นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงการบริหารจัดการสถานการณ์ภัยจากเหตุการณ์ความไม่สงบหลังฝ่ายกัมพูชาล่วงล้ำอธิปไตยไทย ส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ และบุรีรัมย์ ที่พักอาศัยพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ได้รับผลกระทบ ทั้งสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงต้องอพยพย้ายที่พักชั่วคราว
ซึ่งนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัด และนายอำเภอ ปฏิบัติตามแผนพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง บูรณาการร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อพยพประชาชนเข้าไปยังพื้นที่ปลอดภัยและดูแลใช้ชีวิตครอบคลุมปัจจัยความจำเป็นพื้นฐาน โดยเน้นย้ำเรื่อง “ความปลอดภัยของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญที่สุด”
“สำหรับประชาชนที่อพยพไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวทั้ง 4 จังหวัด ณ วันที่ 24 ก.ค. 68 เวลา 22.30 น. มีจำนวน 100,672 คน ศูนย์พักพิง 295 แห่ง จำแนกเป็น จังหวัดสุรินทร์ 56,000 คน ศูนย์พักพิง 67 แห่ง จังหวัดศรีสะเกษ 17,196 คน ศูนย์พักพิง 58 แห่ง จังหวัดบุรีรัมย์ 17,000 คน ศูนย์พักพิง 1 แห่ง และจังหวัดอุบลราชธานี 10,476 คน ศูนย์พักพิง 169 แห่ง” นายอรรษิษฐ์ กล่าว
พร้อมกับกำชับให้ทุกส่วนที่เกี่ยวข้องร่วมกันเป็นกำลังใจทหารหาญที่กำลังทำหน้าที่เป็นกำลังส่วนหน้า ที่ ปฏิบัติหน้าที่อย่างกล้าหาญในการปกป้องอธิปไตยของชาติ และสร้างความรับรู้เข้าใจให้ประชาชนในศูนย์พักพิงได้ทราบถึงสถานการณ์ รวมทั้งการดูแลความปลอดภัยทรัพย์บริเวณหมู่บ้าน อาคารบ้านเรือน โดยกำลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมทั้งย้ำเตือน “ห้ามกลับไปยังพื้นที่หมู่บ้าน” จนกว่าทางภาครัฐจะประกาศให้สามารถกลับไปได้ตามปกติ
ขณะที่พลตรี สันทัด จันทน์มาลา ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 26 พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุความไม่สงบตามแนวชายแดน ณ ศูนย์อพยพสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต อ.เมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์เช้าวันนี้ด้วย
ขอบคุณภาพจาก FB:กองทัพภาคที่ 2 /กรมการปกครอง
#ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#กัมพูชายิงก่อน#ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด#CambodiaOpenedFire#un#ละเมิดอธิปไตย#แผนพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง

