ถ้าใครเคยคิดว่าสินค้าบำรุงสุขภาพมีแค่โสม กระเพาะปลา หรือเห็ดหลินจือ…ลองเดินเข้า “ตลาดค้าส่งสุขภาพ” กลางเมืองกวางโจวดูสักครั้ง แล้วคุณอาจจะลืมทางกลับ
สมุนไพรนับพันชนิด รังนกนับสิบประเภท เปลือกส้มที่เก็บไว้ตั้งแต่ 1 ปีถึง 30 ปี—ทั้งหมดนี้มีขายที่นี่
เรื่องเล่าจากโพสต์ของ ศ.ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน รองประธานที่ปรึกษารมว. พม. ไม่เพียงเปิดโลกให้คนที่ยังไม่เคยไปสัมผัสเมืองจีน แต่ยังเปิดมุมมองทางด้านเศรษฐกิจอีกด้วย
ศ.ดร.กนก เล่าประสบการณ์เดินสำรวจ “ตลาดค้าส่งสินค้าบำรุงสุขภาพ” ใจกลางนครกวางโจว ประเทศจีน พร้อมตั้งคำถามถึงโอกาสของ “รังนกไทย” ที่แม้มีคุณภาพและต้นทุนวัตถุดิบสูง แต่กลับครองสัดส่วนในตลาดจีนไม่ถึง 1%
เขาเล่าว่าตลาดดังกล่าวจัดจำหน่ายสมุนไพร เห็ด กระเพาะปลา ปลิงทะเล จนถึงรังนกหลายชนิด ครอบคลุมสินค้าบำรุงสุขภาพตามความเชื่อของคนจีนจำนวนนับพันรายการ
“ผมเดินดูร้านค้าเหล่านี้จนลายตา ที่สำคัญคือคิดไม่ถึงว่าจะมีสินค้าบำรุงสุขภาพตามความเชื่อและวัฒนธรรมจีนมากมายขนาดนี้” — ศ.ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน
จีนไม่ผลิตเอง แต่นำเข้า – รังนกไทยแทบไม่มีที่ยืน
สิ่งที่ทำให้ศ.ดร.กนก และคณะต้องหยุดและสอบถามจริงจังคือ ร้านจายรังนก
“จีนไม่สามารถผลิตรังนกได้เอง ต้องนำเข้าจาก มาเลเซียและอินโดนีเซียเป็นหลัก ขณะที่ เวียดนามเริ่มแซงขึ้นมาเป็นผู้ส่งออกสำคัญ ส่วน ไทยกลับมีส่วนแบ่งตลาดไม่ถึง 1% ทั้งที่มีศักยภาพสูงในด้านการผลิตและแปรรูป”
เงื่อนไขสำคัญคือ จีนยังเป็นผู้กำหนดมาตรฐานราคาตลาด คุณภาพ และเงื่อนไขด้านความปลอดภัยของรังนก ทำให้ผู้ส่งออกไทยไม่สามารถตั้งราคาเองได้
“รังนก” กับโอกาสทางเศรษฐกิจของไทย
ศ.ดร.กนกชี้ว่า หากไทยสามารถขยายการส่งออกรังนกได้ จะเป็นการสร้างรายได้ให้แก่
• เกษตรกรผู้เลี้ยงนก
• แรงงานในอุตสาหกรรมล้างและแปรรูปรังนก
• ผู้ประกอบการที่พัฒนาผลิตภัณฑ์รังนกหลากหลาย เช่น รังนกพร้อมดื่ม เครื่องสำอาง หรืออาหารเสริม
“ถ้ารังนกเป็นสินค้าส่งออกหนึ่งรายการที่สร้างรายได้ปีละ 10,000 ล้านบาท แล้วไทยสร้างสินค้าแบบนี้ได้ 10,000 รายการ รายได้จากการส่งออกก็จะถึง 100 ล้านล้านบาทต่อปี” — กนกวงษ์ ตระหง่าน
บทเรียนจากจีน: Scale คือคำตอบ
ศ.ดร.กนก สรุปว่า จุดที่ไทยต้องเรียนรู้จากจีน คือ “ขนาด” หรือ Scale เพราะจีนสามารถชนะด้วยความใหญ่ ทั้งตลาด แรงงาน และระบบควบคุมสินค้า
“ไม่มีประเทศไหนพึ่งสินค้าไม่กี่รายการแล้วเศรษฐกิจจะโตได้ ไทยต้องเร่งสร้างสินค้าใหม่ๆ เพิ่มจำนวนสินค้าให้มากพอ เพื่อให้เศรษฐกิจขับเคลื่อนได้จริง” — ศ.ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน
ย้อนกลับมาที่ไทย…ถ้ารังนกคือสมบัติล้ำค่า เราจะปล่อยให้ขายไม่ถึง 1% ในตลาดใหญ่ที่สุดของโลกไปอีกนานแค่ไหน?
📌 อ่านโพสต์ต้นฉบับ: Facebook กนกวงษ์ ตระหง่าน

