อดีต ส.ส.ประชาธิปัตย์ยื่นคำร้องศาลฎีกา ขอเปิดคำเบิกความพยานคดีทักษิณ หลังทนายจำเลยยื่นขอไม่ให้เปิดเผย ย้ำสิทธิสาธารณะต้องมาก่อน ชี้คำวินิจฉัยทางแพทย์ชัด อาการป่วยไม่วิกฤต-ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล
⸻
ร้องศาลเปิดคำเบิกความพยานคดีชั้นที่ 14
วันที่ 15 กรกฎาคม 2568 นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต ส.ส.นครนายก พรรคประชาธิปัตย์ ได้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ขอให้ศาลมีคำสั่ง เปิดเผยคำเบิกความของพยานในคดีชั้นที่ 14 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการบังคับโทษจำคุกนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี
ในคำร้อง นายชาญชัยชี้ว่า การไม่เปิดเผยคำเบิกความจะทำให้ประชาชน ไม่สามารถเข้าถึงข้อเท็จจริงในคดีที่กระทบต่อความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะในกรณีที่จำเลยคืออดีตนายกฯ ที่มีอิทธิพลสูง
⸻
ทนายทักษิณยื่นขอศาลงดเปิดเผย — ชาญชัยแย้ง “ขัดสิทธิประชาชน”
คำร้องของนายชาญชัย ระบุชัดว่า การร้องขอไม่ให้เปิดเผยคำเบิกความในคดีนี้ เป็นการร้องขอของนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความของนายทักษิณ โดยให้เหตุผลว่าการเปิดเผยคำเบิกความอาจถูกนำไปวิพากษ์วิจารณ์โดยไม่เหมาะสมในที่สาธารณะ
แต่นายชาญชัยเห็นว่า การปิดบังดังกล่าว “ไม่ใช่การคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ แต่เป็นการคุ้มครองประโยชน์ของจำเลยแต่เพียงฝ่ายเดียว” และอาจขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญมาตรา 34–35 และ พ.ร.ป. วิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มาตรา 31 ซึ่งกำหนดให้การไต่สวนพยานหลักฐานต้องกระทำโดยเปิดเผย เว้นแต่มีเหตุจำเป็นจริง
“คดีนี้กระทบต่อศรัทธาในกระบวนการยุติธรรมของประเทศ คำเบิกความที่ไต่สวนมาแล้วควรเปิดเผยต่อสาธารณะ เพื่อประโยชน์ของประชาชน“
⸻
เปิดความเห็น 3 ราชวิทยาลัย อาการทักษิณไม่วิกฤต
นายชาญชัยยังแนบ มติแพทยสภาและความเห็นของราชวิทยาลัย 3 แห่ง ที่วินิจฉัยกรณีอาการป่วยของ พ.ต.ท.ทักษิณ ณ วันที่ 15 กันยายน 2566 ว่า ไม่มีภาวะวิกฤต ไม่จำเป็นต้องนอนโรงพยาบาล ได้แก่:
• ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย:
“โรค อาการ และอาการแสดง ไม่ได้อยู่ในภาวะวิกฤตที่คุกคามต่อชีวิต หรือมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะวิกฤต ณ ขณะนั้น”
• ราชวิทยาลัยประสาทศัลยแพทย์แห่งประเทศไทย:
“กลุ่มอาการและโรคเป็นโรคเรื้อรัง ไม่มีเหตุหรือความจำเป็นต้องถูกรับไว้รักษาตัวในโรงพยาบาล”
• ราชวิทยาลัยออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย:
“โดยปกติการผ่าตัดนิ้วล็อกไม่ต้องนอนโรงพยาบาล และไม่ต้องได้รับการผ่าตัดเร่งด่วน”
คำวินิจฉัยเหล่านี้เป็นหลักฐานที่ทำให้แพทยสภาลงโทษแพทย์ที่เกี่ยวข้อง ทั้งในส่วนของกรมราชทัณฑ์และโรงพยาบาลตำรวจ
⸻
“มีเจตนาแทรกแซงอำนาจศาล – ทำลายหลักนิติธรรม”
คำร้องของนายชาญชัยยังตั้งข้อสังเกตว่า การที่เจ้าหน้าที่รัฐร่วมกันให้ข้อมูลทางการแพทย์ที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เพื่อให้จำเลยหลีกเลี่ยงการเข้าเรือนจำ อาจเป็นการกระทำที่มีเจตนา “ไม่เคารพและไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาล” และเป็นการ “แทรกแซงอำนาจตุลาการ ทำลายระบบยุติธรรม”
“การกระทำดังกล่าวอาจเอื้อประโยชน์ให้จำเลยคนเดียว และไม่เสมอภาคกับนักโทษคนอื่น ๆ ในประเทศ” — คำร้อง ระบุ
#ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#เที่ยงเปรี้ยงปร้าง#ชาญชัยอิสระเสนารักษ์#ทักษิณชินวัตร#ชั้น14#ศาลไต่สวนปมชั้น14#2หมอชั้น14#รัฐบาลแพทองธาร#วิญญัติชาติมนตรี

