• Original
  • Urban Culture
  • Writer
  • About us
  • คุยกับสส
  • The Persona
  • Brief
  • Thai Treasure
  • Urban life
  • On this day
  • News
  • Home
  • Editir pick
  • Good
  • Persona
  • Persona
  • Urban
  • Business
  • Politics
  • Playlist
  • Home
  • People Voice
  • Culture
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
  • Urban Wealth
  • Law
  • Update
  • I’m Youth Ranger
  • Urban History
  • Issues
  • Check

Subscribe to Updates

Get the latest creative news from FooBar about art, design and business.

What's Hot

จตุพร บุรุษพัฒน์ ชี้ทางออกจากการเมืองแบบเดิม “บริหารต้องนำการเมือง”

05/01/2026

“จรวดBM-21” สัญญาณบอกเหตุ แม่ทัพกุ้งขอให้มั่นใจไร้รอยต่อ เปลี่ยนตัวแม่ทัพภาคที่ 2

26/09/2025

กัมพูชาโต้ลั่น ! เคลื่อนย้ายกำลังพล-อาวุธ เป็นภาพเก่า ชี้ไม่มีพฤติกรรมยั่วยุ 

26/09/2025
Facebook Twitter Instagram
Facebook Twitter Instagram
The PublisherThe Publisher
  • P
    • Persona
    • Politics
    • People Voice
    • Playlist
  • U
    • Update
    • Urban
    • Urban Culture
    • Urban History
    • Urban life
    • Urban Wealth
  • B
    • Business
    • Brief
  • L
    • Law
    • I’m Youth Ranger
  • I
    • Issues
  • C
    • Check
  • About us
The PublisherThe Publisher
You are at:Home»การใช้เงิน 1.57 แสนล้าน ผู้ว่า ธปท. VS รัฐบาล ใครดับไฟตรงจุด…ใครจุดชนวนความเสี่ยง!

การใช้เงิน 1.57 แสนล้าน ผู้ว่า ธปท. VS รัฐบาล ใครดับไฟตรงจุด…ใครจุดชนวนความเสี่ยง!

29/05/20251 Min Read
Facebook Twitter

เศรษฐกิจไทยในวงล้อมสงครามภาษี

ในภาวะที่เศรษฐกิจโลกเผชิญแรงสั่นสะเทือนจากสงครามการค้าระลอกใหม่ สหรัฐฯ ใช้นโยบายภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) เป็นอาวุธบีบคู่ค้า ไม่เว้นแม้แต่ประเทศไทย ซึ่งได้รับผลกระทบเต็ม ๆ ผ่านภาคส่งออกและห่วงโซ่อุปทาน

สภาพัฒน์ประเมินว่า GDP ไทยปี 2568 จะขยายตัวได้เพียง 1.8% ในกรณีฐาน และอาจลดลงเหลือ 1.2% หากการเจรจาการค้าระหว่างประเทศมหาอำนาจล้มเหลว

⸻

รัฐเร่งอัดฉีดเงิน หวังพยุงเศรษฐกิจ

เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ รัฐบาลจึงตัดสินใจโยกงบประมาณ 1.57 แสนล้านบาทจากโครงการเติมเงินดิจิทัลวอลเล็ต มาดำเนินแผนกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ โดยเน้น “เติมสภาพคล่อง” ให้กลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย เอสเอ็มอี และกลุ่มเปราะบาง

มีมาตรการสำคัญ เช่น

• สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) จากธนาคารออมสิน 100,000 ล้านบาท

• การค้ำประกันสินเชื่อจาก บสย. 5,000 ล้านบาท

• ขยายโครงการเดิมอย่าง PGS11 เพื่อช่วยเหลือผู้ค้ารายย่อยและไมโครเอสเอ็มอี

⸻

ธปท.ชี้ปัญหาอยู่ที่ “โครงสร้าง” ไม่ใช่แค่ “เงิน”

ในขณะที่ฝ่ายบริหารมุ่งอัดฉีดเม็ดเงิน ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ กลับเสนอให้เปลี่ยนทิศทางสู่การ “แก้โครงสร้าง” โดยชี้ว่ามาตรการควรเน้นการช่วยเหลือภาคธุรกิจที่เผชิญแรงกระแทกจากต่างประเทศอย่างแท้จริง

กลุ่มเป้าหมายหลักคือ:

• ผู้ส่งออกที่ได้รับผลกระทบจากภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ

• ผู้ผลิตในห่วงโซ่อุปทานที่ต้องรับแรงสะเทือนจากการนำเข้าสินค้าราคาถูก

• SMEs ที่ไม่มีความสามารถในการปรับตัวได้ทันท่วงที

⸻

ส่องมาตรการเชิงรุกที่ ธปท. เสนอ

ข้อเสนอของ ธปท. ไม่ใช่แค่การแจกเงิน แต่คือการวางแนวทางป้องกันในระดับโครงสร้าง เช่น

• คุมเข้มการนำเข้าสินค้าและตรวจสอบมาตรฐานอย่างจริงจัง

• บังคับให้แพลตฟอร์มออนไลน์ต่างชาติตั้งสำนักงานในไทย เพื่อเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม

• พิจารณาจัดเก็บภาษีสินค้าที่มีมูลค่าต่ำกว่า 1,500 บาท ซึ่งเป็นช่องโหว่สำคัญของระบบ

มาตรการเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อป้องกันไม่ให้ไทยกลายเป็น “ลานระบายสินค้า” ของประเทศที่เผชิญกำแพงภาษีจากตลาดอื่น

ไม่เพียงดับไฟตรงจุด…ยังวางรากฐานถึงการปรับโครงสร้างอย่างยั่งยืนด้วย

⸻

ทิศทางต่าง ผลลัพธ์ต่าง?

