ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร สมัยวิสามัญเป็นพิเศษ วันที่ 30 พ.ค. 2568 ซึ่งมีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.กทม. พรรคประชาชน ลุกอภิปรายงบจัดซื้อหนังสือเรียนกว่า 9,000 ล้านบาทต่อปี โดยเฉพาะในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ซึ่งได้รับงบฯ ปี 2569 รวม 5,057 ล้านบาท
ในจำนวนนี้ แบ่งเป็นหนังสือจากสำนักพิมพ์เอกชน 3,000 ล้านบาท และหนังสือของกระทรวงศึกษาธิการ 2,000 ล้านบาท แต่ที่น่าจับตาคือ บทบาทของ “องค์การค้าของ สกสค.” ซึ่งเป็นผู้บริหารจัดพิมพ์และจำหน่ายหนังสือในนามรัฐ แต่กลับไม่พิมพ์เอง ทั้งที่มีโรงพิมพ์ กลับจ้างเอกชนพิมพ์แทน โดยมีส่วนต่างสูงถึง 1,000 ล้านบาทต่อปี
“ท่านประธานสงสัยหรือไม่ว่าหนังสือแพง มันแพงได้อย่างไร ส่วนเกินจากการขายหนังสือ 1,000 ล้านบาท มีปัญหาอะไรบ้าง และเป็นงบประมาณปลวกกินหนังสือได้อย่างไร”
— นายธีรัจชัย พันธุมาศ
⸻
นายหน้าค้ากำไร–รัฐเสียเปล่า
ตัวแทน 12 ราย ได้ส่วนลด 18%-30% ขณะที่รัฐได้กำไรเหลือเพียง 247 ล้าน
ธีรัจชัยระบุว่า การบริหารจัดจำหน่ายขององค์การค้าฯ ทำให้รัฐต้องจ่ายเงินเกินจริงปีละ 1,000 ล้านบาท ขณะที่รายได้หลังหักค่าใช้จ่าย เหลือเพียง 247 ล้านบาท เพราะปล่อยให้ “ตัวแทนจำหน่าย 12 ราย” เป็นคนขายหนังสือแทน พร้อมให้ส่วนลดสูงถึง 18%-30% ของราคาปก ซึ่งคิดเป็นงบหล่นหายกว่า 360–600 ล้านบาทต่อปี
“ขอถามเหตุผลความจำเป็นที่ต้องตั้งส่วนลดให้ตัวแทนจำหน่ายสูงขนาดนี้ สกสค. ทำเพื่ออะไร รมว.ศึกษาธิการ ที่เป็นประธานคณะกรรมการ สกสค. ปล่อยให้ทำไปเพื่ออะไร”
⸻
ฮั้ว–ล็อกสเปก–เสือนอนกิน
ซัดทีโออาร์กีดกันคู่แข่ง เจ้าเดิมได้งานต่อเนื่อง รัฐซื้อหนังสือแพง–ไม่มีคุณภาพ
เขายังพุ่งเป้าไปที่การจัดประกวดราคาขององค์การค้าฯ ว่าอาจมีการล็อกสเปก กีดกันคู่แข่งรายใหม่ เพื่อให้เจ้าเดิมที่ผูกขาดงานพิมพ์มาเป็นสิบปีได้งานต่อเนื่อง ผ่านการฮั้วราคาจนกลายเป็น “เสือนอนกิน” และประชาชนต้องรับภาระ
“สุดท้ายคนที่ต้องแบกรับคือรัฐ ต้องเสียงบประมาณที่มาจากภาษีประชาชน ซื้อหนังสือเรียนแพงกว่าที่ควรจะเป็นและไม่มีคุณภาพ”
⸻
เสนอทางออก: ตัดคนกลาง–ให้ สพฐ. หรือ สสวท. พิมพ์เอง
ข้อเสนอของธีรัจชัยคือ ให้ สพฐ. หรือ สสวท. เป็นผู้ว่าจ้างพิมพ์โดยตรง และให้ตัวแทนจำหน่ายกระจายสินค้าต่อ โดยไม่ต้องมีองค์การค้าเป็น “นายหน้า” ที่กินค่าบริหารแฝง พร้อมเรียกร้องให้ รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะประธาน สกสค. แสดงความรับผิดชอบกับระบบที่เป็นอยู่

