“รัฐบาลเหมือนผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย… แค่ไข้หวัดก็เอาไม่อยู่”
— รังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรคประชาชน
เรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์ในรายการ “เที่ยงเปรี้ยงปร้าง” ดำเนินรายการโดย “สมจิตต์ นวเครือสุนทร”
⸻
# ศึกซักฟอกที่เดิมพันคือศรัทธา
ในสถานการณ์ที่รัฐบาลแพทองธารแขวนอยู่บนเส้นด้าย สัญญาณเตือนวิกฤตมีให้เห็นรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นเสียงวิจารณ์คลิปเสียงฮุน เซน – หลานอิ๊งค์ ความเปราะบางภายในพรรคร่วม และแนวโน้มการเคลื่อนไหวของมวลชน และคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ และอีกปมที่กำลังจะเพิ่มแรงสั่นสะเทือน คือศึกซักฟอกที่ฝ่ายค้านกำลังชั่งน้ำหนักว่าจะเดินเกมเมื่อใด
“เราคิดเรื่องนี้มาก่อนภูมิใจไทยเสียอีก” รังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรคประชาชนกล่าวอย่างชัดเจน
“เราเรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภา แต่เขากลับเร่งจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ทั้งที่ควรถามก่อนว่านายกฯ ต้องรับผิดชอบอย่างไรต่อคลิปเสียง ไม่ใช่เบี่ยงประเด็นไปแค่ใครจะเป็นรัฐมนตรี”
ในมุมของโรม การเลือกเปิดศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ต้องคำนึงถึงกลไกรัฐธรรมนูญมาตรา 154 ที่ให้อภิปรายได้เพียงปีละครั้ง “แต่เมื่อรัฐบาลแสดงท่าทีแน่ชัดไม่ยุบสภาแน่ นับตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค. ที่จะเปิดสมัยประชุม การยื่นญัตติเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา”
⸻
# นายกฯ คนนี้…ประชาชนไม่เชื่อมั่นแล้ว
สำหรับเขา จุดเปราะบางที่สุดของรัฐบาลนี้ไม่ใช่แค่เสียงในสภา แต่คือความเชื่อมั่นของประชาชนที่ถูกบั่นทอนอย่างหนักหลังคลิปเสียงหลุด
“คนเขาไม่เชื่ออีกแล้วว่าประเทศจะมาก่อนส่วนตัวสำหรับคุณแพทองธาร คนจำนวนมากรู้สึกชัดว่า ความสัมพันธ์ส่วนตัวกับฮุน เซนถูกวางไว้เหนือผลประโยชน์ชาติ”
เขายกตัวอย่างคำพูดในคลิปที่ชวนสะดุดหู — “ถูกไล่ให้ไปเป็นนายกฯ เขมรอยู่แล้ว” ซึ่งเขามองว่าไม่ใช่แค่เรื่องพูดเล่น แต่เป็นภาพสะท้อนว่านายกฯ ใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวเพื่อจัดการเรื่องของตนเอง ซึ่งเป็นวิธีการที่ผิดมหันต์
⸻
# ประเทศนี้เสียไปแล้ว…แม้นายกฯ ยังไม่รู้ตัว
“คุณแพทองธารพูดว่าประเทศไม่ได้เสียอะไร แต่จริง ๆ ประเทศเสียความเชื่อมั่นไปมหาศาล ต่อให้เรียกทูตกัมพูชามาตำหนิ ท่าทีก็ยังเบาอยู่”
โรมย้ำว่า เมื่อประชาชนไม่ไว้วางใจรัฐบาล การบริหารก็ยิ่งยาก ทุกนโยบายจะถูกตั้งคำถาม ความร่วมมือจากภาคส่วนต่าง ๆ จะลดลง “ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อความชอบธรรมหมดไป ประเทศจะเผชิญความเสี่ยงจากทุกด้าน”
⸻
# มะเร็งระยะสุดท้าย…แค่หวัดก็ถึงตาย
โรมประเมินว่า รัฐบาลแพทองธารอยู่ในภาวะเหมือนคนป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย
“ต่อให้เจอแค่ไข้หวัดก็เอาไม่อยู่ เพราะร่างกายอ่อนแอจากภายในแล้ว ไม่ใช่แค่ฝ่ายค้านหรือคลิปเสียง แต่คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ การชุมนุม และความล้มเหลวด้านความมั่นคง ล้วนเป็นตัวเร่ง”
แม้แต่ความกังวลเรื่องรัฐประหาร “ก็เกิดหลังรัฐบาลเดินผิดทางซ้ำซาก คนที่รับผิดชอบต้องเป็นรัฐบาล ไม่ใช่ใครอื่น”
⸻
# จากกัญชาเสรีถึงคอลเซ็นเตอร์: เอาคืนหรือเอาประโยชน์ประชาชน?
เมื่อพูดถึงนโยบายล่าสุดของรัฐบาล ทั้งการถอยกลับจากกัญชาเสรี และการจัดการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โรมเห็นว่า ไม่ได้มีแรงจูงใจจากผลประโยชน์ประชาชนเท่านั้น
“เรื่องกัญชาเสรีคือการแก้แค้นภูมิใจไทย ส่วนคอลเซ็นเตอร์ก็เคยมีคนนำเสนอไว้ตั้งนาน เพิ่งมาทำหลังคลิปเสียงหลุด เหมือนเป็นการเอาคืนตระกูลฮุนด้วยซ้ำ”
⸻
# รัฐบาลอ่อนด้อยเรื่องความมั่นคง
โรมปิดท้ายด้วยการสะท้อนปัญหาความมั่นคงในมิติที่กว้างกว่าการป้องกันประเทศ
“รัฐบาลนี้ล้มเหลวในทุกด้าน แม้แต่เรื่องสารพิษในแม่น้ำกกยังปล่อยให้ประชาชนอยู่กับความไม่แน่นอน ไม่ต้องพูดถึงสามจังหวัดชายแดนใต้ หรือเรื่องการส่งอุยกูร์กลับจีนที่สร้างแรงกระเพื่อมระหว่างประเทศ”
และเมื่อรัฐบาลยังหลงอยู่กับวาทกรรมเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ที่ไม่ได้เป็นนโยบายที่หาเสียงไว้แต่แรก “เราก็ยิ่งเห็นว่าการจัดลำดับความสำคัญของรัฐบาลนี้ผิดเพี้ยนเพียงใด”
⸻
“เราต้องไม่ยอมให้ความไร้ศรัทธากลายเป็นเรื่องปกติของการเมืองไทย” รังสิมันต์ โรม ย้ำอย่างหนักแน่นในช่วงท้าย ว่าฝ่ายค้านจะไม่ทำหน้าที่แบบลูบหน้าปะจมูก แต่มีหน้าที่กู้ศรัทธาประชาชนที่เป็นลบต่อการเมืองกลับคืนมาด้วย เพื่อไม่ให้เกิดวังวนไม่พึงประสงค์ต่อระบบการเมืองไทยในอนาคต
#ThePublisherTH #สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม #พรรคร่วมรัฐบาล #รัฐบาลแพทองธาร #คลิปเสียงแพทองธาร #เกมการเมือง #มันจบแล้วอุ๊งอิ๊งค์ #เปลี่ยนผู้นำไม่ใช่ยุบสภา #รังสิมันต์โรม #คลิปเสียงร้อน #ถอดถอนนายกฯ #ภูมิใจไทย #พรรคประชาชน #พลังประชารัฐ

