“ถ้า ‘ม้า’ กลายเป็น ‘ลาแก่’—ก็ต้องเปลี่ยนม้า”
— พิชิต ไชยมงคล แกนนำ คปท.
เรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์ในรายการ “เที่ยงเปรี้ยงปร้าง” ดำเนินรายการโดย สมจิตต์ นวเครือสุนทร
——————
จากเวทีรับบริจาค สู่การลุกขึ้น “กำจัดจุดอ่อนของชาติ”
พิชิต ไชยมงคล แกนนำ คปท. เผยผ่านรายการ เที่ยงเปรี้ยงปร้าง ถึงความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญที่กำลังจะเกิดขึ้น ณ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ซึ่งเดิมตั้งใจจัดในวันที่ 27 กรกฎาคม แต่จำเป็นต้องขยับไปเป็นวันที่ 2 สิงหาคม เนื่องจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังปะทะกันต่อเนื่อง
“เราเลื่อนจัดกิจกรรมไปอีก 1 สัปดาห์ เพื่อประเมินสถานการณ์ เพราะการสู้รบยิ่งทวีความรุนแรง”
กิจกรรมดังกล่าวจะประกอบด้วยการบริจาคเลือดและสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากแนวหน้า ตลอดจนการแสดงพลังของประชาชนที่ “ยืนเคียงข้างทหารไทย” พร้อมประณามการกระทำของกัมพูชาที่ “ยิงถล่มบ้านเรือนและโรงพยาบาลของไทย” ซึ่งพิชิตย้ำว่า “ไม่ใช่ยุทธวิธีทางทหาร แต่คือการโจมตีมนุษยธรรม”
——————
ข้อเรียกร้อง: “แพทองธารต้องลาออก – รัฐบาลทั้งคณะต้องพ้นไป”
ท่ามกลางเสียงปืนที่แนวชายแดน พิชิตมองว่าความอ่อนแอไม่ได้อยู่ที่กองทัพ แต่คือ รัฐบาล ที่เป็น “จุดอ่อนทางความมั่นคง” ซึ่งมีต้นตอจากการแทรกแซงของครอบครัวชินวัตร
“สถานการณ์มันบานปลาย เพราะคุณแพทองธารกับคุณทักษิณแทรกแซงกองทัพมากเกินไป… คนที่ต้องรับผิดชอบอันดับแรกก็คือคุณแพทองธาร ในฐานะนายกรัฐมนตรี”
และเขาเรียกร้องให้ทั้งนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี “ลาออกทั้งชุด” โดยเปรียบเปรยแรงว่า
“นี่ไม่ใช่ม้าศึก แต่คือ ลาแก่ ที่ใช้งานไม่ได้ ต้องเปลี่ยนม้าใหม่เข้ามา ถ้าเปลี่ยนตอนนี้ อาจนำไปสู่ชัยชนะของชาติได้”
—————-
“ฮุนเซนถืออำนาจมากกว่า” – รัฐบาลกลายเป็นตัวประกัน
พิชิตอธิบายว่า ปัจจุบันรัฐบาลไทยตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของฮุนเซน ผู้นำกัมพูชา ซึ่งถือคลิปเสียงหลุดเป็นเครื่องมือต่อรองทางการเมือง โดยชี้ว่าขณะที่ฝ่ายทหารมีเอกภาพพร้อมรบ ประชาชนก็พร้อมหนุน แต่รัฐบาลกลับเป็น “ตัวแปรแปลกแยก”
“วันนี้ฮุนเซนถือไพ่เหนือกว่า สถานการณ์แบบนี้เปลี่ยนรัฐบาลคือกำจัดจุดอ่อน ไม่ได้ส่งผลลบต่อยุทธวิธีของทหารด้วยซ้ำ”
—————
ทางออกคือเปลี่ยนขั้วอำนาจ ไม่ใช่เปลี่ยนตัวนายกฯในขั้วเดิม
แม้พิชิตยอมรับว่าการเปลี่ยนตัวนายกฯ ตามกลไกรัฐสภาอาจนำไปสู่การได้ผู้นำจากพรรคเพื่อไทยอยู่ดี เช่น “ชัยเกษม” แต่ก็เตือนว่าสิ่งนี้จะไม่แก้ปัญหา เพราะยังอยู่ในอาณัติของทักษิณ
“ชัยเกษมก็อยู่ใต้อาณัติของคุณทักษิณ ซึ่งฮุนเซนถือไพ่เหนือกว่าอยู่ดี… ถ้าจะเปลี่ยน ต้องให้สภาตระหนักว่าการเปลี่ยนต้องแก้สมการอำนาจนี้ด้วย”
เขาจึงเรียกร้องให้ พรรคร่วมรัฐบาลถอนตัว เพื่อเปลี่ยนแปลงขั้วอำนาจในรัฐสภา มิใช่เพียงเปลี่ยนตัวแต่ไม่เปลี่ยนเกม
————-
“วันนี้รัฐบาลหมดความชอบธรรม – อนาคตเพื่อไทยกำลังดับ”
พิชิตมองว่า ทักษิณกำลังพยายาม “แก้เกม” โดยสนับสนุนกองทัพให้รุกกลับฮุนเซน แต่ก็ไม่สามารถลบจุดอ่อนที่ตัวเองสร้างไว้ได้ และการให้แพทองธารลาออก อาจทำให้พรรคเพื่อไทยถึงคราว “ดับอนาคตทางการเมือง” จึงเป็นเรื่องยากที่เขาจะทำตามข้อเรียกร้องของประชาชน
“วันนี้ครอบครัวชินวัตรคืออุปสรรคในการพาประเทศไปข้างหน้า ถ้าไม่เปลี่ยน จุดอ่อนนี้จะกลายเป็นจุดอ่อนประเทศ แต่เขาก็ไม่ต้องการเปลี่ยนเพราะกลัวว่าถ้าแพทองธารลาออกจะกลายเป็นจุดจบของรัฐบาล และอาจลุกลามไปถึงพรรคเพื่อไทยทั้งพรรค”
——————
กิจกรรมรวมพลังที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิในวันที่ 2 สิงหาคมนี้ จึงไม่ใช่แค่การบริจาคเลือดหรือสิ่งของ แต่คือการ “แสดงพลังพลเมือง” ที่ต้องการชี้ชะตาการเมืองไทยท่ามกลางไฟสงครามชายแดน

