เรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์ในรายการ “เที่ยงเปรี้ยงปร้าง” ดำเนินรายการโดย สมจิตต์ นวเครือสุนทร
⸻
รศ.ดร.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต นักรัฐศาสตร์จากนิด้า เปิดมุมวิเคราะห์ที่น่าจับตาต่อคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญกรณีให้ พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม “หยุดปฏิบัติหน้าที่เฉพาะการกำกับดูแล DSI” ชั่วคราว จากคำร้องที่กล่าวหาว่าใช้อำนาจกลั่นแกล้งฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองในคดีฮั้วเลือก ส.ว.
“เป็นนวัตกรรมของศาลรัฐธรรมนูญอย่างหนึ่ง เพราะปกติแล้วหากรับคำร้อง มักจะสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่โดยสิ้นเชิง แต่กรณีนี้สั่งเฉพาะจุด—สะท้อนถึงการใช้ดุลพินิจแบบเฉพาะเจาะจงมากขึ้น”
อาจารย์พิชายชี้ว่า ผลกระทบจะตกอยู่กับ “คดีฮั้ว ส.ว.” โดยตรง เพราะการสั่งให้ พ.ต.อ. ทวี หยุดกำกับ DSI อาจทำให้ขบวนการสอบสวน “ชะงัก” และหากไม่มีรัฐมนตรีใหม่มาผลักดัน น้ำหนักของ DSI ก็อาจลดลงตามไปด้วย แม้คดีอื่น เช่น อั้งยี่–ฟอกเงิน ยังเดินหน้าได้เพราะเป็นอำนาจหน้าที่อยู่แล้ว
“แต่ขวัญกำลังใจของเจ้าหน้าที่อาจถูกกระทบ และความลังเลอาจตามมา ถ้าไม่มีรัฐมนตรีคอยสนับสนุนในทางนโยบายอย่างชัดเจนโดยเฉพาะการทำคดีฮั้วสว.ที่ดำเนินการร่วมกับกกต.อยู่ในขณะนี้”
⸻
พลังแดงอ่อนแรง – น้ำเงินได้จังหวะโต้กลับ
ในเชิงการเมือง คำสั่งนี้สะเทือนสมดุลพลังทันที
“พลังของฝั่งแดงดูเหมือนลดลงประมาณหนึ่ง ขณะที่ฝั่งน้ำเงินมีพลังตอบโต้และต่อรองเพิ่มขึ้น”
แต่อาจารย์พิชายเตือนว่า คำสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ของศาลฯ ยังไม่ใช่คำวินิจฉัยสุดท้าย
“มีหลายกรณีก่อนหน้านี้ที่ศาลฯ สั่งให้หยุด แต่สุดท้ายก็ตัดสินให้ยกคำร้อง”
⸻
สองคดีคู่ขนาน : ถอดถอนรัฐมนตรี VS ฮั้วเลือก ส.ว.
อาจารย์พิชายแนะให้ติดตามไทม์ไลน์ของสองคดีสำคัญไปพร้อมกัน
- คำร้องถอดถอน พ.ต.อ. ทวี และนายภูมิธรรม เวชยชัย ต่อศาลรัฐธรรมนูญ
- คดีฮั้ว ส.ว. ที่ กกต.–DSI กำลังดำเนินการสอบสวน
“ถ้าศาลตัดสินให้ ทวี พ้นจากตำแหน่งก่อน คดีฮั้วอาจถูกสั่นคลอนในแง่ความชอบธรรม แต่ถ้าไม่ถูกถอดถอน คดีก็จะเดินหน้าได้ตามกลไกเดิม”
⸻
กล้าธรรมสยายปีก – ภูมิใจไทยถูกเบียดในเกมใหญ่
อาจารย์พิชายวิเคราะห์การขยายอำนาจของ “พรรคกล้าธรรม” ภายใต้การนำของ ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า ว่าไม่ใช่แค่ขยายพรรคเพื่อเตรียมเลือกตั้ง แต่คือการจัดเกมใหม่ให้ “เพื่อไทยได้เปรียบ”
“กล้าธรรมจะเป็นพันธมิตรแนบแน่นของเพื่อไทย และอาจตัดพรรคภูมิใจไทยหรือรวมไทยสร้างชาติ ออกจากอำนาจ ก่อนยุบสภา เพื่อให้เกิดความได้เปรียบทางการเมือง”
แม้ทั้งสองพรรคจะมีกลุ่มอนุรักษ์นิยมหนุนหลัง แต่ด้วยคณิตศาสตร์ ส.ส. ที่เปลี่ยนได้ทุกวัน พรรคที่มีจำนวน ส.ส. น้อยกว่าอย่าง “รวมไทยสร้างชาติ” อาจถูกเขี่ยออกก่อน
“ไม่มีรวมไทยสร้างชาติ รัฐบาลยังยืนได้ แต่ถ้าไม่มีภูมิใจไทยต้องดูว่ามี ส.ส. ฝ่ายค้านเติมมาแค่ไหน ถ้ามีมากพอ…เขี่ยออกก็ไม่ยาก แต่ในส่วนของรวมไทยสร้างชาติยังต้องดูปัจจัยอื่นประกอบเพราะมีแรงสนับสนุนจากพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชาด้วย”
⸻
พฤติกรรมแบบเดิม…เกมแบบเก่าในฉากใหม่
แม้จะดูเหมือนเป็นยุคใหม่ของการเมือง แต่อาจารย์พิชายชี้ว่า “การดูด ส.ส.” คือภาพเก่าที่กลับมาอีกครั้ง
“การเมืองไทยยังตกค้างอยู่กับบ้านใหญ่ ระบบซื้อเสียง การเพิ่มอำนาจต่อรอง พรรคกล้าธรรมตอนนี้ก็ทำเหมือนที่ภูมิใจไทยเคยดูดงูเห่าอนาคตใหม่ เชื่อว่าน่าจะมีการตั้งเป้าได้สส.ครั้งหน้าราว 30-50 ที่นั่ง ซึ่งจะกลายเป็นคู่แข่งสำคัญของพรรคภูมิใจไทย สิ่งที่เราเห็นคือการจัดสมดุลอำนาจเพื่อให้เพื่อไทยเป็นแกนหลักของรัฐบาลในระยะยาว และกล้าธรรมกำลังกลายเป็นเบี้ยตัวสำคัญที่จัดการพรรคคู่แข่งได้แบบไม่ต้องเปื้อนมือเอง”

