- Original
- Urban Culture
- Writer
- About us
- คุยกับสส
- The Persona
- Brief
- Thai Treasure
- Urban life
- On this day
- News
- Home
- Editir pick
- Good
- Persona
- Persona
- Urban
- Business
- Politics
- Playlist
- Home
- People Voice
- Culture
- นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
- Urban Wealth
- Law
- Update
- I’m Youth Ranger
- Urban History
- Issues
- Check
Subscribe to Updates
Get the latest creative news from FooBar about art, design and business.
Author: Writer Publisher
ธนากร คมกฤส ชี้ 7 แบบอย่างที่ไม่ดีของรัฐบาล กรณีผลักดัน “กาสิNO” ถามดังๆ อยากให้ลูกหลานไทยโตไปทางไหน? หลังจากรัฐบาลประกาศเลื่อนการเสนอร่าง พ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจร ซึ่งมีประเด็นเรื่องกาสิNOเป็นที่จับตา เมื่อสัปดาห์ก่อน เนื่องในวันครอบครัว 14 เมษายน 2568 นายธนากร คมกฤส เลขาธิการรณรงค์หยุดพนัน ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นในอีกมุมมองหนึ่ง โดยตั้งคำถามถึงผู้นำรัฐบาลว่าอยากให้ลูกหลานไทยเติบโตไปในทิศทางใด จากการผลักดันนโยบายดังกล่าว นายธนากรกล่าวว่า ประเด็นที่อยากให้ผู้นำรัฐบาลพึงระมัดระวังอย่างยิ่งคือ อากัปกิริยาในการผลักดันเรื่องนี้ในช่วงที่ผ่านมา อาจเป็นแบบอย่างที่ไม่ดีแก่ผู้พบเห็น โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน โดยมีประเด็นที่น่าพิจารณาอย่างน้อย 7 ประการ ได้แก่ ความไม่ซื่อสัตย์: การผลักดันกาสิโนซึ่งหมายถึงแหล่งพนันถูกกฎหมายขนาดใหญ่ ทั้งที่ในช่วงการหาเสียงเลือกตั้งไม่ได้มีการนำเสนอนโยบายนี้ แต่เมื่อได้เป็นรัฐบาลกลับดำเนินการในสิ่งที่ไม่ได้พูดไว้ ในขณะที่บางนโยบายที่เคยหาเสียงกลับไม่แสดงความจริงจังที่จะทำให้สำเร็จ ถือเป็นความไม่ซื่อสัตย์ต่อตนเองและผู้อื่น การไม่รู้กาลเทศะ: การผลักดันกฎหมายสถานบันเทิงครบวงจร ในขณะที่ประเทศเพิ่งผ่านพ้นเหตุการณ์ภัยพิบัติและกำลังเผชิญกับการคุกคามด้านการค้าระหว่างประเทศ แสดงถึงความไม่สำนึกว่าสิ่งใดควรทำก่อนหลัง ไม่ตระหนักถึงความสำคัญและความเร่งด่วนของปัญหาต่างๆ การเอาแต่ได้: อากัปกิริยาของรัฐบาลในขณะนี้ เปรียบเสมือนเด็กที่ต้องการของเล่น พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้สิ่งที่ตนต้องการ การใช้เสียงข้างมากเพื่อลากพาไปสู่เป้าหมาย โดยหวังเพียงผลประโยชน์ระยะสั้น โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบที่จะตามมา เป็นการกระทำที่ขาดวุฒิภาวะ การไม่ศึกษาหาความรู้: การพยายามผลักดันร่าง พ.ร.