Author: Writer Publisher

ดร. สาธิต ปิตุเตชะ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเพจ “หมอตี๋ สาธิต ปิตุเตชะ” ให้กำลังใจแพทยสภาในการทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ท่ามกลางแรงกดดันจากฝ่ายการเมือง พร้อมเตือนสังคมว่า หากปล่อยให้ฝ่ายที่ยึดถือความถูกต้องต้องพ่ายแพ้ ประเทศไทยจะไม่เหลือหลักยึดใด ๆ อีกต่อไป “ประเทศไทยแทบไม่เหลือที่ยืนให้กับความศักดิ์สิทธิ์ ความเชื่อมั่นในสถาบันหลักของชาติแล้ว ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการยุติธรรม องค์กรอิสระ ตลาดทุน รัฐบาล ฝ่ายค้าน หรือพรรคการเมือง” เขาระบุว่า ในฐานะที่เคยทำงานร่วมกับแพทย์และผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขมากว่า 4 ปีเต็ม จึงขอให้กำลังใจกรรมการแพทยสภาทุกคนที่ยังยืนหยัดรักษามาตรฐานและจริยธรรมของวิชาชีพ โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่แพทยสภากำลังตกเป็นเป้าโจมตีจาก “ผู้มีอำนาจทางการเมืองและฝ่ายบริหารประเทศ” แม้เพียงเพราะทำหน้าที่ตามข้อเท็จจริง “เราต้องช่วยกันให้แพทยสภาธำรงไว้ซึ่งเกียรติยศ ศักดิ์ศรี และความรับผิดชอบ ไม่โอนอ่อนผ่อนตามอำนาจใด ๆ เพื่อรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของสถาบันหลักต่าง ๆ ของชาติบ้านเมืองเรา” ดร.สาธิต ยังอ้างถึงกระแสพระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 9 เมื่อปี 2553 ที่เคยมีพระราชดำรัสให้ทุกฝ่ายในสังคม “ทำหน้าที่ของตนเองอย่างตรงไปตรงมา ด้วยความเป็นธรรม” ท่ามกลางภาวะความขัดแย้งแบ่งฝักแบ่งฝ่ายในประเทศ เขาปิดท้ายว่า การกระทำของแพทยสภาในเวลานี้ เป็นหนึ่งในไม่กี่เสาหลักของสังคมไทย ที่ยังยืนอยู่ได้ด้วยความซื่อสัตย์และจริยธรรม และประชาชนควรร่วมกันสนับสนุนไม่ให้พังลงท่ามกลางอิทธิพลทางการเมือง อ่านโพสต์ต้นทาง คลิก https://www.facebook.com/share/p/1WYAQBmqfn/ #ThePublisherTH #สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม #สมศักดิ์เทพสุทิน #ทักษิณ #ทักษิณชินวัตร #แพทยสภา #ป่วยทิพย์ #ชั้น14 #มติแพทยสภา

Read More

บทความวิเคราะห์โดย The Publisher ในประเทศที่องค์กรอิสระมีหน้าที่ค้ำจุนหลักนิติธรรมและตรวจสอบอำนาจรัฐ กลไกการคัดเลือกบุคคลเข้าสู่ตำแหน่งเหล่านี้ควรต้องโปร่งใส เข้มงวด และพ้นข้อครหา แต่ในประเทศไทยวันนี้ กลับเกิดปรากฏการณ์ที่สะท้อนความย้อนแย้งอย่างถึงราก — เมื่อ “สมาชิกวุฒิสภา” ที่ถูกหมายเรียกสอบสวนในคดีฮั้วจัดซื้อจัดจ้าง กลับได้รับเลือกให้เป็นกรรมาธิการตรวจสอบ “คุณสมบัติและจริยธรรม” ของผู้อื่นที่กำลังจะเข้าดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ สิ่งนี้ไม่เพียงทำให้สาธารณชนต้องตั้งคำถามถึง “ความเหมาะสม” หากยังเปิดโปงจุดเปราะบางในโครงสร้างอำนาจที่ออกแบบมาให้ไม่ถูกตรวจสอบได้จริง ⸻ 🔍 ใครตรวจใคร? วันที่ 30 พฤษภาคม 2568 ที่ประชุมวุฒิสภามีมติแต่งตั้งคณะกรรมาธิการสามัญ 3 ชุด เพื่อทำหน้าที่ ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และจริยธรรม ของบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ได้แก่ กกต., อัยการสูงสุด และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ รวมทั้งสิ้น 45 คน แต่เมื่อตรวจสอบรายชื่ออย่างละเอียด พบว่า มี ส.ว. ถึง 29 คนจาก 45 คน หรือคิดเป็น 65% ของกรรมาธิการทั้งหมด ที่มีชื่อปรากฏใน “หมายเรียกสอบสวน” ของ กกต. และ DSI ในคดีที่เกี่ยวข้องกับ การฮั้วประมูล หรือจัดซื้อจัดจ้างโดยมิชอบ ชื่อที่ปรากฏซ้ำ ๆ ในหมายเรียกประกอบด้วย ส.ว. อย่างน้อย 5 คน ที่ถูกออกหมายถึง 5 ครั้ง และอีกหลายคนที่เคยถูกสอบสวนในคดีเดียวกันอย่างเป็นทางการ ⸻ ⚖️ ความย้อนแย้งทางจริยธรรม ในทางหลักการ คณะกรรมาธิการที่แต่งตั้งขึ้นนี้ มีหน้าที่ “กลั่นกรอง” คุณสมบัติของบุคคลว่าจะเหมาะสมหรือไม่ต่อการเข้าดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ซึ่งจะต้องมีความเป็นกลาง มีคุณธรรม และปราศจากข้อครหาจริยธรรม แต่เมื่อผู้ทำหน้าที่ตรวจสอบ “มีข้อครหาทางจริยธรรมเสียเอง” — ไม่ว่าจะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมหรือยังไม่ถูกพิพากษา — ก็ย่อมกระทบต่อ ความน่าเชื่อถือของระบบ และ บั่นทอนศรัทธาของประชาชน อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ⸻ 🧱 ผลกระทบเชิงโครงสร้าง 1. องค์กรอิสระอาจถูกสรรหาด้วยมาตรฐานที่ต่ำลง เมื่อผู้ตรวจสอบมีจุดอ่อน…

Read More

“ชวน” เสียดายชีวิตตำรวจนักบิน–ช่างเครื่อง 9 นาย เสียชีวิตจาก ฮ.ตก จี้รัฐ–สตช. ทบทวนระบบซ่อมบำรุง 950 ล้านด่วน ชี้ชัดปัญหาไม่ใช่ความเสี่ยงจากหน้าที่ แต่คือเครื่องมือไร้คุณภาพที่พรากชีวิตคนทำงาน พร้อมตั้งข้อสังเกตเรื่องประสิทธิภาพและความโปร่งใส วันที่ 31 พฤษภาคม 2568 – นายชวน หลีกภัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายในสภาอย่างตรงไปตรงมา กรณีอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ตกติดต่อกันภายในระยะเวลาเพียง 1 เดือน ส่งผลให้มีนายตำรวจเสียชีวิตแล้วรวม 9 นาย โดยเรียกร้องให้รัฐบาลและ สตช. เร่งทบทวนระบบซ่อมบำรุง และจัดสรรงบประมาณให้เพียงพอเพื่อป้องกันโศกนาฏกรรมซ้ำรอย นายชวนกล่าวแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ โดยเฉพาะการสูญเสีย ร.ต.อ.ทรงพล บุญชัย นักบินชาวจังหวัดตรังที่ตนรู้จักกับครอบครัวเป็นอย่างดี รวมถึง พ.ต.ต.ประเทือง ชูเลิศ และ ร.ต.ท.ทินกฤต สุวรรณน้อย ที่เสียชีวิตจากเหตุ ฮ.ตกเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคมที่ผ่านมา “สิ่งที่เกิดขึ้น อาจจะเป็นเรื่องที่เรานึกว่าเป็นเรื่องเกิดขึ้นได้ ความเสี่ยงนั้นก็มีแน่นอน แต่ว่าการสูญเสียไม่ใช่เพราะไปปะทะกับคนร้าย แต่สูญเสียเพราะเครื่องมือที่ไม่มีคุณภาพ มันเป็นเรื่องที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น เป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่สุด” นายชวนกล่าว นายชวนยังเปิดเผยข้อมูลอากาศยานของ สตช. ที่น่าตกใจ โดยระบุว่า จากเฮลิคอปเตอร์ทั้งหมด 71 ลำ มีเพียง 24 ลำที่ยังใช้งานได้ ขณะที่อีก 27 ลำอยู่ระหว่างซ่อม และ 20 ลำรอปลดประจำการ และใน 24 ลำที่ยังใช้งานได้ มี 1 ลำที่ประสบเหตุแล้ว ซึ่งก่อนเกิดเหตุ ยังมีนักบินเตือนว่าลำดังกล่าวบินไม่ได้ นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตถึงงบประมาณซ่อมบำรุงอากาศยานของ สตช. ที่ตั้งไว้ 950 ล้านบาท ซึ่งเท่ากับปีก่อน โดยอ้างข้อมูลจากนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ว่า งบอาจไม่เพียงพอและยังมีข้อครหาเรื่องการหาผลประโยชน์จากการซ่อมบำรุง อีกทั้งระบบซ่อมบำรุงที่พึ่งพาหลายยี่ห้อ และต้องผ่านตัวแทนจำหน่าย ทำให้ไร้ความเป็นระบบ แตกต่างจากกองทัพอากาศที่มีมาตรฐานชัดเจนกว่า นายชวนจึงเสนอให้ รัฐบาลและ สตช. เร่งตรวจสอบสถานภาพเฮลิคอปเตอร์ที่ยังใช้งานอยู่ พร้อมทบทวนแนวทางจัดสรรงบประมาณใหม่…

Read More

31 พฤษภาคม 2568 เชาว์ มีขวด ทนายความชื่อดัง อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “Chao Meekhuad” เรียกร้องให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเข้ามาดูแลกรณีเหตุทำร้ายร่างกายกลางงานบวชที่ จ.นครศรีธรรมราช และ โอนคดีจากตำรวจท้องที่ไปยัง “กองบังคับการปราบปราม” (กองปราบ) โดยเร็วที่สุด ในโพสต์ดังกล่าว นายเชาว์ระบุว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นจริง และผู้ที่ตกเป็นข่าวว่าเป็นผู้ก่อเหตุ คือ นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ และประธานกรรมาธิการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร พร้อมระบุว่ามีการยกพวกเข้ารุมทำร้ายนักธุรกิจท้องถิ่นกลางงานบวชลูกชายนายก อบต. ต่อหน้าชาวบ้านนับร้อยคน “ไม่ใช่ข่าวลือ แต่เป็นคดีอุกฉกรรจ์กลางงานบุญที่เกิดขึ้นต่อหน้าสาธารณชน มีพยานเห็นเหตุการณ์ชัดเจน มีใบรับรองแพทย์ และมีคำให้การจากผู้เสียหายว่า ถูกนายชัยชนะเข้ามาพูดจากดดันไม่ให้ลงสมัครนายก อบต. และเมื่อการพูดคุยไม่เป็นผล จึงถูกตบหน้า ก่อนจะถูกน้องชายและพวกพ้องของ ส.ส.รายนี้รุมทำร้ายจนหัวแตก และยังมีการชักปืนขู่ด้วย” นายเชาว์ ระบุ นายเชาว์ยังเปิดเผยอีกว่า หลังเกิดเหตุ ผู้เสียหายได้ไปแจ้งความแล้ว แต่ภายหลังกลับถูกกดดันให้ถอนคำร้อง โดยมี “แม่ของ ส.ส.” เข้ามาเจรจาและมี “นายตำรวจใหญ่ในจังหวัด” คอยประสานเพื่อให้ยุติคดี “นี่คือคดีอาญาแผ่นดิน ไม่สามารถยอมความได้ และไม่ควรปล่อยให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ทำคดีต่อไป เพราะไม่มีใครกล้าขยับท่ามกลางอิทธิพลของผู้ต้องหา ซึ่งมีตำแหน่งสูงเป็นถึงประธานกรรมาธิการตำรวจ” นายเชาว์จึงเรียกร้องให้ พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงมาดูเรื่องนี้ด้วยตนเอง และสั่งโอนคดีไปยังกองปราบทันที เพื่อคุ้มครองพยาน–ผู้เสียหาย และให้กระบวนการสอบสวนเป็นธรรม “คดีนี้ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวระหว่างคนสองฝ่าย แต่เป็นบททดสอบว่า กระบวนการยุติธรรมไทย จะยอมจำนนต่ออิทธิพลทางการเมืองหรือไม่” นายเชาว์ มีขวด ระบุทิ้งท้าย #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#นักการเมืองกร่าง#ลูกไหมลูกใคร#ลูกพีชหญ้าหวาน#สจกอล์ฟ#สสเมืองคอน

Read More

เป็นการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ของนางสาวศิริกัญญา ตันสกุล สส.พรรคประชาชน ที่ตอนหนึ่งเธอพูดถึงโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลกันงบไว้ 2.5 หมื่นล้านบาท พร้อมระบุว่านี่คืองบประมาณที่ใช้สำหรับโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ที่รัฐบาลจะนำกลับมาอีกครั้ง และขอให้รอลุ้นว่าใครจะเป็นผู้โชคดีเพราะแจกได้เพียง 2.5 แสนคนเท่านั้น พร้อมกับเย้ยนายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย ที่อภิปรายบอกว่าให้แจกเงินดิจิทัลวอลเล็ตเลย อย่าว่าแต่ 1 หมื่นบาท 2 หมื่นก็แจกได้ ไม่เช่นนั้นนายกฯ เท้ง (ณัฐพงศ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน) มาแน่ โดยนางสาวศิริกัญญาบอกว่า ต่อให้แจก 2 หมื่นบาทและใกล้เลือกตั้ง ถ้าแจกแบบนี้รับรองนายกฯ เท้งมาแน่ๆ #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#เที่ยงเปรี้ยงปร้าง#รัฐบาลแพทองธาร#แพทองธารชินวัตร#งบประมาณ69#งบประมาณ69#แจกเงินหมื่น#ดิจิทัลวอลเล็ต#นายกฯเท้ง

Read More

ช่วงบ่ายการประชุมสภาผู้แทนราษฎร อภิปรายงบประมาณปี 2569 วันที่ 4 ที่เรียกเสียงฮือฮาก็คือ นายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย โดยเฉพาะในช่วงที่พูดถึงการแจกเงินหมื่นโครงการดิจิทัลวอลเล็ต โดยบอกว่าในอดีตไม่เห็นด้วยกับการแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาท ตามนโยบายของพรรคเพื่อไทย แต่ปัจจุบันเห็นด้วย ฝากถึงนายกรัฐมนตรีต้องแจก เงินมี ใครที่อยู่ข้างบนแจกไม่ได้ลงมาเอาคนอื่นขึ้นไปนั่ง ถ้าไม่มีปัญญาทำให้นายกฯ ได้ก็ลงมาคนเยอะแยะ ประเทศไทยมีเงินเยอะ อะไรติดขัดก็แก้ อย่าไปแจกใกล้ๆเลือกตั้ง อย่าว่าแต่หมื่นบาทเลย 2 หมื่นก็แจกได้ ถ้าไม่แจกเขามาแน่ “นายกฯเท้ง” #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#เที่ยงเปรี้ยงปร้าง#รัฐบาลแพทองธาร#แพทองธารชินวัตร#งบประมาณ69#งบประมาณ69#แจกเงินหมื่น#ดิจิทัลวอลเล็ต

