• Original
  • Urban Culture
  • Writer
  • About us
  • คุยกับสส
  • The Persona
  • Brief
  • Thai Treasure
  • Urban life
  • On this day
  • News
  • Home
  • Editir pick
  • Good
  • Persona
  • Persona
  • Urban
  • Business
  • Politics
  • Playlist
  • Home
  • People Voice
  • Culture
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
  • Urban Wealth
  • Law
  • Update
  • I’m Youth Ranger
  • Urban History
  • Issues
  • Check

Subscribe to Updates

Get the latest creative news from FooBar about art, design and business.

What's Hot

จตุพร บุรุษพัฒน์ ชี้ทางออกจากการเมืองแบบเดิม “บริหารต้องนำการเมือง”

05/01/2026

“จรวดBM-21” สัญญาณบอกเหตุ แม่ทัพกุ้งขอให้มั่นใจไร้รอยต่อ เปลี่ยนตัวแม่ทัพภาคที่ 2

26/09/2025

กัมพูชาโต้ลั่น ! เคลื่อนย้ายกำลังพล-อาวุธ เป็นภาพเก่า ชี้ไม่มีพฤติกรรมยั่วยุ 

26/09/2025
Facebook Twitter Instagram
Facebook Twitter Instagram
The PublisherThe Publisher
  • P
    • Persona
    • Politics
    • People Voice
    • Playlist
  • U
    • Update
    • Urban
    • Urban Culture
    • Urban History
    • Urban life
    • Urban Wealth
  • B
    • Business
    • Brief
  • L
    • Law
    • I’m Youth Ranger
  • I
    • Issues
  • C
    • Check
  • About us
The PublisherThe Publisher
You are at:Home»บัตรทองปี 68: งบเพิ่ม สิทธิเพิ่ม แต่ทำไมโรงพยาบาลเจ๊งหนัก?

บัตรทองปี 68: งบเพิ่ม สิทธิเพิ่ม แต่ทำไมโรงพยาบาลเจ๊งหนัก?

11/06/20251 Min Read
Facebook Twitter

“โรงพยาบาลรัฐ 218 แห่งขาดทุน” กลายเป็นข่าวใหญ่ที่สะเทือนวงการสาธารณสุขช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2568 จากการเปิดข้อมูลโดยนพ.อนุกูล ไทยถานันดร์ อดีตประธานชมรมโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป (รพศ.รพท.) ในงานเสวนาเรื่อง “ทิศทางการดำเนินงานระบบบัตรทองในปัจจุบันและอนาคต” พร้อมเสียงสะท้อนว่า “ระบบงบประมาณที่จ่ายไม่เท่าทุนรักษา” กำลังผลักโรงพยาบาลให้ยิ่งรักษายิ่งเข้าเนื้อ

ขณะเดียวกัน สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ผู้บริหารงบ “บัตรทอง” กลับออกมาชี้แจงว่าความจริงอาจไม่ได้หนักขนาดนั้นและตัวเลข 218 แห่งอาจตีความเกินจริง

ท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างฝ่ายโรงพยาบาลกับหน่วยบริหารงบ—คำถามจึงไม่ได้อยู่ที่ “ใครผิด” แต่คือเราจะรักษาคุณภาพระบบสุขภาพถ้วนหน้าได้อย่างไร ท่ามกลางทรัพยากรที่ไม่พอ?


ตัวเลขหนี้ที่ทำให้สะดุ้ง

ข้อมูลจากนพ.อนุกูลระบุว่า

  • โรงพยาบาลในสังกัด สธ. มี “เงินบำรุงติดลบ” รวม4,219.4 ล้านบาท (ไตรมาส 1 ปี 2568)
  • โรงพยาบาล218 แห่งจาก 902 แห่ง มีสถานะเงินสดติดลบ
  • 10 อันดับโรงพยาบาลที่ขาดทุนมากที่สุดรวมกันเกือบ1,918 ล้านบาทโดยอันดับ 1 คือ รพ.ขอนแก่น ติดลบ848.3 ล้านบาท

ต้นทุนที่ไม่เคยถูกชดเชยเต็ม

ต้นตอสำคัญคือ “ค่าถ่วงน้ำหนักโรค” หรือadjRW ที่รัฐใช้คำนวณงบรายหัวผู้ป่วยใน

  • ต้นทุนจริงต่อ 1 adjRW อยู่ที่ราว 13,000 บาท
  • สปสช. เคยจ่าย8,350 บาทและมีข่าวว่าถูกหั่นลงเหลือ7,100 บาทในปี 2568

แพทย์จึงตั้งคำถามว่า

“ถ้าเงินที่ได้ยังไม่ถึงต้นทุนจริง ระบบจะรักษาคุณภาพได้อย่างไร?”