บ. นี้ให้ผ่านความเห็นชอบของรัฐสภาก่อน โดยไม่มีการศึกษาความเป็นไปได้ทางการปฏิบัติและผลกระทบต่างๆ อย่างเพียงพอ อาศัยเพียงการลอกเลียนแบบความสำเร็จของประเทศอื่น โดยไม่สนใจวิธีการปฏิบัติที่ถูกต้องและเหมาะสม เป็นการไม่ทำงานบนพื้นฐานของปัญญา การทำผิดเป็นถูก: รัฐบาลกำลังพยายามหักหาญให้สิ่งที่ผิดกลายเป็นสิ่งที่ถูกด้วยการบัญญัติกฎหมาย เป็นการใช้อำนาจสร้างความถูกต้องบนความไม่ชอบธรรม เป็นแบบอย่างของการใช้กำลังหรืออำนาจเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับสิ่งที่ตนต้องการ ทั้งที่แท้จริงแล้วเป็นสิ่งที่ผิดบาปต่อส่วนรวม การไม่เคารพผู้อื่น: ปัจจุบันมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์และคัดค้านจากประชาชนหลายฝ่าย ทั้งผู้สูงอายุในสังคม คณาจารย์ ผู้นำศาสนา แพทย์ ซึ่งล้วนเป็นผู้ที่ควรได้รับการรับฟัง แต่รัฐบาลกลับแสดงท่าทีไม่ใส่ใจและพยายามลดทอนคุณค่าของเสียงเหล่านั้น ถือเป็นการไม่เคารพและให้เกียรติผู้อื่น ขาดความอ่อนน้อมถ่อมตน ไม่เหมาะสมกับการกล่าวอ้างถึงความเป็นประชาธิปไตย การไม่ละอายใจ: การที่รัฐบาลหวังหารายได้จากธุรกิจสีเทาอย่างการพนัน คือการสื่อสารไปยังเด็กและเยาวชนว่า การทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้เงิน แม้สิ่งนั้นจะไม่ถูกต้อง ก็ไม่ใช่เรื่องน่าละอายใจ ลักษณะนี้เป็นการส่งเสริมค่านิยมรวยเร็วด้วยเล่ห์เหลี่ยม และปฏิเสธค่านิยมของการทำงานหนักเพื่อความสำเร็จนายธนากรทิ้งท้ายว่า นี่คือ 7 แบบอย่างที่ไม่ดีที่อยากให้รัฐบาลทบทวนตนเอง ในฐานะที่คณะรัฐมนตรีแต่ละท่านล้วนมีบุตรหลาน และเป็นบุคคลที่ได้รับการเคารพนับถือจากประชาชนจำนวนไม่น้อย น่าจะพิจารณาและไตร่ตรองให้รอบคอบมากกว่านี้ #ThePublisherTH #สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม #เที่ยงเปรี้ยงปร้าง #ข่าวการเมือง #รัฐบาลแพทองธาร #แพทองธารชินวัตร #เพื่อไทย #กาสิโน #กาสิโนถูกกฎหมาย
เป็นการให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางบริหารจัดการของรัฐบาลเป็นวันที่ 2 ของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ทั้งที่นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ก็ร่วมงานกับนายทักษิณ โดยมีสื่อมวลชนรอให้สัมภาษณ์ แต่นายกรัฐมนตรีไม่ได้ให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด โดยวันนี้นายทักษิณพูดถึงนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ในฐานะประธานอาเซียน จะเดินทางมายังประเทศไทยในวันที่ 17 เมษายนนี้ว่า เป็นการมาแบบเยี่ยมชมการทำงานรัฐบาลและนายกรัฐมนตรี และชวนที่ปรึกษาประธานอาเซียนจากประเทศต่างๆ หลายคนเข้ามาหารือปัญหาภายในอาเซียน การผนึกกำลังของอาเซียน เพื่อกำหนดบทบาทในการพูดคุยกับสหรัฐอเมริกา รวมถึงเรื่องของสันติภาพในเมียนมาด้วย