินทางเดิมต่อไป แต่ถ้าพรรคยืนยันจะร่วมรัฐบาลแน่ โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงนายกฯ — วันนั้นแหละ อาจเป็นเส้นตายที่ผมต้องตัดสินใจบางอย่าง”
#ThePublisherTH #สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม #พรรคร่วมรัฐบาล #ประชาธิปัตย์ #รัฐบาลแพทองธาร #ทักษิณชินวัตร #คลิปเสียงแพทองธาร #เกมการเมือง #มันจบแล้วอุ๊งอิ๊งค์ #ถอนตัวร่วมรัฐบาล