แม้ว่าทั้งรัฐบาลและ ธปท. จะเห็นตรงกันในภาพรวมเรื่องความจำเป็นเร่งด่วนของการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่แนวทางกลับต่างกันอย่างมีนัย

รัฐบาลมุ่งเน้นการเยียวยาระยะสั้นและเจาะจงกลุ่มเปราะบาง ขณะที่ ธปท. มองว่าควรใช้วิกฤตนี้เป็นโอกาสเร่ง “ยกเครื่องระบบ” ให้ธุรกิจไทยสามารถแข่งขันและตั้งรับแรงกระแทกจากสงครามการค้าโลกได้จริง

⸻

ถ้าไม่ปรับ ตอนจบอาจไม่ต่างจากเดิม

หากรัฐบาลยังคงดำเนินตามแนวทางเดิมโดยไม่นำข้อเสนอเชิงโครงสร้างของ ธปท. ไปปฏิบัติ เม็ดเงินกว่า 1.5 แสนล้านบาทอาจเป็นเพียง “ยาแก้ปวด” ที่บรรเทาอาการชั่วคราว แต่ไม่รักษาต้นตอของโรค

ไทยอาจเสี่ยงซ้ำรอยกับหลายครั้งในอดีต ที่เม็ดเงินไหลออกจากรัฐโดยไม่สามารถสร้างความยั่งยืนให้กับภาคการผลิตหรือภาคธุรกิจได้จริง

⸻

ต้องสร้าง “ภูมิคุ้มกัน” ไม่ใช่แค่พยุงชีวิต

บทบาทของ ธปท. ครั้งนี้ไม่ใช่การวิจารณ์หรือคัดค้านแนวทางรัฐบาล แต่คือคำเตือนให้เปลี่ยนเลน จากการพยุงเศรษฐกิจไปสู่การสร้างภูมิคุ้มกันในระบบ

ในสงครามการค้าระลอกใหม่ ประเทศที่อยู่รอดไม่ใช่ประเทศที่มีเงินมากที่สุด แต่คือประเทศที่มีโครงสร้างพร้อมที่สุด

และในเกมนี้ ถ้าไม่วางรากฐานใหม่ตั้งแต่ตอนนี้ การอัดฉีดเงินเท่าไรก็ไม่มีวันเพียงพอ

.#ThePublisherTH #สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม #รัฐบาลแพทองธาร #แพทองธาร #สงครามภาษีทรัมป์ #แบงก์ชาติ #วิกฤตเศรษฐกิจ #มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

Writer Publisher

Leave A Reply Cancel Reply

Demo
Editor Choices
Trendy

จตุพร บุรุษพัฒน์ ชี้ทางออกจากการเมืองแบบเดิม “บริหารต้องนำการเมือง”

Politics 05/01/2026
Facebook Twitter Instagram TikTok

Type above and press Enter to search. Press Esc to cancel.

The publisher ใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ และส่งมอบประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ทําความเข้าใจ นโยบายคุกกี้ และ นโยบายความเป็นส่วนตัว อ่านเพิ่มเติม
ปฎิเสธ ตั้งค่าคุกกี้ ยอมรับ
Manage consent

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น
คุกกี้ที่จําเป็น
Always Enabled
คุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
CookieDescription
cookielawinfo-checkbox-analyticsThis cookie is set by GDPR Cookie Consent plugin. The cookie is used to store the user consent for the cookies in the category "Analytics".
cookielawinfo-checkbox-functionalThe cookie is set by GDPR cookie consent to record the user consent for the cookies in the category "Functional".
cookielawinfo-checkbox-necessaryThis cookie is set by GDPR Cookie Consent plugin. The cookies is used to store the user consent for the cookies in the category "Necessary".
cookielawinfo-checkbox-othersThis cookie is set by GDPR Cookie Consent plugin. The cookie is used to store the user consent for the cookies in the category "Other.
cookielawinfo-checkbox-performanceThis cookie is set by GDPR Cookie Consent plugin. The cookie is used to store the user consent for the cookies in the category "Performance".
viewed_cookie_policyThe cookie is set by the GDPR Cookie Consent plugin and is used to store whether or not user has consented to the use of cookies. It does not store any personal data.
คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์
คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรังปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้
SAVE & ACCEPT
Powered by CookieYes Logo