ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา หรือ ศบ.ทก. ประชุม ศบ.ทก. ซึ่งมีตัวแทนกระทรวงการต่างประเทศร่วมประชุมด้วยเพื่อกำหนดแนวตอบโต้กัมพูชา กรณีละเมิดอธิปไตยวางทุ่นระเบิดในพื้นที่ประเทศไทยที่บริเวณช่องบก จังหวัดอุบลราชธานี ทำให้กำลังพล 3 นายได้รับบาดเจ็บขณะลาดตระเวน โดยพบเป็นทุ่นระเบิดใหม่ ขณะที่ฝ่ายกัมพูชาไม่ยอมรับ ท่ามกลางความเห็นในโลกโซเชียลที่เห็นว่าไทยยังไม่ตอบโต้ที่เหมาะสม ทั้งที่มีหลักฐานชัดเจน
เบื้องต้นได้เก็บรวบรวมหลักฐานทั้งหมด เพื่อทำการประท้วงทางการกัมพูชา และนำข้อมูลและหลักฐานฟ้องยูเอ็นกัมพูชาละเมิดอนุสัญญาออตตาวา
ขณะที่ พล.อ.ณัฐพลชี้แจงที่ไทยต้องดำเนินการตามขั้นตอน และรัดกุมรอบคอบ โดยบอกเข้าใจที่หลายฝ่ายต้องการให้ตอบโต้กัมพูชาอย่างฉับไว และถูกมองว่าทางการดำเนินการล่าช้าไม่ทันใจ เหมือน ฮุนเซน, ฮุนมาเนต ที่โพสต์ลงในโซเชียล ซึ่งเราทำตัวแบบนั้นไม่ได้ ถ้าทำอย่างนั้นเราก็จะศีลเสมอกัน ต้องยึดว่าต้องใช่ ต้องถูกให้มากที่สุด อาจจะผิดพลาดได้ แต่ต้องน้อย ขอความเห็นใจด้วย
พล.อ.ณัฐพล ระบุด้วยว่าเหตุการณ์กำลังพลเหยียบกับระเบิดเมื่อวันที่ 16 ก.ค.นั้น ตนอยู่ระหว่างตรวจเยี่ยมกำลังพลในจังหวัดชายแดนภาคใต้ พอทราบข่าวก็ไปเยี่ยมกำลังพลในวันรุ่งขึ้น พร้อมสั่งการให้กองทัพภาคที่ 2 สำรวจเพิ่มเติม และเมื่อพบเป็นระเบิดใหม่ ก็ต้องตอบคำถามให้ได้ว่าเพราะอะไรถึงบอกว่าใหม่ และพบที่อื่นอีกหรือไม่ มีจำนวนเท่าไหร่ และเป็นชนิดมีใช้ที่ไหน หรือมีใช้เฉพาะกัมพูชา
ทั้งนี้การตรวจค้นทุ่นระเบิด ต้องรอบคอบค่อยเป็นค่อยไป เพราะเกี่ยวกับความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ และได้ รับคำตอบใน 3 วัน โดยทราบชนิดของทุนระเบิดเป็น PMN-2 ซึ่งเป็นของรัสเซีย เป็นสิ่งยืนยันได้ว่าของที่วางนั้นเป็นของประเทศอื่น ไม่ใช่ของไทยแน่นอน พร้อมกับมีคำตอบสังคมโลกที่ว่าใหม่นั้นดูจากการกลบเกลื่อนร่องรอย ดูใบไม้ วัชพืช และตรวจโลหะที่ยังคงวาวไม่เก่าขึ้นสนิม เพื่อไม่ให้มีการโต้เถียงในภายหลัง
#ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#วางกับระเบิดของกัมพูชาในเขตแผ่นดินไทย#ทุ่นระเบิด#กองทัพบก#กระทรวงการต่างประเทศ#ชายแดนไทยกัมพูชา#สนธิสัญญาออตตาวา#ศบทก