เมื่อถามว่าการรวมตัวกันของอาเซียนจะทำให้มีพลังในการเจรจากับสหรัฐฯ มากขึ้นหรือไม่ นายทักษิณบอกจะไม่ไปต่อรองแบบแลกเปลี่ยนกัน แต่จะคุยว่าอาเซียนส่วนใหญ่ยังเป็นประเทศที่ต้องการการพัฒนา ต้องการเม็ดเงินจากประเทศที่พัฒนาแล้วจำนวนมาก จึงอยากให้เข้าใจในบทบาทของอาเซียน ที่มีความสำคัญกับสหรัฐอเมริกาพอสมควร จะคุยกันแบบพันธมิตร มากกว่าการต่อรองกดดัน ทั้งนี้ในวันเดียวกัน (17 เมษายน) นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง จะนำคณะผู้เจรจาเดินทางล่วงหน้าไปยังนครซีแอตเทิล สหรัฐฯ เพื่อพบปะกับนักธุรกิจในกลุ่มต่าง ๆ ทั้งภาคเกษตรกรรม ภาคอุตสาหกรรมและการลงทุนด้านอื่น ๆ จากนั้นในวันที่ 20 เมษายน นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พาณิชย์ จะตามไปสมทบกับคณะผู้เจรจาเป็นทีมไทยแลนด์ ก่อนเดินทางไปกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เพื่อเตรียมเข้าพบกับผู้แทนของรัฐบาลสหรัฐฯ ในวันที่ 21 เมษายน 2568 #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#กาสิโน#กาสิโนถูกกฎหมาย#รัฐบาลไทย#เพื่อไทย#รัฐบาลแพทองธาร#ทักษิณ
นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ยังคงเดินทางไปกับนายทักษิณ ชินวัตร บิดาตลอดการกลับมาร่วมเทศกาลปี๋ใหม่เมืองในจังหวัดเชียงใหม่ หลังจากเมื่อคืนพากันเล่นน้ำกับนักท่องเที่ยว และชาวเชียงใหม่อย่างชุ่มฉ่ำ โดยเช้าวันนี้ร่วมงาน “ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองสันกำแพง” ณ ชุมชนโหล่งฮิมคาว ตำบลสันกลาง อำเภอสันกำแพง นายกรัฐมนตรีได้ร่วมสรงน้ำศักดิ์สิทธิ์ในหม้อปูรณมฏะ แด่องค์หลวงพ่อสมปรารถนา และทำพิธีสระเกล้าดำหัวผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นพิธีสำคัญในประเพณีล้านนา แสดงถึงความเคารพผู้ใหญ่และการเริ่มต้นปีใหม่ พร้อมร่วมปักตุงล้านนาประจำปีเกิด เพื่อความเป็นสิริมงคล ทั้งนี้นายกรัฐมนตรี เผยอำเภอสันกำแพงไม่ใช่เพียงแค่สถานที่ แต่เป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำในวัยเด็กที่มีความผูกพันมาตลอด วันนี้รู้สึกดีใจและอบอุ่นใจอย่างมากที่ได้กลับมาเยือน ขออวยพรให้พี่น้องทุกคนมีความสุข สุขกาย สบายใจ สุขภาพแข็งแรง เดินทางปลอดภัย ขอให้ช่วงเวลานี้เป็นโอกาส ในการใช้เวลากับคนรักและครอบครัวอย่างเต็มที่ เติมพลังใจและพลังชีวิตให้กับตนเอง เพื่อกลับไปทำงานด้วยพลังที่เต็มเปี่ยม รวมทั้งขอให้ทุกคนประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ร่ำรวยเงินทอง สุขภาพแข็งแรง และมีความสุข #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#สงกรานต์#วันสงกรานต์#สงกรานต์softpower#รัฐบาลไทย#เพื่อไทย#รัฐบาลแพทองธาร#ทักษิณ
