Author: Writer Publisher

ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” เผยผลสำรวจ “2 ทศวรรษ แก้ไขปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้” ที่สำรวจวันที่ 28-30 เมษายน 2568 จากประชาชนในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ปัตตานี และยะลา 1,100 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับสถานการณ์ความปลอดภัยในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยพบว่าในช่วง 20 ปีที่ผ่านมาร้อยละ 33.45 ระบุสถานการณ์แย่เหมือนเดิม รองลงมาร้อยละ 20.36 ระบุสถานการณ์ดีเหมือนเดิม กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 42.18 เห็นว่าการพัฒนาความเจริญในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ค่อนข้างดีขึ้น รองลงมาเห็นว่าไม่ค่อยมีการพัฒนาเท่าไร และไม่มีการพัฒนาเลย มีเพียงร้อยละ 5.82 ที่ระบุการพัฒนาดีขึ้นมาก ส่วนด้านความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับประชาชนในพื้นที่ ร้อยละ 33.55 ระบุความสัมพันธ์ดีเหมือนเดิม รองลงมา ความสัมพันธ์ค่อนข้างดีขึ้น ส่วนร้อยละ 19.91 ระบุความสัมพันธ์แย่เหมือนเดิม และร้อยละ 7.09 ระบุค่อนข้างแย่ลง สำหรับการให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาของรัฐบาล พบว่าร้อยละ 42.36 ระบุไม่ค่อยให้ความสำคัญ รองลงมา ร้อยละ 31.82 ระบุไม่ให้ความสำคัญเลย มีเพียงร้อยละ 18.82 ระบุค่อนข้างให้ความสำคัญ และร้อยละ 5.91 ระบุให้ความสำคัญมาก และร้อยละ 1.09 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ และเมื่อถามถึงนโยบายการแก้ไขปัญหาความไม่สงบฯ กับการตัดสินใจลงคะแนนเสียงเลือกตั้งครั้งต่อไป พบว่าร้อยละ 47.55 ระบุให้ความสำคัญมาก รองลงมา ร้อยละ 27.36 ระบุค่อนข้างให้ความสำคัญ มีเพียงร้อยละ 15.55 และร้อยละ 9.18 ที่ระบุว่าไม่ค่อยให้ความสำคัญ และไม่ให้ความสำคัญเลย #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#จังหวัดชายแดนภาคใต้#ไม่เอาความรุนแรงภาคใต้#กรรมการสิทธิฯ#นิด้าโพล#ไฟใต้#รัฐบาลแพทองธาร

Read More

นายชูเลิศ จิตเจือจุน กรรมการสภาวิศวกร (สมัยที่ 8) โพสต์ลงเฟซบุ๊กส่วนตัวตั้งข้อสังเกตเรื่องนี้ หลังพบว่าการเก็บหลักฐานโดยเฉพาะตัวอย่างคอนกรีตของตึก สตง.ที่ถล่ม โดยระบุว่า เราไม่มีความหวังที่จะพบผู้รอดชีวิตจากเหตุอาคาร สตง. ถล่มแล้ว แต่เรายังพอมีความหวัง ที่จะได้รู้ความจริง ของสาเหตุการถล่มลงมา แม้ว่าความหวังนั้น จะดูริบหรี่ ในความรู้สึกของคนส่วนใหญ่ เพราะมีหลายเรื่อง หลายประเด็น ที่เหมือนมีการปิดบังอำพราง ไม่เปิดเผย ไม่ชัดเจน และเหมือนจะถ่วงเวลาให้ล่าช้าออกไป โดยไม่มีเหตุผล นายชูเลิศระบุว่า ยิ่งนานวัน หลักฐานหลายอย่าง ได้ถูกทำลายทิ้งไปเรื่อยๆ และอาจจะพลาดสิ่งที่สำคัญไป โดยไม่สามารถย้อนกลับคืนได้ หนึ่งในประเด็นที่สำคัญมากๆ และมีโอกาสสูงมาก ที่อาจจะเป็นสาเหตุหลักในการถล่มลงมาของอาคาร สตง. ก็คือ “คุณภาพของคอนกรีต” แต่ในการเก็บแท่งตัวอย่างคอนกรีต ที่หน้างาน เพื่อนำมากดทดสอบในห้องปฏิบัติการ กลับดำเนินการโดยไม่ได้ใช้หลักการ “สุ่ม” (Random) ให้มีการกระจายตัวอย่างอย่างอิสระ เพื่อให้เกิดความเท่าเทียม เขาตั้งข้อสังเกตว่า เจาะจง “เลือก” ทดสอบในบริเวณที่มีความสมบูรณ์สูง โดยหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีสภาพไม่สมบูรณ์ เช่น บริเวณ Cold Joint หรือบริเวณที่เห็นชัดเจนว่าคอนกรีตมีสภาพไม่แข็งแกร่งหรือไม่ ไม่ทราบว่าเป็นเพราะอะไร? มีใครเป็นผู้สั่งการ? หรืออาจจะเกิดจากการที่ขาดการสื่อสารไปยังผู้ปฏิบัติงาน? หรือไม่ “ณ ตอนนี้ ถึงเวลาต้องชะลอความเร็วในการรื้อถอนแล้วครับ แล้วกลับมาใส่ใจ “ซาก” หลักฐาน ที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด ก่อนที่มันจะหายไปตลอดกาล…” นายชูเลิศกล่าวตอนท้าย ทั้งนี้มีผู้เข้ามาแสดงความเห็นจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่เห็นด้วย ที่เหมือนกับเลือกเจาะเฉพาะส่วนที่สมบูรณ์ ละเลยส่วนที่มีปัญหา พร้อมกับชี้จุดที่คอนกรีตร่วน ยุ่ย เหมือนว่าส่วนผสมคอนกรีตในการก่อสร้างไม่ได้สัดส่วนที่เหมาะสม ขอบคุณข้อมูล-ภาพ FB:ชูเลิศ จิตเจือจุน #ThePublisherTH #สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม #ตึกถล่ม #ตึกสตงถล่ม #ตึกสตง #ศรัทธาประชาชน #คอร์รัปชัน #ไม่ได้มาตรฐาน

Read More

เป็นแถลงการณ์ที่ออกโดยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เรื่อง ประณามการก่อเหตุรุนแรงต่อประชาชนกลุ่มเปราะบาง เป็นเหตุให้เด็ก คนชรา และผู้พิการ เสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัส เนื้อหาระบุตามที่ปรากฏเหตุรุนแรงในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2568 ทั้งกรณีที่คนร้ายใช้อาวุธปืนกราดยิงเข้าไปบริเวณบ้านหลังหนึ่งในอำเภอตากใบ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 3 คน ซึ่งรวมถึงชายชรา และเด็กหญิงอายุ 9 ขวบ และกรณีที่คนร้ายขี่รถจักรยานยนต์ประกบยิงรถจักรยานยนต์ของหญิงชราตาบอดและบุตรชายในพื้นที่อำเภอจะแนะ ขณะกำลังกลับจากโรงพยาบาลเป็นเหตุให้หญิงชราตาบอดเสียชีวิตกลางถนนและบุตรชายซึ่งพิการได้รับบาดเจ็บสาหัส นั้น คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ขอประณามการกระทำอันโหดร้ายและอุกอาจของกลุ่มผู้ไม่หวังดีที่จงใจฆ่าและทำร้ายประชาชนที่มีทั้งเด็ก ผู้หญิง คนชรา และผู้พิการ ซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางที่ไม่อาจต่อสู้และคุ้มครองตนเองได้ และขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งไปยังครอบครัวและญาติมิตรของผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ กสม. ขอเน้นย้ำว่าการใช้ความรุนแรงจนเป็นเหตุให้ประชาชนได้รับอันตรายถึงแก่ชีวิตเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ และเรียกร้องให้ผู้ไม่หวังดียุติปฏิบัติการอันโหดร้าย ป่าเถื่อน ไร้มนุษยธรรม และขัดต่อหลักการอันดีของทุกศาสนา โดยขอให้ทุกฝ่ายร่วมกันประณามและส่งเสียงที่แสดงถึงการไม่ยอมรับพฤติกรรมที่โหดร้ายและการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ ทั้งนี้ กสม. ขอให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานและประชาชนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสืบสวนสอบสวนนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายโดยเร็ว เพิ่มมาตรการคุ้มครองความปลอดภัยและสวัสดิภาพให้แก่ประชาชน รวมทั้งเยียวยาความเสียหายอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#จังหวัดชายแดนภาคใต้#ไม่เอาความรุนแรงภาคใต้#กรรมการสิทธิฯ

Read More

นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พูดถึงกรณีที่นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ประกาศให้คนไทยฝันได้เลยว่า หาก Entertainment Complex เกิดขึ้นจะสร้างรายได้อย่างมาก มีการจ้างงานอาชีพใหม่ จัดงานคอนเสิร์ตที่มีศิลปินระดับโลกมาแสดง หรืออีเวนต์ต่างๆ โดยนายธีระชัยบอกว่าประชาชนควรสนับสนุนการสร้างศูนย์บันเทิงขนาดใหญ่ หรือจัดอีเวนท์ต่างๆ ซึ่งศูนย์บันเทิงแบบนี้สามารถเลี้ยงตัวเองได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีกาสิNo พร้อมระบุการที่นายกรัฐมนตรีอ้างว่าต้องใช้เวลานานกว่าจะคุ้มทุนค่าก่อสร้าง จึงจะนำเงินส่วนกาสิโนมารองรับค่าก่อสร้างนั้น นายธีระชัยบอกที่จริงแล้วนักธุรกิจจะพิจารณาความคุ้มค่าแยกกันเป็น profit center อยู่แล้ว ดังนั้นหากจะโพรโมทศูนย์บันเทิงที่ไม่มีกาสิโน ก็สามารถเจรจาเพิ่มสิ่งจูงใจมากขึ้นเป็นพิเศษเป็นการเฉพาะ หรือชักจูงแบรนด์เนมใหญ่ระดับโลก เช่นดิสนีย์ หรือ ยูนิเวอร์แซลสตูดิโอ มาลงทุนได้ ทั้งนี้นายธีระชัยบอกที่เชื่อกันว่า กาสิNo จะทำให้เงินใต้ดินขึ้นมาบนดินให้รัฐบาลจัดเก็บภาษี เป็นความเข้าใจที่ผิด เพราะจะมีเงินมาบนดินตั้งแต่รอบที่ 2 เป็นต้นไป ส่วนกำไรของนักพนัน รัฐบาลจะกำหนดให้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมได้หรือไม่ ดังนั้นภาษีชนิดเดียวที่เก็บได้คือกำไรจากเจ้าของกาสิNo แต่ในทางปฏิบัติถ้าเป็นนักลงทุนต่างชาติ สามารถลงบัญชีโยกกำไรออกไปที่อื่น เช่นเกาะฟอกเงิน “สังคมต้องพิจารณารอบคอบ เพราะระบบราชการไทยยังมีภาพพจน์ธรรมาภิบาลอ่อนแอ การฟอกเงินผ่านชิปกาสิNo จะทำให้การตรวจสอบเส้นทางการโอนเงินขาดตอน” นายธีระชัยกล่าวตอนท้าย #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#รัฐบาลแพทองธาร#เพื่อไทย#รัฐบาลเพื่อไทย#กาสิNO#กาสิโน#กาสิโนถูกกฎหมาย#ไม่เอากาสิโน#ทุจริตคอร์รัปชัน#คัดค้านกาสิNo

Read More

นายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยความคืบหน้าประจำวันภารกิจค้นหาผู้ติดค้างในตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่มจากเหตุแผ่นดินไหว โดยบอกเมื่อวานพบร่างผู้เสียชีวิตที่สมบูรณ์เพิ่ม 3 ร่างเป็นเพศหญิง 1 ร่าง ไม่สามารถระบุเพศได้ 2 ร่าง และยังพบชิ้นส่วนร่างกายอีก 22 ชิ้น บริเวณโซน C4 สำหรับการขนย้ายวัสดุออกจากพื้นที่ เมื่อวานทำได้ 204 เที่ยว โดยยังยึดแผนการปฏิบัติงาน ดำเนินงานต่อเนื่อง วันนี้การทำงานบริเวณทางเชื่อมด้านหลังอาคารจอดรถ ยังลงไปไม่ถึงพื้นของชั้นใต้ดิน ชั้นใต้ดินมี 1 ชั้น สูง 4 เมตร ยังเหลืออีก 2 เมตร จะถึงพื้นของชั้นใต้ดิน คาดจะพบผู้ประสบเหตุเพิ่ม ทั้งนี้ จากตัวเลข 103 ราย เหลือผู้สูญหาย 11 ราย เมื่อนับรวมกับร่างที่เจอเมื่อวาน 3 ร่าง จะเหลือผู้สูญหายอยู่ที่ 8 ราย แต่ในความเป็นจริง ทางพนักงานสอบสวนได้รับแจ้งเพิ่มเติม 4 ราย ซึ่งพบร่างของผู้ที่แจ้งเพิ่มเติมแล้ว 1 ราย ถ้านับรวมกับร่างของผู้สูญหายที่ได้รับแจ้งเพิ่มเติมจะรวมเป็น 104 ราย และยังมีที่แจ้งเพิ่มอีก 3 ราย ดังนั้นหากพบครบ 103 รายแล้วเลิกภารกิจก็มีความเสี่ยงในการทิ้งผู้สูญหายไว้ เป้าหมายคือการช่วยนำผู้ที่ติดอยู่ในซากตึกออกให้หมด จึงต้องมีการทำงานต่อจนกว่าจะไม่มีใครติดค้าง คาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 1 อาทิตย์ จะชัดเจนว่าไม่มีใครติดค้าง #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#ตึกถล่ม#ตึกสตงถล่ม#ตึกสตง#ศรัทธาประชาชน#คอร์รัปชัน#ไม่ได้มาตรฐาน

Read More

กำแพงเพชร — ศ.ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน รองประธานที่ปรึกษาขับเคลื่อนนโยบาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เล่าถึงการลงพื้นที่นิคมสร้างตนเองทุ่งโพธิ์ทะเล จ.กำแพงเพชร เพื่อแก้ปัญหาการดำเนินโครงการ “นิคม Next” ที่ล่าช้าและเบี่ยงเบนจากเป้าหมายหลัก นิคาม Next ไม่ใช่แค่ “กิจกรรม” แต่ต้องสร้างรายได้จริง โครงการ “นิคม Next” มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มรายได้ให้ประชาชนในนิคมสร้างตนเองไม่น้อยกว่าเดือนละ 10,000 บาท พร้อมทั้งยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน เริ่มต้นเมื่อปี 2567 ในพื้นที่นำร่อง 5 แห่ง และขยายผลในปี 2568 ครอบคลุม 25 นิคมทั่วประเทศ อย่างไรก็ตาม ศ.ดร.กนกเปิดเผยว่า ความสำเร็จของนโยบายไม่อาจวัดจากแค่จำนวนกิจกรรมหรือเอกสารโครงการ แต่ต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรมในชีวิตประชาชน เปิดปัญหา “ทุ่งโพธิ์ทะเล” ในนิคมทุ่งโพธิ์ทะเลที่พบปัญหาหลัก 3 ประการ ได้แก่: 1. ไม่เข้าใจแนวคิดของนโยบาย จึงมีกิจกรรมแบบแยกส่วน ไม่เชื่อมโยงกัน 2. ขาดความรู้ทางเทคนิค ส่งผลให้ไม่สามารถสร้างรายได้จริง เช่น ปลูกพืชไม่ได้คุณภาพ ทอผ้าคุณภาพต่ำ ขายไม่ออก 3. บริหารแบบต่างคนต่างทำ ทำให้การขับเคลื่อนโครงการไม่มีพลังร่วม ลงพื้นที่-แก้ปัญหา-ติดตามรายสัปดาห์ ศ.ดร.กนก และทีมงาน จึงเน้นการวิเคราะห์ร่วมกับคนในพื้นที่ ซักซ้อมความเข้าใจ และเชื่อมการทำงานแต่ละด้านเข้าด้วยกัน พร้อมวางระบบติดตามผลทุกสัปดาห์ สร้าง “ทีมในพื้นที่” ให้เข้าใจเป้าหมายเดียวกัน นอกจากนี้ ยังเสนอแนวทางการสร้าง “ทีมในพื้นที่” ที่เข้าใจเป้าหมายร่วมกัน มีความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียว และเชื่อมโยงกับหน่วยงานทุกภาคส่วน ตั้งแต่ราชการ ผู้นำชุมชน สถาบันการศึกษา จนถึงพระนักพัฒนา เพื่อดึงศักยภาพทุกกลุ่มมาช่วยกัน นิคมรอด ประเทศรอด ศ.ดร.กนก ทิ้งท้ายว่า การปฏิบัตินโยบายให้สำเร็จ คือทางรอดของนิคมสร้างตนเอง และอาจเป็นคำตอบของ “ประเทศไทยวันนี้” ด้วยเช่นกัน ภาวะผู้นำของนโยบายจะเกิดขึ้น เมื่อผู้นำสามารถขับเคลื่อนการปฏิบัติได้สำเร็จเท่านั้น “นโยบายจะสำเร็จได้ ก็ต่อเมื่อผู้บริหารลงไปเห็นปัญหาจริงในพื้นที่ ไม่ใช่แค่ส่งนโยบายแล้วกลับกรุงเทพฯ” — ศ.ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน อ่านต้นโพสต์จาก ศ.ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน…

Read More

โครงการแจกเงินหมื่นบาทผ่านดิจิทัล วอลเล็ต เดินทางมาถึงเฟส 3 ที่เตรียมจะมอบเงินให้กับกลุ่มวัยรุ่นอายุ 16-20 ปี จำนวน 2.7 ล้านคน ภายในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ (พฤษภาคม-มิถุนายน) ต่อจากสองเฟสแรกที่ส่งมอบเงินให้กับกลุ่มเปราะบางและผู้สูงอายุไปแล้ว แต่แทนที่บรรยากาศจะเป็นไปอย่างคึกคักและเต็มไปด้วยความหวังของกลุ่มเป้าหมาย กลับกลายเป็นความไม่แน่นอนและความกังวล เมื่อนายพิชัย ชุณหวชิร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ออกมายอมรับว่าอาจต้องมีการทบทวนการแจกเงินในเฟสนี้ โดยให้เหตุผลว่าสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไป และการสร้างหนี้อาจเป็นทางเลือกสุดท้าย แนวคิดดังกล่าวได้รับการขานรับจากคุณไหม นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน พรรคฝ่ายค้านที่เห็นด้วยกับการทบทวนโครงการนี้ แต่ยังคาใจว่าแนวคิดของนายพิชัยจะเป็นไปได้หรือไม่ เพราะมันสวนทางกับท่าทีของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ยังคงยืนยันว่าจะผลักดันโครงการต่อไป ล่าสุด นายธนกร วังบุญคงชนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรครวมไทยสร้างชาติ ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ได้ออกมาสนับสนุนให้รัฐบาลคิดอย่างรอบคอบเกี่ยวกับการแจกเงินหมื่นในเฟส 3 พร้อมเสนอให้ทบทวนอย่างถี่ถ้วน เนื่องจากหวั่นเกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวม นอกจากนี้ ยังเสนอแนะให้พิจารณาการนำงบประมาณไปช่วยเหลือสินค้าเกษตร หรือแบ่งมาทำโครงการ “คนละครึ่ง” เหมือนในยุครัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยภายในประเทศได้ดีกว่า เป็นที่น่าสงสัยว่าการออกมาแสดงท่าทีทบทวนของนายพิชัยเป็นการ “โยนหินถามทาง” เพื่อหาทางถอยให้กับโครงการที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์มาโดยตลอดหรือไม่ เพราะจากความหวังที่จะเป็นเหมือนพายุหมุนทางเศรษฐกิจและกระตุ้นการใช้จ่ายหลายรอบ แต่ผลลัพธ์จาก 2 เฟสแรกกลับเป็นเหมือนลมแผ่วๆ แต่กลับสร้างภาระหนักให้กับงบประมาณที่รัฐบาลต้องนำมาใช้บริหารจัดการบ้านเมือง อนาคตของโครงการดิจิทัล วอลเล็ตจะเป็นอย่างไร เฟส 3 และเฟสต่อๆ ไป ซึ่งมีกลุ่มเป้าหมายเป็นประชาชนจำนวนมากหลายสิบล้านคน จะได้รับเงินตามที่รัฐบาลภายใต้การนำของนางสาวแพทองธารได้เคยสัญญาไว้หรือไม่ คงต้องติดตามดูกันต่อไปอย่างใกล้ชิด แต่ขอให้ทำใจไว้ล่วงหน้า จะได้ไม่ผิดหวังมากเกินไป #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#เงินหมื่น#รัฐบาลแพทองธาร#แพทองธาร#เงินดิจิทัล#ดิจิทัลวอลเล็ต#เงินหมื่นเฟสสาม

Read More

เป็นการทดสอบระบบแจ้งเตือนภัยผ่านสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Cell Broadcast) ระดับเล็ก (อาคาร) ในพื้นที่จริง  5 แห่ง ได้แก่ ศาลากลางจังหวัดเชียงราย จังหวัดเชียงราย ศาลากลางจังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี ศาลากลางจังหวัดสงขลา จังหวัดสงขลา และอาคารศูนย์ราชการฯ อาคาร A และอาคาร B ถ.แจ้งวัฒนะ กทม.โดยมีนายภาสกร บุญญลักษม์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นประธาน และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3 ค่าย ในการทดสอบพบว่าประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ทดสอบและพื้นที่ใกล้เคียงจะได้รับเสียงเตือนจากโทรศัพท์มือถือและมีข้อความแจ้งเตือนปรากฏขึ้นบนหน้าจอโดยอัตโนมัติในเวลาที่เกิดสถานการณ์ภัยไม่ถึง 1 นาที ถือว่าเป็นการแจ้งเตือนภัยด้วย Cell Broadcast ครั้งแรกของประเทศ เป็นจุดเริ่มต้นของการแจ้งเตือนภัยของประเทศด้วยระบบใหม่ที่มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม ทั้งนี้ครั้งต่อไปจะทดสอบในวันที่ 7 พ.ค 68 มีขึ้นในเวลา 13.00 น. 5 พื้นที่ ได้แก่ อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง อำเภอตากฟ้า จังหวัดนครสวรรค์ อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น อำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี และเขตดินแดง กรุงเทพมหานคร และสุดท้ายทดสอบวันที่ 12 พ.ค. 68 เวลา 13.00 น. 5 พื้นที่ ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดอุดรธานี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดนครศรีธรรมราช และกรุงเทพมหานคร เมื่อเสร็จสิ้นการทดลองระบบทั้ง 3 ครั้งแล้ว ปภ.จะเปิดทดสอบระบบในระดับประเทศพร้อมกันต่อไป เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยว เกิดความมั่นใจในระบบแจ้งเตือนภัยของประเทศไทยที่สามารถแจ้งเตือนถึงประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยได้อย่างทั่วถึง ทันท่วงที สามารถปฏิบัติตนได้อย่างถูกต้อง และอพยพไปยังพื้นที่ปลอดภัยได้อย่างทันท่วงที ซึ่งจะช่วยลดความสูญเสียที่เกิดขึ้นจากสาธารณภัยและเหตุฉุกเฉินได้อย่างมหาศาลและมีประสิทธิภาพสูงสุดต่อไปในอนาคต

Read More

ดร.พิพัฒน์ เตือนสติ: ไทยกำลังกลายเป็น “รัฐล้มเหลว” ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว “Pipat Luengnaruemitchai” เตือนถึงทิศทางที่น่ากังวลของประเทศไทย โดยเปรียบเทียบกับเนื้อหาในหนังสือ Why Nations Fail ซึ่งเขียนโดยนักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล ดารอน อาเซโมกลู และเจมส์ โรบินสัน หนังสือเล่มนี้ชี้ว่า ความมั่งคั่งหรือความยากจนของประเทศไม่ได้เกิดจากภูมิศาสตร์ วัฒนธรรม หรือความขยันของประชาชน แต่ขึ้นอยู่กับว่า ประเทศนั้นสร้างสถาบันทางการเมืองและเศรษฐกิจแบบใดขึ้นมา หากสถาบันเป็นแบบ inclusive (เปิดโอกาส-มีส่วนร่วม) ที่มีหลักนิติธรรม คุ้มครองสิทธิในทรัพย์สิน และประชาธิปไตยที่แท้จริง ประเทศนั้นจะพัฒนาได้อย่างยั่งยืน แต่หากเป็นสถาบันแบบ extractive (กอบโกย-เอาเปรียบ) ที่กลุ่มอำนาจบิดเบือนกฎหมายเพื่อประโยชน์ของตัวเอง ขัดขวางการแข่งขัน และไร้ความโปร่งใส ประเทศก็จะติดกับดักความยากจน ความเหลื่อมล้ำ และความไร้เสถียรภาพ ดร.พิพัฒน์ชี้ว่า สถานการณ์หลายอย่างที่ Why Nations Fail เตือนไว้ กำลังปรากฏขึ้นจริงในประเทศไทย เช่น ระบบเลือกตั้งที่ประชาชนเริ่มรู้สึกว่า “ไม่ matter” ความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมที่สั่นคลอน วัฒนธรรมที่คนทำผิดไม่ต้องรับผิด และการใช้กฎหมายเพื่อเอื้อประโยชน์พวกพ้อง นอกจากนี้ยังมีตัวเลขจากดัชนีสำคัญระดับโลกที่สะท้อนปัญหาอย่างชัดเจน: Rule of Law Index 2024: ไทยอยู่อันดับ 78 จาก 142 ประเทศ Corruption Perceptions Index 2024: ไทยได้ 36/100 อยู่อันดับ 107 จาก 180 ประเทศ Democracy Index 2024: ไทยถูกจัดเป็น “ระบอบประชาธิปไตยที่มีข้อบกพร่อง” อยู่อันดับ 63 จาก 167 ประเทศ “นี่คือสัญญาณชัดเจนว่า หากไทยไม่เร่งปฏิรูปสถาบันหลัก ๆ โดยเฉพาะ rule of law, คอร์รัปชัน และประชาธิปไตย เราอาจไม่ได้เป็นเพียงผู้สังเกต…

