เป็นข้อมูลจาก ดร.มานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ที่ระบุว่างานก่อสร้างภาครัฐมูลค่า 7.8 แสนล้านบาทต่อปี ประเมินว่าถูกคอร์รัปชันไปราว 2 แสนล้านบาท ผ่านการล็อกสเปก ฮั้วประมูล ลดงาน ลดคุณภาพวัสดุและอีกสารพัดกลโกง ทั้ง 2.3 แสนโครงการ ที่รัฐลงทุนไปนั้นล้วนตกอยู่ในวงจรคอร์รัปชันแทบไม่ต่างกัน
พร้อมกันนี้ยังแจกแจง “ตัวละคร” ขบวนการเกาะกินวงการก่อสร้างภาครัฐ ที่หลายโครงการสร้างไม่เสร็จ หรือปล่อยทิ้งร้าง ไม่ต่างจากอาคาร สตง. ซึ่งมีทั้ง
1.บริษัทออกแบบ ที่วิ่งเต้นมีผู้อำนาจในหน่วยงาน โดยจ่ายใต้โต๊ะ หรือยอมทำตามคำสั่ง เช่น เขียนล็อคสเปก หรือประเมินราคาสูงเกินจริง เพื่อเป็นเงินทอน
2. บริษัทที่ปรึกษาคุมงานก่อสร้าง ที่ไม่ซื่อสัตย์ ลดวิศวกรหรือคนคุมงาน บางรายสมรู้ร่วมคิดกับผู้รับเหมายอมให้ลดงาน ลดสเปก
3. บริษัทรับเหมาก่อสร้าง จะกอบโกยจากการฮั้วประมูลที่กำหนดราคากลางไว้สูงมาก ทำกำไรเพิ่มจากการลดสเปก ลดคุณภาพงาน รวมทั้งการแก้แบบ ลดปริมาณงาน เพิ่มงาน หรือยกเลิกงานบางส่วนแล้วออกแบบใหม่
4. ผู้บริหารระดับสูงของหน่วยราชการ จะบงการรูปแบบโครงการ แก้ไขหรือเขียนโครงการใหม่ ชักใยอยู่เบื้องหลัง เพื่อคอร์รัปชันโครงการ ซึ่งอันตรายที่สุดและทำให้ราชการเสียประโยชน์มากที่สุด จากสัญญาที่รัฐเสียเสียเปรียบหรือต้องจ่ายค่าโง่ในอนาคต
5.เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานที่บ่อยครั้งไปรีดไถผู้รับเหมาเป็นเงินก้อนเพื่อเป็นค่าตรวจงาน ฯลฯ
นอกจากนี้หลายโครงการยังต้องเผชิญการชักเปอร์เซ็นต์จาก “นายหน้าขายงาน” และ “ขบวนการจัดฮั้วประมูล” ดังนั้นต้องเร่งรื้อระบบจัดซื้อจัดจ้างฯ ให้มีกติกาเปิดกว้าง แข่งขันเสรี เปิดทางเลือกให้ผู้รับเหมาที่มีศักยภาพ ลงโทษเอกชนที่ไม่ซื่อสัตย์ เปิดข้อมูลอย่างโปร่งใส ให้ประชาชนมีส่วนร่วม ใช้ข้อตกลงคุณธรรมอย่างเข้มข้น จริงจัง และใช้เทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพติดตามตรวจสอบ
