“ไม่มีประเทศไหนเจรจาการค้าสำคัญแบบนี้ โดยไม่มีผู้นำไปคุยด้วยตัวเอง”
— รศ.ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช ผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจระหว่างประเทศและอาเซียน
เรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์ในรายการ “เที่ยงเปรี้ยงปร้าง” ดำเนินรายการโดย “สมจิตต์ นวเครือสุนทร”
⸻
ไทยไร้ผู้นำ–ทีมอ่อน ทำดีลภาษีสหรัฐฯ ส่อแววล่ม
รศ.ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช สรุป blunt & clear ถึงสาเหตุสำคัญที่ดีลภาษีระหว่างไทยกับสหรัฐฯ อาจไม่สามารถจบสวยได้ว่า
“เราไม่มี ‘ผู้นำ’ ไปคุยกับ “ทรัมป์” ไม่มีประเทศไหนเจรจาโดยไม่มีผู้นำไปคุยด้วยตัวเอง”
เวียดนามและอินโดนีเซียต่างส่งผู้นำระดับสูงเข้าพบโดนัลด์ ทรัมป์โดยตรง ขณะที่ไทยใช้ “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง” เป็นหัวหน้าคณะเจรจา ซึ่งไม่ตรงสายงาน ไม่ใช่ counterpart และไม่ใช่บุคคลระดับที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะเลือกจับมือด้วย
“นายกฯ ตัวจริง (แพทองธาร) หยุดปฏิบัติหน้าที่
นายกฯ รักษาการ (ภูมิธรรม) ไม่รู้มีอำนาจจริงหรือเปล่า
ทักษิณไม่มีตำแหน่งใดเลยในทางการทูต
แล้วสหรัฐฯ จะคุยกับใคร?”
⸻
ดีลนี้ไม่ใช่แค่การค้า แต่คือยุทธศาสตร์รัฐต่อรัฐ
ในมุมของสหรัฐฯ ภาษีรอบใหม่ไม่ใช่แค่ “ดีลการค้า” แต่เป็นเครื่องมือจัดสมดุลภูมิรัฐศาสตร์:
• อินโดนีเซียจบดีลเพราะเสนอทองแดงและแร่หายาก แทนการนำเข้าจากจีน
• เวียดนามได้ฐาน AI และเข้าร่วมยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง
• ไทย…ยังหาความเชื่อมโยงกับสิ่งที่สหรัฐฯ ต้องการไม่เจอ
“เรามีแต่ลำไยกับผ้าบาติก — เสนอให้เขานำเข้า 0% แต่สินค้าเหล่านี้เขาไม่สนใจเลย ไม่ว่าเราจะลด 0% ไปกี่หมื่นรายการ แต่ถ้าไม่ตรงโจทย์ที่สหรัฐฯ ต้องการปริมาณก็ไม่มีความหมาย ต้องพูดถึงมูลค่าการนำเข้ามากกว่า”
⸻
ข้อเสนอไทยไม่ตอบโจทย์–ระบบไม่พร้อม–ทีมไม่แข็ง
แม้ไทยจะเสนอให้เปิดนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ ที่ภาษี 0% กว่า 90% ของรายการสินค้า แต่ รศ.ดร.อัทธ์ ชี้ว่าสหรัฐฯ มอง “มูลค่ามากกว่าปริมาณ”
“เวียดนามเสนอ 0% เหมือนกัน แต่ตรงจุด ตรงสินค้า ตรงยุทธศาสตร์ ส่วนของไทยคือเทหมดหน้าตักแบบไม่มียุทธศาสตร์”
ทีมเจรจาไทยยังขาดคนสำคัญหลายกระทรวง เช่น
• ไม่มี รมว.เกษตรฯ และอุตสาหกรรม ทั้งที่สินค้าไทยที่โดนภาษีคือเกษตรแปรรูปและชิ้นส่วนอุตฯ
“เราส่งรมว.คลังไปคุยกับผู้แทนการค้าของสหรัฐฯมันคุยกันคนละภาษา คนละความเข้าใจ คนละหน้าที่ และยังไร้ผู้นำไปเจรจากับทรัมป์ด้วย”
⸻
โดนภาษีสามด่าน แถมยังเสี่ยงโดนเพิ่มจาก BRICS
อาจารย์อัทธ์เตือนว่า ต่อให้ได้ลดภาษีจาก 36% บางส่วน แต่ไทยยังเจอภาษี “อีกสามด่าน” ที่รออยู่:
1. ภาษีสินค้ามั่นคง: เหล็ก, อลูมิเนียม, ชิ้นส่วนยานยนต์
2. ภาษี AD/AC: ทุ่มตลาด, เลี่ยงภาษี
3. ภาษีอุดหนุน: สำหรับสินค้าที่รัฐไทยมีบทบาทหนุนหลัง
และยังมีความเสี่ยงโดนภาษีเพิ่มอีก 10% จากการที่ไทยเข้าร่วมกลุ่ม BRICS — กลุ่มที่สหรัฐฯ ตั้งธงจะเก็บภาษีพิเศษ
⸻
ไทยส่งออกของตัวเองแค่ 10% — แต่โดนผลกระทบ 100%
ในมูลค่าส่งออกกว่า 2.1 ล้านล้านบาทไปสหรัฐฯ
“มีเพียง 10% เท่านั้นที่เป็นสินค้าของคนไทยจริง ๆ”
ที่เหลือคือฐานการผลิตของทุนต่างชาติในไทย ซึ่งไม่สะเทือนเท่าผู้ประกอบการเกษตรและ SME คนไทย เกษตรกรไทยต้องรับภาระภาษี 36% ทั้งที่ส่งออกแค่ 10% ของทั้งหมด”
และที่สำคัญเรายังไม่มีแผนรองรับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับเกษตรกรอย่างเป็นระบบ
⸻
เวียดนามเตรียมแผน–ยกระดับสหกรณ์–ตรวจสอบย้อนกลับ
เวียดนามไม่เพียงเสนอสินค้าได้ตรงใจสหรัฐฯ แต่ยังจัดระบบภายในประเทศเพื่อ “ยกระดับการผลิต” และ “เชื่อมกับมาตรฐานสหรัฐฯ” โดยตรง เช่น
• ยกระดับผู้เลี้ยงหมูให้รวมกลุ่มเป็นสหกรณ์
• แข่งคุณภาพกับหมูสหรัฐฯ
• ทำระบบตรวจสอบย้อนกลับให้ USTR เห็นต้นทางวัตถุดิบ และส่งเจ้าหน้าที่ไปทำงานร่วมกับ USTR
“ของไทยไม่มีระบบนี้ — ไม่มีการเตรียมรองรับเลย”
⸻
ไทยไร้ยุทธศาสตร์–ไร้ผู้นำ–ไร้ทางต่อรอง
จากจุดอ่อนในหลายด้านทำให้ดีลกับสหรัฐฯ อาจไม่จบแบบที่ไทยต้องการ โดยมีความเป็นไปได้สุงว่าไทยจะเจอภาษีต่ำสุดอยู่ที่ 20-25% หรือ 25-30% ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่าทั้งเวียดนามและอินโดนีเซีย ที่เป็นคู่แข่งสำคัญ สะท้อนว่าการเทหมดหน้าตักแบบไม่มียุทธศาสตร์ อาจไม่ประสบความสำเร็จเหมือนประเทศอื่น
#ThePublisherTH #สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม #ภาษีทรัมป์ #ทีมเจรจาสหรัฐ #ลดภาษีนำเข้า #จตุพรบุรุษพัฒน์ #สหรัฐฯ #อธิปไตยไทย #ข้อตกลงไทยสหรัฐ #นโยบายต่างประเทศ #อัทธ์พิศาลวานิช