เกิดเหตุน้ำป่าหลากกลางดึกที่บ้านห้วยฮ่อมนอก อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน พัดบ้านเรือนเสียหายจำนวนหลายหลัง ทำให้มีผู้สูญหายจำนวน 2 คน เจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าช่วยเหลือ แต่ด้วยกระแสน้ำที่เชี่ยวและมีฝนตกอยู่ต่อเนื่อง ต้องยุติการค้นหาเมื่อช่วงตี 3 เมื่อคืนนี้ ขณะช่วงเช้าได้ระดมการค้นหาและสำรวจความเสียหายอีกครั้ง พบผู้สูญหายแล้ว 1 รายเสียชีวิตและยังสูญหายอีก 1 ราย ทั้งนี้พบมีบ้านเรือนถูกน้ำพัดพังเสียหาย 6 หลังคาเรือน และรับแจ้งภายหลังที่หมู่ 5 บ้านห้วยฮ่อมใน มีบ้านเรือนถูกน้ำพัดเสียหายเบื้องต้นประมาณ 3 หลังคาเรือน ขอบคุณภาพ-ข้อมูล : สมาคมกู้ภัยร่วมใจลำพูน #ThePublisherTH #สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม #ฝนถล่ม #น้ำป่าหลาก #ลำพูน
“หยุดสร้างภาระไฟฟ้าแพงให้ประชาชน 25 ปี” – สภาองค์กรของผู้บริโภคชี้รัฐซื้อไฟแพงเกินจริง ไม่เปิดประมูล ขัดนโยบายที่เคยแถลงต่อสภาฯ ด้าน ส.ส.ศุภโชติเตือนเพิ่ม รัฐอาจกำลังแอบเร่งเซ็นสัญญาก่อนหมดเส้นตาย 19 เม.ย. นี้ สภาองค์กรของผู้บริโภคออกแถลงการณ์ใหญ่เมื่อปลายเดือนธันวาคมที่ผ่านมา เรียกร้องให้รัฐบาลและคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ยกเลิกโครงการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน (รอบเพิ่มเติม) ที่มีขนาดรวมกว่า 2,145 เมกะวัตต์ เนื่องจากมีข้อกังวลร้ายแรงหลายด้าน ทั้ง ไม่เปิดประมูล, ราคารับซื้อสูงเกินจริง, และ ไม่มีการปรับราคาแม้เทคโนโลยีจะเปลี่ยนแปลง ผลการวิเคราะห์จากองค์กรพลังงานหมุนเวียนนานาชาติ (IRENA) ระบุว่า หากเดินหน้าเซ็นสัญญาทั้งหมดตามแผนเดิม ประชาชนจะต้องจ่ายค่าไฟฟ้าแพงกว่าความเป็นจริงรวมแล้วกว่า 65,000 ล้านบาท ตลอดอายุสัญญา 25 ปี ในขณะที่ รองนายกรัฐมนตรี พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เคยสั่ง “ระงับชั่วคราว” เพื่อรอการตรวจสอบ แต่ภายหลังพบว่า กกพ.กลับลงนามกับเอกชนไปแล้วอีก 72 ราย โดยไม่มีการเปิดเผยต่อสาธารณะ “รัฐบาลกำลังเร่งเซ็นสัญญาก่อนหมดทางยกเลิก” – ศุภโชติเตือน ด้าน ศุภโชติ ไชยสัจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ออกมาเตือนว่า ยังมีอีกหลายโครงการที่ยังไม่ได้ลงนาม และรัฐบาลอาจกำลังเร่งดำเนินการให้เสร็จภายในวันที่ 19 เมษายน 2568 ซึ่งหากลงนามแล้วจะ ไม่สามารถยกเลิกสัญญาได้ โดยง่ายตามระเบียบของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เขาย้อนเตือนถึงกรณีที่ประชาชนเคยช่วยกันคัดค้านจน รัฐบาลยอมชะลอการเซ็นสัญญาโครงการเฟส 2 (3,600 เมกะวัตต์) ได้เมื่อปลายปีที่ผ่านมา และเรียกร้องให้ร่วมกัน