Read More

พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฏวัฒนะ โพสต์ชี้แจงโครงการบัตรทองแพลตตินั่ม รพ.มงกุฎวัฒนะ โดยเป็นโครงการเพื่อแก้ปัญหาให้แก่ผู้ป่วยสิทธิบัตรทองหรือ 30 บาทรักษาทุกโรค ที่เดือดร้อนจากปัญหาขอใบส่งตัวจากคลินิกที่เสียเวลายุ่งยาก จากคลินิกส่งต่อไปรักษากับ รพ.ตามที่ สปสช.จัดให้ และต้องรอการรักษาเฉพาะทางขั้นสูงนาน หรือจากคลินิกที่ไม่มีขีดความสามารถโรคเฉพาะทาง หรือไม่ได้มาตรฐาน เป็นโครงการที่ผู้ป่วยบัตรทอง 30 บาท ต้องการรักษาโดยตรงกับ รพ.มงกุฎวัฒนะ ไม่ต้องใช้ใบส่งตัว แต่ต้องจ่ายเงินเองในราคา รพ.รัฐบาล ซึ่งราคาถูกมาก …ผู้หาเช้ากินค่ำ ‘กัดฟัน พึ่งตนเองได้’ หากป่วยจนต้องนอนรักษาตัว ก็เสียค่าแพทย์-ค่าบริการในการตรวจแรกรับราคา รพ.รัฐบาล ประมาณ 500 บาท ส่วนค่ารักษาใน รพ. ไม่ว่าจะผ่าตัด คลอดบุตร ไอ ซี ยู สวนหัวใจ หัตถการรักษาขั้นสูงราคาแพง ก็สามารถใช้สิทธิบัตรทองได้…สปสช จ่ายค่ารักษาให้ และพร้อมรับผู้มีสิทธิทุกเขต ทุกจังหวัด ไม่ต้องทำบัตร ไม่เสียเงินค่าสมาชิกหรือค่าธรรมเนียมใดๆทั้งสิ้น เปิดให้บริการทุกวัน ไม่มีวันหยุด ณ อาคาร 2 ชั้น 1 เวลา 8.00 – 20.00 น. จึงขอให้แชร์ถึงผู้มีสิทธิบัตรทอง หรือ 30 บาทรักษาทุกโรคที่เดือดร้อนจากปัญหาการส่งตัวมาใช้บริการได้ทุกคน ทั้งนี้ พล.ต.นพ.เหรียญทองระบุข้อเสียของโครงการดังกล่าวด้วย “รพ.ที่ไม่มีนโยบาย ‘ลูกค้า คือ พระเจ้า’ เราเข้มงวดมากในการรักษาความสงบเรียบร้อย ปลอดภัย เป็น รพ.สำหรับสุภาพชน ผู้มีพฤติกรรมไร้มารยาทสังคม เอาแต่ใจ อวดเบ่ง สูบบุหรี่-สารเสพติดใน รพ.-ทิ้งสิ่งของสกปรกเลอะเทอะ-ชอบฟ้องร้อง ร้องเรียน หาเรื่อง ฯลฯ …อย่ามาใช้บริการ มีผู้พฤติกรรมต้องห้าม ไร้มารยาท ใหญ่คับฟ้า อวดเบ่งถูกไล่ออกจาก รพ.มงกุฎวัฒนะอย่างไร้เกียรติ”  #ThePublisherTH #สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม #หมอวี #สปสช #บัตรทอง #30บาทรักษาทุกที่ #โรงพยาบาลรัฐ #รัฐบาลแพทองธาร #หมอเหรียญทอง #รพมงกุฎวัฒนะ #บัตรทองแพลตตินั่ม

Read More

เป็นความเคลื่อนไหวของพรรคประชาชน ที่แจ้งผ่านกลุ่มไลน์สื่อมวลชนว่าในการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณประจำปี 2569 ของนายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2568 ได้เปิดเผยถึงพฤติกรรมของรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่มอบหมายที่ปรึกษาของตัวเอง เขียนโครงการขอ งบอบรมสัมมนาของสภาฯ โดยกิจกรรมไปกระจุกในจังหวัดตนเอง และได้โยกงบประมาณดังกล่าวไปใช้ในโครงการอื่น ซึ่งการกระทำดังกล่าวเสี่ยงจะขัดต่อกฎหมาย ขณะที่นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาฯ คนที่หนึ่ง พูดถึงเรื่องที่พรรคประชาชน เตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าทำผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 จากกรณีนี้ โดยชี้แจงเป็นเรื่องของกระบวนการก็ว่ากันไป ยืนยันโยกงบฯ ไม่ได้ ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน หากมีอะไรก็ขอให้ตรวจสอบ สอบสวนสืบสวนกันไป แต่ตอนนี้ไม่ทราบว่าร้องเรียนในจุดไหน แต่ทุกงบฯ มีเหตุผลทั้งหมด และการบริหารของเจ้าหน้าที่ทำด้วยความรอบคอบและตระหนักถึงความจำเป็น “ไม่ได้หนักใจ ยื่นไปเลยครับ ยินดีครับ ขอให้ตรวจสอบเลย ห้ามไม่ได้ ทำงานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายด้วยความบริสุทธิ์ใจ ผมไม่ห่วง ผมไม่กลัวอะไรทั้งนั้น ยินดี จะยื่นอะไรก็ยื่นไป” นายพิเชษฐ์ระบุ ประเด็นดังกล่าวทำให้นัดหมายของนายพิเชษฐ์ และ สส.พรรคประชาชนที่จะทัวร์ดูจุดที่ของบประมาณซ่อมปรับปรุงอาคารรัฐสภาต้องยกเลิกไปโดยปริยาย #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#เที่ยงเปรี้ยงปร้าง#รัฐบาลแพทองธาร#แพทองธารชินวัตร#งบประมาณ69#งบประมาณ69#ศาลรัฐธรรมนูญ#พรรคประชาชน#โยกงบประมาณ

