“ลูกไม่เคยยกน้ำให้แม่!“
”ศ.กนก“ สะท้อนเสียงจากไร่ข้าวโพด
ยากจน–ครอบครัวล่มสลาย
เป็นเรื่องเล่าจากนิคมพระพุทธบาท จ.สระบุรี เมื่อ ศ.ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน รองประธานคณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ลงพื้นที่พูดคุยกับชาวไร่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และได้พบกับ “เสียงร้อง” ที่สะเทือนใจยิ่งกว่าราคาผลผลิตตกต่ำ
“เสียงร้องของความยากจนชัดจนสะเทือนใจ”
เขาเล่าว่า ชาวไร่ในพื้นที่ต้องเผชิญกับภาวะราคาข้าวโพดตกต่ำ แต่ต้นทุนกลับสูงขึ้น เงินที่เหลือหลังหักต้นทุน เหลือเพียง 800–1,000 บาทต่อไร่ ขณะที่ไร่ละ 30 ไร่ต่อครอบครัว ทำให้ทั้งปีมีรายได้เพียง 24,000–30,000 บาทเท่านั้น
ในอดีต หากมีน้ำพอ ก็ยังพอปลูกได้ปีละ 2 รอบ แต่ปัจจุบันแล้งหนัก รอบเดียวก็แทบเอาตัวไม่รอด
ปัญหานี้ไม่เพียงแค่เรื่องเงิน แต่ลามไปถึงโครงสร้างครอบครัวและสังคม ศ.ดร.กนก ถอดเสียงจากชาวบ้านว่า
“คนแก่มาก เด็กมีน้อยลง แรงงานลดลง คนแก่ต้องพึ่งพาคนอื่น เพราะไม่มีรายได้… เบี้ยยังชีพก็ถูกลูกหลานแย่งไปซื้อยาเสพติด”
ชาวไร่คนหนึ่งที่เป็นแม่ ยังระบายความอัดอั้นต่ออีกว่า ลูกไม่สนใจเรียนหนังสือ ติดโทรศัพท์ เล่นแต่โซเชียล ไม่ช่วยงาน ไม่พูดคุย ไม่เคยถามสารทุกข์สุขดิบของพ่อแม่
เมื่อ ศ.ดร.กนก ถามด้วยความห่วงใยว่า…
“ลูกเคยยกน้ำมาให้แม่ดื่มบ้างไหม?”
คำตอบที่ได้รับ คือเสียงสะท้อนอารมณ์จากความอัดอั้นที่เก็บไว้นาน
“วันไหนที่ลูกยกน้ำมาให้แม่ดื่ม ปีนั้นฝนต้องไม่ตกและยังแล้งตลอดทั้งปีแน่นอน”
ไม่ใช่แค่ข้าวโพดที่กำลังเหี่ยวเฉาในไร่ แต่คือ “ครอบครัวไทย” ที่กำลังเหือดแห้งในหัวใจ
“อะไรจะเกิด มันก็ต้องเกิด คอยฟังเสียงร้องที่ดังกว่านี้ต่อไป” ศ.ดร.กนก ทิ้งท้ายให้คิดถึงความยากจนและภาวะล่มสลายของครอบครัวชาวไร่ข้าวโพด—ปัญหาที่ยังไม่มีใครเอื้อมมือเข้าไปแก้อย่างจริงจัง และนี่อาจเป็นเพียงมุมเล็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่ในอีกหลายซอกหลืบของสังคมไทย
คำถามคือ เราตั้งใจฟัง “เสียงร้อง” เหล่านั้นหรือยัง?
—
📌 ต้นทางโพสต์: ศ.ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน
#เสียงร้องของชาวไร่ข้าวโพด #ความล่มสลายของครอบครัว #กนกวงษ์ตระหง่าน

