“อย่าชักศึกเข้าบ้าน เพื่อแลกภาษีทรัมป์” — รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงและการต่างประเทศ
เรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์ในรายการ “เที่ยงเปรี้ยงปร้าง” ดำเนินรายการโดย สมจิตต์ นวเครือสุนทร
—————
เมื่ออำนาจต่อรองลดลง สิ่งที่ไทยอาจยอมแลกเพื่อให้ได้ลดภาษีจากสหรัฐฯ กลับเป็นสิ่งที่อาจกระทบต่อเสถียรภาพในระยะยาว—นั่นคือ ความมั่นคงของชาติ
ภายใต้แรงกดดันจากดีล “ภาษีทรัมป์” ที่ใกล้ถึงเส้นตาย 1 สิงหาคม รัฐบาลไทยเริ่มพูดถึงทางเลือกในการยกระดับความร่วมมือทางทหารกับสหรัฐฯ รวมถึงมีข่าวลือถึงความเป็นไปได้ในการให้ใช้พื้นที่เชิงยุทธศาสตร์ในจังหวัดพังงา ซึ่งทำให้ รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร ออกมาเตือนว่า
“ต้องอยู่บนหลักว่า ไม่ชักศึกเข้าบ้าน ไม่ให้ตั้งฐานทัพถาวร และหากมีข้อตกลงใดเกิดขึ้น ต้องผ่านสภาให้ประชาชนรับรู้ เพราะนี่คือเรื่องละเอียดอ่อน”
แม้การมี “ความสัมพันธ์พิเศษ” จะสร้างแต้มต่อในการเจรจา แต่สถานะที่คลุมเครือของทักษิณ ชินวัตร ซึ่งถูกเชิญมาหารือที่บ้านพิษณุโลกทั้งที่ไม่มีตำแหน่งและติดคดี ก็ยิ่งทำให้สหรัฐฯ ขาดความมั่นใจ
“สหรัฐฯ ส่งหนังสือถึงทั้งรักษาการนายกฯ พระประมุข และประชาชน เพราะไม่แน่ใจว่าใครคือผู้มีอำนาจบริหารประเทศจริง ๆ”
—————-
โต๊ะเจรจาว่างเปล่า…จนต้องเจรจาแบบชนเพดาน
ไทยรับรู้เรื่องภาษีทรัมป์ตั้งแต่ปลายปี แต่กลับไม่มีการยื่นข้อเสนอทันรอบแรก ต่างจากหลายประเทศที่ขอลัดคิว หรือได้ลดภาษีแล้ว
“เรารอดูประเทศอื่นก่อนจนเจรจาไม่ทัน ตอนนี้เวลาหมดไปไม่สำเร็จในรอบแรกและใกล้หมดเวลาเจรจารอบที่สอง จึงต้องต่อรองในสภาพที่หลังชนฝา ต้องเสนอแบบชนเพดาน เพราะอำนาจต่อรองลด”
ด้วยระยะเวลาที่เหลือไม่ถึงสองสัปดาห์ โอากาสในการลดภาษีจาก 36% เป็นไปได้จากมาก และหากไทยไม่สามารถเสนอผลประโยชน์ที่สหรัฐฯ ต้องการ อาจไม่เพียงแค่ลดไม่ได้ แต่เสี่ยงที่จะถูกขึ้นภาษีเพิ่มเหมือนที่หลายประเทศเจอมาแล้ว เช่น บราซิล
“โอกาสลดภาษีริบหรี่ ถ้าไม่มีองค์ประกอบเชิงยุทธศาสตร์เสริม ก็อาจจบลงด้วยการโดนภาษีหนักกว่าเดิม“
————-
ดีลนี้ไม่ใช่แค่เศรษฐกิจ แต่หมากทางทหาร
ไทยอาจต้องพิจารณาข้อเสนอที่สหรัฐฯ ต้องการจริง ๆ ซึ่งไม่ใช่แค่เศรษฐกิจ แต่คือ “ยุทธศาสตร์” ทั้งการตั้งฐาน การซ่อมบำรุง และการลาดตระเวนในทะเลอันดามัน โดยเฉพาะพื้นที่ที่เชื่อมโยงกับอินโด-แปซิฟิก ซึ่งสหรัฐญ ต้องการปิดล้อมจีนที่ลาดตระเวนในพื้นที่เพิ่มขึ้น ในรูปแบบครึ่งวงแหวน
แม้สหรัฐฯ เคยสนใจพังงา แต่ฐานทัพหลายแห่งถูกตั้งแล้วในฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เวียดนาม และมีความร่วมมือกับอินเดีย จึงลดความจำเป็นของไทยลง แต่ก็ยังอยู่ในการคำนวณของเพนตากอน
”แม้ความสนใจเรื่องฐานทัพที่พังงาจะลดไปเยอะ แต่เขายังสนใจอยู่ เพื่อวางกำลังฝั่งทะเลจีนใต้เพิ่มขึ้น อาจต้องการใช้ไทยเป็นจุดซ่อมบำรุง“
ความมั่นคงอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ…แต่ไทยยังไร้ยุทธศาสตร์
อาจารย์ปณิธาน เตือนว่าหากจะร่วมมือทางทหารกับสหรัฐฯ ต้องมีข้อเสนอกับจีนควบคู่ไปด้วย เพื่อรักษาสมดุลเชิงยุทธศาสตร์
“หากเกิดสงครามระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ทั้งสองฝ่ายก็จะเข้ามาในไทยอยู่ดี ไม่ว่าจะมีฐานทัพหรือไม่ — แต่ไทยจะเข้าไปร่วมสงครามแบบไหน เมื่อไหร่ อย่างไร เพื่อให้ได้เปรียบหรือชนะ นั่นคือสิ่งที่รัฐไทยต้องตัดสินใจให้ได้ ในเชิงยุทธศาสตร์”
#ThePublisherTH #สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม #ทรัมป์ #ฐานทัพทับละมุ #พังงา #สหรัฐ #อธิปไตยไทย #ความมั่นคง #ภูมิรัฐศาสตร์ #ไทยกับจีน #ข่าวการเมือง #เกมการเมืองโลก #ดีลส่วนตัวหรือดีลประเทศไทย #ใครได้ใครเสีย#ภาษีทรัมป์#ทักษิณ

