“ทักษิณมั่นใจไม่ปิดฉากการเมืองเดือนสิงหาคม”
— รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ ม.บูรพา
เรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์ในรายการ “เที่ยงเปรี้ยงปร้าง” ดำเนินรายการโดย “สมจิตต์ นวเครือสุนทร”
—————
ศักยภาพ–อำนาจ–เครือข่าย ยังครบ ทักษิณมั่นใจไม่จบเกม
“สิงหาคมที่ฝั่งตรงข้ามประเมินว่าทักษิณจะปิดฉากนั้น ทักษิณไม่เชื่อว่าจะเกิดขึ้น” — คือบทสรุปจาก รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว นักรัฐศาสตร์จาก ม.บูรพา ที่มองการเคลื่อนไหวล่าสุดของทักษิณ ชินวัตร ไม่ใช่แค่การพูดเพื่อปลุกฐานเสียง แต่เป็นการแสดงศักยภาพ สื่อสารถึงอำนาจเก่าว่า “เขายังจำเป็น” และไม่อาจถอดเขาออกจากเกมการเมืองไทยได้ง่าย ๆ
—————
วิสัยทัศน์ซ้ำเดิม แต่ยังดึงดูดคนได้
อาจารรย์โอฬารประเมินว่า เวที “ปลดล็อกอนาคตประเทศไทยสู้วิกฤติโลก” ที่ทักษิณขึ้นพูดนั้น แม้เนื้อหาจะเป็นเรื่องเดิม ๆ อย่างการโจมตีฝ่ายตรงข้าม แต่กลับยังดึงดูดผู้ฟังได้จำนวนมาก
“เป็นความสามารถจริง ๆ ในการสื่อสารเรื่องเดิม ๆ เรื่องเก่า ๆ เรื่องโจมตีทางการเมือง แต่คนก็สนใจฟัง แต่ความเชื่อถือก็ลดลงไปเรื่อย ๆ ”
—————
เดอะแบกของรัฐบาลที่ไร้คนเชื่อถือ
สาเหตุที่ทักษิณต้องออกมาในจังหวะนี้ ไม่ใช่เพราะแค่อยากพูด แต่เพราะ “ไม่มีใครพูดแทนได้แล้ว” อาจารย์โอฬารชี้ว่า รัฐมนตรีหลัก ๆ ของรัฐบาลเพื่อไทยในขณะนี้ เช่น ภูมิธรรม รัฐมนตรีการคลัง และรัฐมนตรีพาณิชย์ ต่างล้มเหลวในการสร้างความเชื่อมั่น
“ไม่มีใครที่พูดไปแล้วสามารถครองใจประชาชนได้… จึงเป็นหน้าที่ของ ‘เดอะแบก’ อย่างคุณทักษิณ แต่พูดไปแล้วก็ไม่ได้ครองใจคนได้เหมือนในอดีตที่ผ่านมา”
สิ่งนี้สะท้อนถึง “ความล้มเหลวของรัฐบาลเพื่อไทย” ที่ไม่สามารถผลิตผู้นำความน่าเชื่อถือจากภายในได้ และยังต้องพึ่งพาทักษิณอย่างต่อเนื่อง แม้จะไม่ได้มีตำแหน่งในรัฐบาล
—————
ส่งสัญญาณถึงอำนาจเก่า: ถ้าไม่มีเขา ประเทศอยู่ไม่ได้
อาจารย์โอฬารมองว่า การพูดของทักษิณในครั้งนี้ ไม่ได้สื่อสารกับประชาชนเท่านั้น แต่เจาะจงส่งสัญญาณถึงกลุ่มอำนาจเก่าที่อาจมีอิทธิพลต่อกระบวนการยุติธรรม
“เขายังมีความจำเป็นและมีความสำคัญ… เหมือนกับส่งสัญญาณให้รู้ว่า คุณอยู่ได้เพราะคุณทักษิณและตระกูลชินวัตร… ถ้าทักษิณปิดสวิตช์ถอดลมหายใจ คุณก็ตาย ไปต่อไม่ได้”
แม้สังคมจะตาสว่างแล้ว แต่คนที่ “ยังไม่รู้ทัน” คือเจ้าของดีลที่ยังเชื่อว่าไม่มีเบื้องหลังการเมืองในดีลเหล่านี้
—————
หลงทาง–หลงตัวเอง–หรือยังมีอิทธิพล?
