“ถ้ายังดันทุรังใช้ก๊าซแพง ๆ อีกต่อไป… คุณทำแล้วคุณเจ๊งแน่”
— ผศ.ประสาท มีแต้ม
เรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์ในรายการ “เที่ยงเปรี้ยงปร้าง” ดำเนินรายการโดย “สมจิตต์ นวเครือสุนทร”
⸻
PDP ใหม่…ต้องไม่เป็นแค่แผนบนกระดาษ
“PDP ใหม่ควรเริ่มต้นจากการแก้ปัญหาเดิม ทำให้ค่าไฟฟ้าถูกลง เป็น PDP เพื่อประชาชนไม่ใช่เพื่อทุน” — นี่คือประโยคเปิดจาก ผศ.ประสาท มีแต้ม อนุกรรมการด้านบริการสาธารณะ พลังงานและสิ่งแวดล้อม สภาองค์กรของผู้บริโภค ที่ชี้ชัดว่า แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) ฉบับเดิมสร้างปัญหาไว้ 2 เรื่องใหญ่: โรงไฟฟ้าสำรองล้นเกินถึง 40–50% มีค่าความพร้อมจ่ายเป็นภาระค่าไฟของประชาชน และการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติสูงถึง 65% ไม่ให้ความสำคัญกับพลังงานหมุนเวียนที่ราคาถูกกว่า
ขณะที่ไทยยังยึดติดกับก๊าซ แต่ก๊าซกลับเป็นพลังงานที่ราคาแกว่งและต้นทางเริ่มร่อยหรอในประเทศ ตัวเลือกใหม่จึงต้องเปลี่ยนเกม — และคำตอบที่ชัดเจนในสายตาของผศ.ประสาท คือ “พลังงานหมุนเวียนตอนนี้ถูกกว่าทุกพลังงาน รวมถึงนิวเคลียร์”
⸻
ทำไมแดดไทยถึงแพงกว่าแดดอินเดีย?
“วันนี้แสงแดดและลม ถูกกว่าทุกพลังงาน แม้แต่น้ำหรือถ่านหิน” ผศ.ประสาทยืนยัน ก่อนยกตัวอย่างให้เห็นภาพว่า ขณะนี้อินเดียสามารถซื้อไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ พร้อมแบตเตอรี่ ได้ในราคาเพียง 1.40 บาทต่อหน่วย แต่ประเทศไทยกลับเซ็นซื้อไฟฟ้าแสงอาทิตย์ ไม่มีแบตเตอรี่ ที่ 2.17 บาท/หน่วย
“มันก็น่าเกลียดมาก” เขาวิจารณ์ตรงไปตรงมา
⸻
ประเทศอื่นใช้แดด เราใช้ก๊าซ
ผศ.ประสาทหยิบตัวเลขแบบเรียลไทม์ขึ้นมาเทียบ:
• ขณะที่ไทยผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ 8% ในช่วงพีค
• เวียดนามผลิต 20%
• เยอรมนีผลิตได้ถึง 70%
“ประเทศไทยใช้ก๊าซ 65% แต่ใช้แสงแดด 3% ต่อปี… แบบนี้ไม่สมเหตุสมผล” เขาบอก และย้ำว่าราคาต้นทุนไฟจากแสงแดดตอนนี้สำหรับโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่เหลือไม่ถึง 1.50 บาทต่อหน่วย ในขณะที่คนไทยจ่ายค่าไฟจริงเกือบ 4 บาท (ยังไม่รวมภาษี)
⸻
งานวิจัยฟันธง: ไม่ต้องมีโรงไฟฟ้าฟอสซิลเพิ่มอีกแล้ว
“ไม่จำเป็นต้องสร้างโรงไฟฟ้าฟอสซิลเพิ่มในอีก 20 ปีข้างหน้า”
ผศ.ประสาทย้ำ พร้อมอ้างอิงผลการศึกษาจากองค์กรเอ็มเบอร์ ประเทศเยอรมนี ที่ทดลองจำลองระบบไฟฟ้าด้วย “พลังงานหมุนเวียน+แบตเตอรี่” พบว่าใน 12 ประเทศสามารถผลิตไฟฟ้าได้เพียงพอถึง 92–99% ของเวลาทั้งปี
“ไทยเราใช้ก๊าซแค่ 8–10% ก็พอแล้ว จากเดิมที่ใช้ 65% แล้วไปเพิ่มพลังงานหมุนเวียน”