Read More

การประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 วันที่ 4 วันสุดท้ายของการอภิปราย และจะลงมติรับหลักการในวาระที่ 1 เย็นวันนี้ นอกจากความดุเดือดในการอภิปรายของพรรคฝ่ายค้านแล้ว ต้องติดตามการลงมติของพรรคภูมิใจไทย หลังนายทักษิณ ชินวัตร ผู้นำจิตวิญญาณของพรรคเพื่อไทย วิจารณ์กระทรวงมหาดไทยในมือพรรคภูมิใจไทยทำงานไม่ถึง ทำไม่เต็มที่ ดังนั้นใน 2 ปีที่เหลือ พรรคเพื่อไทยต้องเอากระทรวงมหาดไทยมาดูแลเอง  “ภูมิใจไทย” เป็นพรรคอันดับ 2 ในรัฐบาล ด้วย 69 เสียง หากขยับแล้วจะสร้างแรงกระเพื่อมสำคัญเลยทีเดียว ทำให้หลายฝ่ายแปลกใจที่นายทักษิณจึงจุดพลุเรื่องนี้ ขณะที่ต้องโหวตร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ที่เรียกว่าเป็นกฎหมายสำคัญถ้าถูกคว่ำกลางสภาฯ รัฐบาลต้องลาออกหรือยุบสภา พรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย รวมถึงนายทักษิณ ชินวัตร มีร่องรอยความสัมพันธ์ที่ขบเกลียวกันมาตลอดร่วมหัวจมท้ายตั้งรัฐบาลกันมา 2 ปีกับ 2 นายกรัฐมนตรี ทั้งเรื่องค้านเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ประเด็นที่ดินเขากระโดง และสนามกอล์ฟอัลไพน์ รวมถึงเรื่องเดินหน้าคดีฮั้วเลือก สว.ที่มี สว.สีน้ำเงิน 138 คนอยู่ในอุ้งมือ DSI ถึงมีวงดินเนอร์ของผู้นำจิตวิญญาณอย่าง นายทักษิณ กับนายเนวิน ชิดชอบ และนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี รวมถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย แต่ความสัมพันธ์ใช่จะราบรื่นอย่างที่โชว์หวานในช่วงหลังๆ ของ 2 พรรคใหญ่ที่ขับเคี่ยวกันทั้งในสนามการเมืองและสนามเลือกตั้ง แน่นอนเกมทวงคืนกระทรวงมหาดไทย ทำให้เกิดปฏิกิริยาจากพรรคภูมิใจไทย ถึงสมาชิกหลักๆ จะยังไม่ขยับ แต่ก็มีผู้อาวุโสพรรคอย่างนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล อดีตรองประธานสภาฯ บิดาของนายภราดร ปริศนานันทกุล และนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล 2 สส.พรรคภูมิใจไทยออกมาตั้งคำถามโพสต์ผ่านเฟซบุ๊ค Somsak Pris ว่า เขาคือใคร? อย่างนี้ก็ได้หรือ พร้อมระบุถึงมาตรา 28-29 ของ พ.ร.ป.พรรคการเมือง เรื่องการครอบงำ ชี้นำพรรคเมืองไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม พลุที่นายทักษิณจุดขึ้น นอกจากสร้างความตึงเครียดและเขย่าเสถียรภาพพรรคร่วมรัฐบาลแล้ว นี่จะเป็นสัญญาณสำคัญถึงเกมการเมืองในระยะอันใกล้หรือไม่ว่า เป็นการวางตัวให้พรรคเข้าควบคุมกระทรวงสำคัญ เพื่อปั้นผลงานก่อนการยุบสภาและเลือกตั้งจะเกิดขึ้น “ไม่ใช่ 2 ปีที่เหลืออย่างที่นายทักษิณว่าไว้เสียแล้ว” ต้องจับตาการลงมติร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2569…

Read More

ชีวิตของตำรวจ 3 นาย…จบลงกลางฟ้า เพราะ “น็อต 2 ตัวหลุด” จากคำชี้แจงของ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ที่ลงพื้นที่ติดตามเหตุเฮลิคอปเตอร์ตกด้วยตัวเอง พบสาเหตุเบื้องต้นคือ “น็อต 2 ตัวที่ยึดใบพัดหางหลุด ทำให้ใบพัดเสียการทรงตัว ไปตัดกับชุดหาง…และเครื่องก็ตกในที่สุด” สามชีวิตต้องสังเวยในหน้าที่ ไม่ใช่เพราะรบกับใคร แต่เพราะ ความบกพร่องในระบบที่ปล่อยให้เครื่องบินไม่ได้มาตรฐานยังขึ้นบินได้ เราห่มธงชาติให้ศพ แต่ใครจะ “กระชากคนผิดที่ทุจริต” ออกมา? “เครื่องพัง…ยังให้ขึ้นบิน พวกที่โกงกิน…ยังลอยนวล” #ThePublisherTH #สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม #ฮตำรวจตก #ทุจริต #อุบัติเหตุหรือทุจริต #ฮตก #ตำรวจบนฟ้า #น็อต2ตัว #ความจริงต้องไม่ตกตามเครื่องไปด้วย #พลตอธัชชัย #เฮลิคอปเตอร์เบล212 #ประจวบคีรีขันธ์

Read More