Read More

“หยุดบอกว่าเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ที่มีกาสิNO เป็นเรื่องยิ่งใหญ่ของประเทศ จะแก้เศรษฐกิจ ต้องปราบโกงไม่ใช่เปิดบ่อน”—รศ.ดร.ชิดตะวัน ชนะกุล อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ ม.เกษตรฯ เรียบเรียงจากรายการ “เที่ยงเปรี้ยงปร้าง” ดำเนินรายการโดย “สมจิตต์ นวเครือสุนทร”— ปลายเมษายนที่ผ่านมา รัฐบาลญี่ปุ่นเพิ่งเริ่มต้นก่อสร้าง “กาสิNO แห่งแรกของประเทศ” ที่เมืองโอซาก้าอย่างเป็นทางการ หลังใช้เวลากว่า 7 ปีเต็มศึกษาผลกระทบทางสังคม เศรษฐกิจ และจัดเวทีสาธารณะหลายรอบเพื่อทำความเข้าใจกับสังคม แต่รัฐบาลไทยรีบคว้าโอกาสนี้มาใช้เป็นข้ออ้างขับเคลื่อน “เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์” ของตัวเอง พร้อมประกาศว่า “ญี่ปุ่นยังทำได้ แล้วทำไมไทยจะทำไม่ได้?” พฤติกรรมนี้ รศ.ดร.ชิดตะวัน ชนะกุล อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ไม่เห็นด้วย ในรายการ “เที่ยงเปรี้ยงปร้าง” ดำเนินรายการโดย สมจิตต์ นวเครือสุนทร เธอให้สัมภาษณ์อย่างตรงไปตรงมาว่า “เราไม่สามารถเทียบไทยกับญี่ปุ่นได้เลย เพราะทุกอย่างต่างกันตั้งแต่กระบวนการ ความโปร่งใส จนถึงวัฒนธรรมการตัดสินใจของรัฐ” “ญี่ปุ่นเริ่มศึกษาตั้งแต่ปี 2018 แต่ของไทยยังไม่มีข้อมูลอะไรชัดเจน ไม่มีการฟังเสียงประชาชน ไม่มีการทำความเข้าใจอย่างรอบด้าน แต่ดำเนินการไปตามแรงผลักทางการเมือง” ยิ่งไปกว่านั้น การเปรียบเทียบระหว่างสองประเทศก็เต็มไปด้วยช่องว่าง– ญี่ปุ่นมีอันดับความโปร่งใสในการบริหารติด Top 20 ของโลก– ขณะที่ไทยอยู่ที่อันดับ 107– ญี่ปุ่นจำกัดพื้นที่กาสิNO ไว้เพียง 3% ของคอมเพล็กซ์– แต่ของไทยกลับเสนอให้ถึง 10%– ญี่ปุ่นเริ่มแค่โอซาก้า เมืองอื่นปฏิเสธ– ขณะที่ไทยยังไม่รู้แน่ชัดว่าจะเกิดขึ้นที่ไหน และจะควบคุมอย่างไร “การเอาตัวเลขมาสร้างภาพว่าไทยกำลังจะเดินหน้าตามญี่ปุ่น มันไม่แฟร์ต่อสังคม เพราะญี่ปุ่นสร้างบนฐานของความรู้ ความโปร่งใส และฉันทามติของสาธารณะ ไม่ใช่ความเร่งรีบของผู้มีอำนาจ ถ้าอ้างว่าล่าช้าทำให้ชาติเสียโอกาส ในทางกลับกันช้าแต่ชัวร์ดีกว่าเดินหน้าแบบไม่มีองค์ความรู้แล้วสังคมเสียหาย” — อาจารย์ชิดตะวันยังชี้ว่า ข้ออ้างที่บอกว่าหากช้า ไทยจะเสียโอกาสในการแข่งขันกับประเทศอื่นที่มีกาสิNO “ฟังไม่ขึ้นเลย” เพราะสภาพแวดล้อมการท่องเที่ยวของไทยตอนนี้ ไม่ได้ล่าช้าเพราะไม่มีบ่อน แต่เพราะ “ภาพลักษณ์ของประเทศกำลังตกต่ำ” “รัฐมนตรีท่องเที่ยวยอมรับเองว่านักท่องเที่ยวชะลอตัว เพราะไม่ปลอดภัย ไทยกลายเป็นฐานของพนันออนไลน์และอาชญากรข้ามชาติ จากนโยบายผิดพลาดเรื่องฟรีวีซ่า ขณะที่สองเดือนแรกของปีนี้นักท่องเที่ยวจีนไปญี่ปุ่นมากกว่าไทยถึง 65% ทั้ง ๆ ที่ญี่ปุ่นก็ยังไม่มีกาสิNO เลย!” สิ่งที่ญี่ปุ่นมี คือความปลอดภัย และความน่าเชื่อถือของรัฐสิ่งที่ไทยถูกตั้งคำถาม คือความปลอดภัย และความไม่โปร่งใสในการดำเนินการของภาครัฐ…

Read More