หยุดดีลเฟสแรก ที่มีลักษณะ “ล็อกนโยบาย-ล็อกราคา-ล็อกเอกชน” แบบเดียวกัน เสียงจากประชาชน–เสียงจากสภา ร้องประสานกันเพื่อหยุดการซื้อไฟแพง แถลงการณ์ของสภาฯ ยังเรียกร้องให้มีการจัดทำแผนพลังงานใหม่ (PDP2024) ที่ยึดโยงกับการพึ่งตนเองของประชาชน เปิดโอกาสให้ประชาชนผลิตไฟฟ้าใช้เองและขายกลับคืนได้ (Prosumer) แทนที่จะผูกขาดการซื้อขายกับกลุ่มทุนบางกลุ่ม “โครงการนี้ไม่ได้โปร่งใส ไม่เปิดแข่งขัน และกำหนดราคาแพงเกินจริง รัฐบาลควรยึดหลักนิติธรรมตามที่แถลงต่อรัฐสภา ไม่ใช่ผลักภาระให้ประชาชนแบบนี้” –รสนา โตสิตระกูล ประธานอนุกรรมการด้านบริการสาธารณะ พลังงานและสิ่งแวดล้อม สภาองค์กรของผู้บริโภค ขณะนี้ เหลือเวลาอีกแค่ 6…
ในช่วงที่อดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร เริ่มกลับมามีบทบาททางการเมืองอย่างเด่นชัด ภายใต้การนำของบุตรสาว นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ภาพการเมืองอันร้อนระอุในช่วงปี 2548-2549 ยุคสมัยที่ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีที่มีอำนาจแข็งแกร่งที่สุด และเป็นการก่อตัวของกลุ่มการเมืองสวมเสื้อเหลืองในนาม “พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” ก่อนเหตุการณ์รัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางไกลพลัดถิ่นของทักษิณยาวนานถึง 17 ปี เบื้องหลังการเคลื่อนไหวอันทรงพลังของกลุ่มพันธมิตรฯ นั้น บุคคลสำคัญผู้เป็นเสมือนมันสมองและชี้นำ นั่นคือ พลตรีจำลอง ศรีเมือง หรือที่รู้จักกันดีในนาม “มหาจำลอง มหา 5 ขัน” หรือ “ลุงจำลอง” อดีตนายทหาร จปร.7 ผู้มากประสบการณ์ ผู้ก่อตั้งพรรคพลังธรรม อดีตรองนายกรัฐมนตรี อดีตผู้ว่าฯ กทม. 2 สมัย และเป็นบุคคลสำคัญในเหตุการณ์พฤษภาคม 2535 ล้มรัฐบาลพล.อ.สุจินดา คราประยูร สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ ความสัมพันธ์ที่พลิกผันระหว่าง พลตรีจำลอง ศรีเมือง กับ ทักษิณ ชินวัตร เพราะเขาผู้นี้เองที่เป็นผู้ชักชวน พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร (ยศในขณะนั้น) เข้าสู่วงการการเมือง ระหว่างร่วมรัฐบาลชวน หลีกภัย พร้อมกับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นการเปิดศักราชทางการเมืองให้กับนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงผู้นี้ ก่อนที่ทักษิณจะผันตัวมาสร้างพรรคไทยรักไทย และรวบรวมเสียงข้างมากในสภาฯ ผ่านการควบรวมพรรคขนาดกลางและเล็ก พลตรีจำลองเป็นบุคคลสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย ผู้มีบทบาททั้งในการ “ปั้น” ทักษิณให้เติบโตในเส้นทางการเมือง และกลายเป็นผู้นำการเคลื่อนไหว “ล้ม” อำนาจของเขา ภายหลังการยุติบทบาทของกลุ่มพันธมิตรฯ ข่าวคราวของพลตรีจำลองก็ค่อยๆ เลือนหายไปจากหน้าสื่อ เหลือไว้เพียงเรื่องราวการต่อสู้คดีความที่เกี่ยวเนื่องกับการชุมนุม และความกังวลเกี่ยวกับสุขภาพตามวัยที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 12 เมษายนที่ผ่านมา เพจเฟซบุ๊ก “เฮือนซายโท่ง Organic Farm & Cafe” ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอภาพปัจจุบันของ “พล.ต.จำลอง ศรีเมือง” ในวัย 90 ปี (จะครบ 90 ปีเต็มในเดือนกรกฎาคม 2568) ขณะเยี่ยมชมตลาดอาริยะ พร้อมข้อความที่ระบุว่า…
วิเคราะห์บทสัมภาษณ์ทักษิณ ชินวัตร กับการเมืองที่ยังอยู่ในกำมือ ในช่วงที่ประเทศกำลังเจอมรสุมรอบด้าน ทั้งกาสิNO สงครามภาษีโลก และความระส่ำระสายภายในรัฐบาล — คนที่ควรจะออกมาสื่อสารคือ นายกรัฐมนตรี แต่คนที่ออกมาพูด กลับเป็น “พ่อของนายกรัฐมนตรี” ใช่แล้ว — ทักษิณ ชินวัตร ⸻ เมื่อพ่อคือคนแถลงแทนนายกฯ บทสัมภาษณ์นี้ไม่ใช่แค่การออกมา “ให้ความเห็น” ของอดีตนายกฯ แต่คือการ แถลงสถานการณ์แทนรัฐบาล โดยสมบูรณ์• เรื่องกฎหมายกาสิโน ทักษิณตอบ• เรื่องพรรคร่วมรัฐบาล ทักษิณเคลียร์• เรื่องภูมิภาคอาเซียน ทักษิณเจรจา• เรื่องสงครามภาษี ทักษิณเตรียมตัวไปคุยกับคนของทรัมป์ แล้วคนที่ชื่อ แพทองธาร ชินวัตร หายไปไหน?คนเป็น “ลูก” กลับกลายเป็น นายกฯ พักร้อน ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ส่วนคนเป็น “พ่อ” เล่นบทบาท นายกฯ ทำลูกกลายเป็นเงา ทั้งที่ไม่มีตำแหน่ง นอกจาก “สทร.” เสือกทุกเรื่องตามที่เจ้าตัวเคยให้ฉายาตัวเองไว้ ⸻ บทบาทที่ไม่มีในรัฐธรรมนูญ แต่มีในเกมอำนาจ เรารู้กันอยู่แล้วว่า นายทักษิณ “อยู่เบื้องหลังรัฐบาล”แต่ครั้งนี้เป็นอีกครั้ง ที่เขา “ขึ้นหน้าเวที” อย่างเปิดเผย — โดยไม่ต้องผ่านเลือกตั้ง ไม่ต้องมีตำแหน่ง ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรพูดได้ทุกเรื่อง แสดงความเห็นได้ทุกประเด็น และโยนภาระไว้ให้คนอื่นรับผิดชอบ นี่คือโมเดลการเมืองแบบ “Soft Dictatorship” ที่ไม่ได้ปกครองผ่านอำนาจแข็งแบบกองทัพแต่ปกครองผ่านความเป็นพ่อพ่อที่ไม่เคยวางมือจากลูกพ่อที่ไม่มีตำแหน่ง…แต่เบ่งบารมีมากกว่าลูกสาวที่เป็น “นายกฯ” ⸻ เกมซ้อนเกม: ไม่มีราหูอมจันทร์ มีแต่ทักษิณอมแพทองธาร หลายคนตั้งคำถามว่า การที่ทักษิณพูดแทนนายกฯ บ่อยขึ้นเรื่อย ๆ แบบนี้ เป็นแค่ “ช่วยลูก” หรือ “แย่งพื้นที่ลูก”คำตอบอาจไม่สำคัญเท่าความจริงที่ปรากฏ คือ… “วันนี้ ประเทศไทยมีนายกรัฐมนตรีสองคน — คนหนึ่งไม่มีตำแหน่งใช้อำนาจเต็มที่ ส่วนคนมีตำแหน่งกลับใช้อำนาจไม่เป็น” และหากนี่เป็นการ “ซ้อมมือ” เพื่อกลับมาผงาดอีกครั้งประชาชนก็ควรถามให้ชัดว่า เรากำลังได้ผู้นำ…หรือแค่ได้เงาของอดีตที่กำลังกลับมาหลอกหลอนอีกครั้ง อย่าลืมว่า…จุดจบของอดีตเป็นอย่างไรหรือว่าไทยกำลังจะซ้ำรอยเดิม? ⸻ “การเมืองก็คือการเมือง” — ทักษิณพูดไว้เองแต่ครั้งนี้…มันอาจไม่ใช่แค่การเมืองแต่มันคือ อาณาจักรทางการเมืองที่อำนาจไม่ได้เปลี่ยนมือแค่เปลี่ยนรุ่นแต่ที่เปลี่ยนไม่ได้คือ…“ทักษิณ” ยังคงคุมเกม