สมจิตต์ถามตรงว่า ทักษิณหลงทางหรือหลงตัวเองหรือไม่? อาจารย์โอฬารตอบว่า “ก็หลงทาง” เพราะสิ่งที่พูดไม่มีอะไรใหม่ และล้วนแต่เป็นการสะท้อนผลประโยชน์กลุ่มทุน
“พูดง่าย ๆ การแก้ปัญหาประเทศนี้ต้องให้กลุ่มทุนได้ประโยชน์ก่อน แล้วประชาชนค่อยมาเอาส่วนแบ่งนิดหน่อย… คือวิธีคิดแบบให้กลุ่มทุนได้ก่อน”
อีกด้านหนึ่ง เขาก็อาจ “หลงตัวเอง” เพราะยังเชื่อว่าไม่มีใครในประเทศนี้ฉลาดเท่าตัวเอง และมีเพียงเขาเท่านั้นที่สามารถนำพาประเทศได้
—————
เชื่อมั่นรัฐบาลรอด—เพราะมีทั้งกองทัพและกลุ่มทุนหนุนหลัง
อาจารย์โอฬารมองว่าสิ่งที่ทักษิณพูดว่ารัฐบาลจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่แค่ความมั่นใจลอย ๆ แต่มีเงื่อนไขทางอำนาจที่เขายึดกุมอยู่จริง
1. กองทัพ — “เป็นครั้งแรกที่ปรับ ครม. แล้วเว้นตำแหน่ง รมว.กลาโหมไว้” สะท้อนว่าอำนาจของชินวัตรยังครอบกองทัพได้
2. กลุ่มทุนผูกขาด — ยังเป็นพันธมิตรที่แข็งแกร่ง และทำหน้าที่ประสานผลประโยชน์กับชนชั้นนำระดับประเทศ
“ความสัมพันธ์ในเชิงบวกระหว่างกองทัพ กลุ่มทุน และชินวัตร ยังมีเอกภาพสูงมาก… และเป็นตัวกลางในการประเมินว่า ทักษิณ–แพทองธาร ควรอยู่หรือไม่อยู่ในเกมการเมืองนี้”
—————
ไม่จบในเดือนสิงหาคม เพราะอำนาจยังครบมือ
บทสรุปของอาจารย์โอฬารชัดเจน — ทักษิณออกมาเพื่อยืนยัน “ยังอยู่ ยังนำได้ ยังจำเป็น” และยังไม่มีใครโค่นเขาได้ในเกมนี้
“สิงหาคมที่ฝั่งตรงข้ามประเมินว่าเขาจะจบนั้น ไม่มีอยู่จริง… จากความสามารถของกลุ่มเขา เอกภาพของกลุ่มทุนและกองทัพที่อยู่ใต้อำนาจชินวัตร ทำให้เขาครองอำนาจในประเทศนี้ได้ครับ”
อาจารย์โอฬารยังชี้ให้เห็นถึงคดีฮั้ว สว.ที่ถูกมองว่าทำเพื่อเล่นงานบางพรรคที่เริ่มมีความคืบหน้ารวดเร็วขึ้น การล้างบางในกระทรวงมหาดไทยที่เริ่มไล่เป็นลูกระนาด ไปจนถึงที่ดินเขากระโดง และการเกลี่ยงบ 1.57 แสนล้านในกระทรวงมหาดไทยใหม่ เพื่อชิงความได้เปรียบทางการเมือง สะท้อนว่าทักษิณยังมั่นใจว่าตัวเองจะรอดจากทุกคดี
#ThePublisherTH #สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม #เที่ยงเปรี้ยงปร้าง #หลงตัวเอง #คลิปเสียงสนทนาฮุนเซน #แพทองธารชินวัตร #ทักษิณชินวัตร #ดีลการเมือง #เสมียนประเทศ #ชั้น14 #คดีม112 #ปิดฉากการเมืองเดือนสิงหา #โอฬารถิ่นบางเตียว