ฝั่ง สปสช. ออกโรงโต้ทันที

สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ออกมาชี้แจงหลายประเด็นสำคัญ:

1. ตัวเลข 218 แห่ง “ไม่สะท้อนภาพรวม”

สปสช.ระบุว่าถ้าใช้หลักบัญชีทุนหมุนเวียนสุทธิ (Net Working Capital) จริง มีเพียง13 โรงพยาบาลที่ติดลบไม่ใช่ 218 แห่ง

2. “ไม่ได้ลด” ค่าจ่ายต่อ adjRW

ยังยืนยันว่าจ่าย8,350 บาท/adjRW เท่าเดิม ข่าวลดเหลือ 7,100 บาทไม่เป็นความจริง

3. งบเพิ่มต่อเนื่อง

ปี 2567 ได้งบ217,629 ล้านบาท

ปี 2568 ได้เพิ่มเป็น236,387 ล้านบาท

ปี 2569 ตั้งงบไว้265,296 ล้านบาท

4. จ้าง Big Four ตรวจบัญชี

เพื่อตรวจสอบความโปร่งใสโรงพยาบาล 13 แห่งที่ติดลบจริง แต่ไม่ได้เกิดจากบัตรทอง โดยมีแผนเร่งลงพื้นที่ใน 3 เดือน


ไม่ว่าจะตีความ “ขาดทุน” อย่างไร ก็หนีไม่พ้นความจริงว่าโรงพยาบาลจำนวนมากกำลังเจอกับงบประมาณที่ไม่เพียงพอ

  • รักษาผู้ป่วยมากขึ้น = ขาดทุนมากขึ้น
  • สิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้น แต่กลไกชดเชยไม่ชัด
  • ความไม่สอดคล้องระหว่าง “สิทธิ” และ “ทรัพยากร” อาจบั่นทอนคุณภาพในระยะยาว

ข้อเสนอทางออก

  1. ทบทวนอัตรา adjRW ให้สะท้อนต้นทุนจริง
  1. สร้างกลไกชดเชยฉุกเฉินสำหรับโรงพยาบาลที่มีภาระสูง
  1. เปิดข้อมูลโปร่งใสทุกฝ่ายใช้ฐานข้อมูลเดียวกัน
  1. เพิ่มการมีส่วนร่วมของแพทย์–รพ.ในกระบวนการจัดงบ ไม่ใช่แค่รับคำสั่ง

ในวันที่ต้นทุนสูงขึ้น แต่ทรัพยากรมีจำกัด: เราจะรักษาหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าไว้ได้อย่างไร?

ภาระงบประมาณด้านสุขภาพมีแต่จะพุ่งสูงขึ้นโดยเฉพาะในยุคที่ประเทศไทยเข้าสู่ “สังคมสูงวัย” อย่างเต็มรูปแบบ ผู้ป่วยกลุ่มโรคเรื้อรังและผู้สูงอายุจะมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในระบบ ทำให้ต้นทุนต่อหัวแพงกว่าที่เคยเป็นมา

ในขณะเดียวกันรายได้ของรัฐกลับมีแนวโน้มลดลงจากโครงสร้างเศรษฐกิจที่อ่อนแอ รายได้ภาษีฝืดเคือง และความไม่แน่นอนทางการเงินที่เกิดขึ้นทั่วโลก

ยิ่งประชาชนต้องพึ่งพาระบบหลักประกันมากเท่าไร รัฐยิ่งต้องจริงจังกับการจัดสรรงบประมาณให้เหมาะสมมากขึ้นเท่านั้น

ระบบสุขภาพไทยในวันนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่อง “ตัวเลขงบ” หรือ “ดุลบัญชี” แต่คือคำถามว่า

เราจะรักษาหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าไว้ได้แค่ไหน…หากไม่ยอมแก้โครงสร้าง?

หากระบบงบยังบกพร่อง กลไกจ่ายเงินยังไม่สอดคล้องกับต้นทุนจริง โรงพยาบาลยังถูกปล่อยให้สะสมหนี้โดยไม่มีทางออก —คนที่จะเจ็บปวดที่สุดในท้ายที่สุด…คือประชาชน

เพราะการรักษา “ฟรี” จะไม่มีความหมายเลย

หากคุณภาพที่ได้…ต่ำกว่าที่ชีวิตควรจะได้รับ

Writer Publisher

Leave A Reply Cancel Reply

Demo
Editor Choices
Trendy

จตุพร บุรุษพัฒน์ ชี้ทางออกจากการเมืองแบบเดิม “บริหารต้องนำการเมือง”

Politics 05/01/2026
Facebook Twitter Instagram TikTok

Type above and press Enter to search. Press Esc to cancel.

The publisher ใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ และส่งมอบประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ทําความเข้าใจ นโยบายคุกกี้ และ นโยบายความเป็นส่วนตัว อ่านเพิ่มเติม
ปฎิเสธ ตั้งค่าคุกกี้ ยอมรับ
Manage consent

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น
คุกกี้ที่จําเป็น
Always Enabled
คุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
CookieDescription
cookielawinfo-checkbox-analyticsThis cookie is set by GDPR Cookie Consent plugin. The cookie is used to store the user consent for the cookies in the category "Analytics".
cookielawinfo-checkbox-functionalThe cookie is set by GDPR cookie consent to record the user consent for the cookies in the category "Functional".
cookielawinfo-checkbox-necessaryThis cookie is set by GDPR Cookie Consent plugin. The cookies is used to store the user consent for the cookies in the category "Necessary".
cookielawinfo-checkbox-othersThis cookie is set by GDPR Cookie Consent plugin. The cookie is used to store the user consent for the cookies in the category "Other.
cookielawinfo-checkbox-performanceThis cookie is set by GDPR Cookie Consent plugin. The cookie is used to store the user consent for the cookies in the category "Performance".
viewed_cookie_policyThe cookie is set by the GDPR Cookie Consent plugin and is used to store whether or not user has consented to the use of cookies. It does not store any personal data.
คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์
คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรังปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้
SAVE & ACCEPT
Powered by CookieYes Logo