⸻
ค่าไฟ 2 บาททำได้จริง ถ้ามี “ผู้นำกล้าเปลี่ยน”
เมื่อถามถึงเป้าหมายค่าไฟที่เป็นไปได้ หากเปลี่ยนมาใช้พลังงานหมุนเวียนเต็มรูปแบบ เขาตอบทันทีว่า
“ค่าไฟ 2 บาทต่อหน่วย ทำได้ภายในปี 2030
1.50 บาท/หน่วยก็ทำได้สบาย ๆ ถ้ามีแบตเตอรี่ร่วมด้วย”
พร้อมเล่าตัวอย่างจากบ้านตัวเองที่ติดโซลาร์และแบตเตอรี่ ค่าไฟเหลือประมาณ 3 บาท/หน่วย — “ยังถูกกว่า 4 บาทกว่าเยอะมาก”
⸻
“PDP ต้องเปลี่ยน ไม่งั้นจะเจ๊งเหมือนเครื่องคิดเลขหลอดสูญญากาศ”
ในช่วงท้าย ผศ.ประสาทเปรียบเทียบอนาคตของระบบไฟฟ้าไทยกับประสบการณ์เมื่อ 50 ปีก่อน ที่ซื้อเครื่องคิดเลขไฟฟ้าราคา 50,000 บาท ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยเครื่องคิดเลขขนาดฝ่ามือราคา 8,000 บาท แต่วันนี้ราคา 150 บาท ทำงานได้เท่ากับ 5 หมื่นบาท เพราะเทคโนโลยีเปลี่ยน ตอนนั้นเราโทษใครไม่ได้เลย เพราะไม่มีอินเทอร์เน็ตให้เราได้รู้ แต่ ณ วันนี้เรารู้แล้วว่า โลกเขาไปถึงไหนกันแล้วแบตเตอรี่ 2024 กับ2023 ราคาลดลง 22% ในอนาคตจะลดลงมากกว่านี้
“ถ้าเรายังฝืนเดินตามระบบเก่า จะเหมือนเครื่องคิดเลขนั่นแหละ เจ๊งแน่นอน”
เพราะทุกวันนี้โรงงานใหญ่ก็เริ่มติดโซลาร์เอง ไม่พึ่งไฟฟ้ารัฐแล้ว เมื่อราคาพลังงานหมุนเวียนถูกกว่า เศรษฐกิจพลังงานไทยจะอยู่ไม่ได้ ถ้ายังดื้อใช้ระบบเดิม — “โดยเฉพาะถ้าเจอภาษีทรัมป์เข้าไปอีก มันแข่งไม่ได้เลย”
อาจารย์ประสาทยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมถึงความเสถียรของพลังงานแสงอาทิตย์ว่า 6 รัฐทางตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐฯ ติดโซลาร์กับแบตเตอรี ทำให้ไฟม่ไดับ ในช่วงที่มีคลื่นความร้อนเข้ามา มีความเสถียร ประหยัดค่าไฟฟ้าวันเดียว 600 กว่าล้านบาท “นี่คือผลของมันและไฟไม่ดับด้วย”
⸻
ข้อเสนอถึงรัฐมนตรีพลังงาน: อย่ากลัวการเปลี่ยนแปลง
เขาฝากตรงถึงรัฐมนตรีพลังงาน พร้อมเตือนว่า ถ้ายังไม่รื้อแผน PDP ใหม่ เราอาจต้องจ่ายปีละ 9 แสนล้านบาท
“มันต้องรื้อ ไม่เช่นนั้นจะเหมือนเครื่องคิดเลขที่ผมเจอเมื่อ 50 ปีก่อน ถ้าเดินผิดจะเสียหายมาก เทคโนโลยีมาจ่อหมดแล้ว สิ่งที่เราขาดคือผู้นำที่ทำเรื่องนี้ให้เป็นจริง ความกล้าหาญในการเปลี่ยนแปลงของผู้นำ ถ้ารมว.พลังงานจะเปลี่ยนได้ก็จะเป็นพระคุณอย่างสูง”
#ThePublisherTH #สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม #เที่ยงเปรี้ยงปร้าง #รัฐบาลแพทองธาร #ทางออกประเทศไทย #ค่าไฟแพง #พลังงานและสิ่งแวดล้อม #สภาองค์กรของผู้บริโภค #PDPใหม่ต้องไม่ซ้ำรอยเดิม #พลังงานหมุนเวียนคือคำตอบ

