“ บ้านเมืองนี้ถูกแทะแทบไม่เหลือกระดูกแล้ว ระบบเลือกตั้งพัง ใครมีตังค์มากคนนั้นประกาศชัย บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตยพรรค์อย่างนี้ไม่ได้ ”
—จตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน
เรียบเรียงผ่านบทสัมภาษณ์จากรายการ “เที่ยงเปรี้ยงปร้าง” ดำเนินรายการโดย “สมจิตต์ นวเครือสุนทร
————
ข้อกล่าวหาปูทางรัฐประหาร — คำโตที่เตรียมไว้ล่วงหน้า
หลังปรากฏความพยายามกล่าวหาการชุมนุม 28 มิ.ย. 68 ว่าเป็น “เวทีปูทางรัฐประหาร” — จตุพร พรหมพันธุ์ โต้ทันควันว่า
“ไม่มีใครเรียกรัฐประหารแม้แต่คนเดียว” เขาย้ำ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ตลอดการปราศรัยกว่า 11 ชั่วโมง ไม่มีผู้พูดคนใดกล่าวสนับสนุนรัฐประหาร ยกเว้นคำกล่าวของ นายสนธิ ลิ้มทองกุล ที่พูดไว้เพียงไม่กี่วินาทีว่า
“ไม่ได้ยุให้ทหารปฏิวัติ เพราะทหารจะทำก็ไม่เคยบอกผม… แต่ถ้าจะทำ ขออย่างเดียว สาธุ อย่าเอาพลเอกมาบริหารชาติบ้านเมืองอีก” เขาย้ำว่าคำกล่าวของนายสนธิก็ไม่ได้เรียกร้องให้มีการรัฐประหาร เพียงแต่เล่าถึงข้อเท็จจริงที่ผ่านมาเท่านั้น
———
พลิกเกมไม่พ้น คลิปแพทองธาร-ฮุน เซน
จตุพรเชื่อว่า ข้อกล่าวหานี้ถูกเตรียมไว้ล่วงหน้า เพราะไม่สามารถหาทาง “หลุด” จากคลิปเสียงสนทนา แพทองธาร–ฮุน เซน ได้ คำพูดของสนธิ จึงกลายเป็นเหยื่อของกระบวนการป้ายสีเรื่องปูทางรัฐประหาร
“ตรงกันข้าม คนที่เรียกรัฐประหารคือแพทองธารบทสนทนากับฮุน เซนต่างหาก”
เขาถามกลับไปที่พรรคประชาชนว่ามีสิทธิอะไรมาเรียกร้องให้ประชาชนถอนตัวจากการชุมนุม ทำหน้าที่ฝ่ายค้านได้ดีแล้วหรือยัง?
———-
รัฐบาลไม่พัง เพราะฝ่ายค้านไม่กล้า
แล้วเขาก็เริ่มไล่เรียง…
“ถ้าทำจริง แพทองธารไม่มีโอกาสได้คุยกับฮุน เซนแน่ เพราะหลังอภิปรายไม่ไว้วางใจในเดือนมีนา มีทั้งตั๋ว PN สนามกอล์ฟอัลไพน์ ที่ดินเขาใหญ่ แต่คุณไม่ยื่นศาลรัฐธรรมนูญ อ้างไม่อยากใช้หอกทมิฬแทงทมิฬ แต่กลับยื่นกรณีศักดิ์สยาม ชิดชอบ และเตรียมยื่นกรณีพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน — ไม่ยื่นคนเดียวคือแพทองธาร”
เขาตั้งข้อสงสัยว่า
“เป็นเพราะดีลฮ่องกงหรือเปล่า? ฝันลม ๆ แล้ง ๆ หรือเปล่า?”
———
รัฐบาลโชคดีที่มีฝ่ายค้านอย่างพรรคประชาชน
เขาย้ำว่าพรรคประชาชนเล่นแค่บทอภิปราย ไม่ทำให้เกิดผลทางกฎหมาย ไม่ใช้ช่องทางศาลรัฐธรรมนูญ
“ถ้าคุณยื่นตั้งแต่วันนั้น วันนี้บทสนทนากับฮุน เซนอาจไม่เกิดขึ้น”
พร้อมฟาดแรงว่าสิ่งที่ทำเป็นแค่การแสดงออกแอคติงแบบตบจูบ ๆ ตบตาประชาชนเท่านั้น
________
สับแหลกแถลงการณ์ให้ถอนตัว — “วิเศษวิโสมาจากไหน?”
ไม่เพียงโจมตีเรื่องบทบาทฝ่ายค้าน จตุพรยังตอบโต้กรณีพรรคประชาชนออกแถลงการณ์ให้ประชาชน “ถอนตัว” จากการชุมนุม
“วิเศษวิโสมาจากไหน? มีหน้าที่อะไรไปห้ามประชาชน?”
เขากล่าวอย่างไม่ไว้หน้า พร้อมท้ากลับว่า ถ้ามีรัฐประหารจริง พวกคุณจะ “อยู่สู้” ไหม? และเตือนว่า “อย่าดูถูกประชาชน
—————
ปรากฏการณ์มวลชน — ไม่มีใครขนใครมา
จตุพรระบุว่า การชุมนุมไม่ได้จัดตั้งหรือขนคน
“รักชาติต้องไม่ด้อยค่าชาติของตัวเอง — จึงจะคู่ควรกับแผ่นดินนี้”
เขาย้อนถามถึงความซื่อตรงต่อประชาชนของพรรคเพื่อไทย
“ถ้ารังเกียจรัฐประหาร แล้วตั้งรัฐบาลข้ามขั้วกับพรรคที่เคยเกี่ยวข้องรัฐประหารทำไม?”
————-
ปิดบัญชีเพื่อนเก่า — ณัฐวุฒิไม่ขวางแต่ยืนส่งเผลอแป๊บเดียวขึ้นรถไปด้วย
คำถามถึง ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ก็ชัดเจนเช่นกัน
“อ้างตัวเป็นนักประชาธิปไตยเข้มข้น เคยบีบน้ำตาซึมไปต่อไม่ได้ตอนตั้งรัฐบาลข้ามขั้ว คิดว่าจะขวาง แต่วันนี้ยืนส่ง เผลอแป๊บเดียวขึ้นรถไปกับเขาแล้วยังมีหน้าบอกเป็นนักประชาธิปไตย”
เขามองว่า ผู้ที่เปิดประตูให้รัฐประหารได้ดีที่สุดคือ “รัฐบาลที่ฉ้อฉล ตระบัดสัตย์ และขายชาติ” ไม่ใช่ประชาชน
“อย่าทำชั่ว ถ้าไม่อยากเปิดทางให้รัฐประหาร”
———————
เป้าหมายต่อไป — ยกระดับขับไล่รัฐบาล
จากจุดยืน “นายกฯ ลาออก พรรคร่วมฯ ถอนตัว ไม่เอารัฐประหาร” จตุพรประกาศว่า กลุ่มรวมพลังแผ่นดินฯ จะเดินหน้า “ขับไล่รัฐบาล” เพราะข้อเรียกร้องให้ลาออกและถอนตัวจากพรรคร่วมถูกปฏิเสธโดยสิ้นเชิง
เขายกตัวอย่างกรณี “กาสิNO”, การให้ต่างชาติเช่าที่ดิน 99 ปี และโครงการแลนด์บริดจ์ที่จะให้ต่างชาติเช่าที่สามแสนไร่ว่า ล้วนเป็นกรณีที่มิอาจยอมรับได้
“ประชาชนจะลุกขึ้นมาจัดการขับไล่”
พรุ่งนี้ (1 ก.ค. 68) บ่ายสองโมงคือนัดหมายที่กลุ่มรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตยจะสรุปสถานการณ์ประกาศท่าที หลังชัดเจนว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำสั่งให้นายกฯ หยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่
—————
รัฐบาลแบ่งเก้าอี้ — ประชาชนไม่อยู่ในสมการ
เขาประเมินว่า รัฐบาลวันนี้ไม่ได้ทำเพื่อประชาชน แต่ใช้เวลาแบ่งเก้าอี้ รัฐมนตรีของภูมิใจไทย ให้กับพรรคร่วมรัฐบาล และแบ่งงบประมาณเพื่อผลประโยชน์ของพรรค ไม่ใช่ของประชาชน และไม่ยอมยุบสภาเพราะรู้ว่าจะแพ้เลือกตั้ง
————-
ประชาธิปไตยต้องไม่ใช่แค่เปลือก
เมื่อถามถึงทางออก เขาย้ำว่า ต้องเริ่มต้นจาก “ความจริง”
“ระบบเลือกตั้งพัง, การปราบโกงล้มเหลว, กระบวนการยุติธรรมถูกทำลาย บ้านเมืองนี้ถูกแทะแทบไม่เหลือกระดูกแล้ว ต้องหาทางออกร่วมกันบนวิถีทางประชาธิปไตย ไม่ใช่เรียกร้องรัฐประหาร แต่ต้องคิดทำอย่างไรไม่ให้ได้นักการเมืองแบบเดิม ไม่ใช่ใครมีตังค์มากคนนั้นได้ประกาศชัย บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตยพรรค์อย่างนี้ไม่ได้”
เขาหวังว่าจะมีการปรึกษาหารืออย่างจริงจังว่าสร้างประชาธิปไตยที่ถูกต้อง มีสิ่งดีงามเกิดในแผ่นดินในช่วงอายุของเขา
——-
คำเตือนสุดท้าย — อย่าปลุกมวลชนต้านมวลชน
สุดท้ายเขาทิ้งท้ายเตือนรัฐบาลและผู้ที่กำลังจะป้ายสีการชุมนุมว่า
“อย่าปลุกมวลชนต้านมวลชน เพราะถ้าทำเช่นนั้นคือเจตนาเรียกรัฐประหารตัวจริง”
#ThePublisherTH #สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม #รวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย #ณัฐวุฒิใสยเกื้อ #หยุดปฏิบัติหน้าที่ #ยกระดับขับไล่รัฐบาล #พรรคประชาชน #รัฐบาลแพทองธาร #จตุพรพรหมพันธุ์ #ไม่เอารัฐประหาร #ศาลรัฐธรรมนูญ #พรรคเพื่อไทย

