—ชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต ส.ส.นครนายก พรรคประชาธิปัตย์
เรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์ในรายการ “เที่ยงเปรี้ยงปร้าง” ดำเนินรายการโดย “สมจิตต์ นวเครือสุนทร”
———————
“ใครทำผิด ขอให้เจ้าพ่อหลักเมืองดลบันดาลให้กลับเข้าคุก”
“ในวันที่ไปยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา ผมนำเอกสารไปไหว้ศาลหลักเมือง พระสยามเทวาธิราช พระแก้วมรกต ว่า จะนำเรื่องให้ศาลฎีกาพิจารณาไต่สวน ใครทำผิดขอให้เจ้าพ่อหลักเมือง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยดลบันดาลให้คนชั่วกลับเข้าคุก ใครที่ทำผิดให้รับโทษให้หมด ผมไม่ได้แช่งแต่ไปขอความกรุณาจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยปกป้องบ้านเมืองด้วย ผมทำด้วยใจบริสุทธิ์ ไม่เกี่ยวกับการเมือง ไม่ได้กลั่นแกล้งใคร ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านเมืองคุ้มครองประเทศไทยด้วย ให้อยู่ในความสงบ ขจัดสิ่งชั่วร้ายให้หมดไป”
เป็นความลับที่ชาญชัย อิสระเสนารักษ์อดัตสส.นครนายก พรรคประชาธิปัตย์ เปิดผยกลางรายการเที่ยงเปรี้ยงปร้าง ถึงที่มาของคำร้องก่อนยื่นต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยผ่านการยื่นคำร้องถึงสามรอบ ก่อนที่ศาลฯ จะยกคำร้องของเขาเพราะไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรง แต่เนื่องจากความปรากฏต่อศาลฯ แล้ว ศาลฯ จึงใช้อำนาจออกคำสั่งไต่สวนคดีนี้ จนการไต่สวนใกล้จบในสิ้นเดือนนี้แล้ว
———-
“ทักษิณไม่รอด ต้องกลับเข้าเรือนจำ”
หลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเปิดการไต่สวนคดี “ชั้น 14” ของนายทักษิณ ชินวัตร ต่อเนื่องมาแล้ว 5 นัด โดยเหลืออีกเพียง 2 นัดสุดท้ายคือวันที่ 25 และ 30 กรกฎาคม ชาญชัยย้ำว่า
“ทักษิณไม่รอด ต้องกลับเข้าเรือนจำ เพราะจากคำให้การตลอด 5 นัดที่ผ่านมายิ่งตอกย้ำว่าไม่มีการจำคุกตามคำพิพากษาจริง และมีการร่วมมือกันหลอกประชาชนว่ามีการจำคุกเกิดขึ้น”
——————
“ไม่มีการแจ้งศาลอนุญาต ถือว่าละเมิดอำนาจศาล”
เขายืนยันว่ากระบวนการส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลตำรวจ 181 วัน ไม่เป็นไปตามมาตรา 246 ของประมวลกฎหมายอาญา อาการป่วยของทักษิณไม่วิกฤตจริง
“ไม่มีการแจ้งให้ศาลฯ อนุญาตกรณีนำนักโทษไปรักษาตัวนอกเรือนจำ ถือเป็นการละเมิดอำนาจศาลด้วย เขาทำลายตัวเขาเองหมดเลย”
เขาระบุว่าขณะนี้ “ศาลฯ เค้นความจริงออกมาได้ 90% แล้ว ตอนนี้เหลือความจริงของแพทยสภาที่จะมาให้ข้อมูลในวันที่ 25 ก.ค.”
—————-
“ทำลายระบบยุติธรรมและมาตรฐานทางการแพทย์”
“สิ่งที่เกิดขึ้นนอกจากทำลายระบบยุติธรรมแล้วยังทำลายมาตรฐานทางการแพทย์ด้วย จากความพยายามช่วยคน ๆ เดียวจนเกิดความเสียหายไปหมด ประเทศหมดความเชื่อถือ คนทำผิดเป็นถึงอดีตนายกฯ และมีเจ้าหน้าที่และ รมต.ปัจจุบันไปช่วยเหลือ เป็นการกระทำที่ไม่เคารพยำเกรงต่อกฎหมาย”
—————
“วิษณุอาจเป็นตัวปิดเกม”
ชาญชัยยังเชื่อว่า นัดไต่สวนนัดสุดท้ายในวันที่ 30 ก.ค. ซึ่งนายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกฯ จะเข้ามาให้การเป็นพยาน อาจกลายเป็นจิ๊กซอว์สุดท้ายของกระบวนการนี้
“อาจกลายเป็นตัวปิดเกมที่ทำให้เห็นเลยว่ากระบวนการช่วยเหลือนายทักษิณดำเนินการมาอย่างไร และจะได้บทสรุปเลยว่าสมควรเอาเข้าคุกแบบไหน”
—————-
“ทุกคำเบิกความต้องสาบานต่อศาล—ใครพูดเท็จต้องรับผิดชอบ”
ชาญชัยระบุว่า คดีชั้น 14 ไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่งอีกต่อไป แต่เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม
“ทุกครั้งที่เบิกความต่อศาลฯ ต้องสาบานว่าพูดความจริง ใครพูดเท็จก็ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเอง”
———————
“ดิ้นเหมือนปลาบนบก แต่สู้ความจริงไม่ได้”
สำหรับความมั่นใจของทักษิณที่ระบุว่าจะรอดทุกคดี ชาญชัยให้ความเห็นว่า
“เป็นการดิ้นรนเหมือนปลาที่อยู่บนบก พยายามดิ้นหาน้ำเพื่อหาทางเอาตัวรอด ก็ต้องดิ้นมากเป็นพิเศษ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็สู้ความจริงไม่ได้ วันนี้ความจริงปรากฏต่อศาลฯ และสาธารณะแล้ว”
เขาระบุว่าคำเบิกความตลอด 5 นัดของการไต่สวน แม้จะไม่มีการเปิดเผยแบบคำต่อคำ แต่ก็เพียงพอให้เห็นภาพว่าไม่มีการใส่ร้าย
“ไม่มีการใส่ความทั้งสิ้น เป็นคำเบิกความจากคนที่ช่วยทักษิณเอง ที่แสดงให้เห็นว่ามีการกระทำผิดกฎหมายเพื่อช่วยทักษิณไม่ต้องติดคุกในคดีทุจริต คนช่วยเจอหนักแน่ ผมว่าสิ่งชั่วร้ายของบ้านเมืองกำลังจะถูกขจัดออกไป”