ราวกับเป็น “นายกรัฐมนตรีเงา” ที่พร้อมรับหน้าเสื่อในทุกสถานการณ์ร้อนแรง นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาให้สัมภาษณ์เคลียร์ประเด็นสำคัญต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ก่อนที่จะเดินทางไปพักผ่อนและทำบุญที่เชียงใหม่กับบุตรสาวและหลานๆ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประเด็นที่ถูกจับตามองนั้นครอบคลุมทั้งปัญหาภายในพรรคร่วมรัฐบาล ประเด็นระดับภูมิภาคอาเซียน และการเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์สงครามการค้าโลก ประเด็นร้อนแรกที่ถูกสอบถามคือความคืบหน้าและอุปสรรคของร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือที่รู้จักกันในชื่อ “เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์” ซึ่งรวมถึงประเด็นของ “กาสิโน” ที่ยังคงเป็นที่ถกเถียง นายทักษิณแสดงความมั่นใจว่าเรื่องนี้จะไม่มีปัญหา แม้จะมีเสียงคัดค้านจากบางพรรคร่วมรัฐบาลหรือสมาชิกวุฒิสภา โดยเขาย้ำว่ารัฐบาลมีเสียงสนับสนุนเพียงพอ และจะรับฟังความคิดเห็นของประชาชนส่วนใหญ่เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการผลักดันกฎหมายนี้ต่อไป เมื่อถูกถามถึงการพูดคุยกับ นายเนวิน ชิดชอบ ผู้มีบทบาทสำคัญในพรรคภูมิใจไทย ท่ามกลางกระแสข่าวความไม่ลงรอยกันในเรื่องดังกล่าว นายทักษิณกล่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ยืนยันแล้วว่าพรรคไม่มีปัญหาใดๆ ต่อประเด็นนี้ เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำถึงความเชื่อมั่นในความจริงใจของพรรคภูมิใจไทยในการร่วมรัฐบาล นายทักษิณตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า “การเมืองก็คือการเมือง พรรคภูมิใจไทยก็คือพรรคภูมิใจไทย” พร้อมเสริมว่า “วันนี้ไม่ได้มีปัญหาอะไร พรรคภูมิใจไทยก็เป็นส่วนหนึ่งของพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งเป็นพรรคที่ใหญ่อันดับ 2 ของพรรคร่วมรัฐบาล แต่พรรคร่วมรัฐบาลก็มีจำนวนมากพอ ไม่ได้มีปัญหาอะไร พรรคภูมิใจไทยก็รู้ดีว่าไม่ได้มีปัญหาอะไร” นอกเหนือจากประเด็นการเมืองภายในประเทศ นายทักษิณยังได้กล่าวถึงการหารือในระดับภูมิภาคกับ พลเอกอาวุโส มิน ออง ไลง์ ผู้นำเมียนมา โดยแสดงความปรารถนาที่จะเห็นสันติสุขและการยุติความขัดแย้งในประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมทั้งระบุว่ามีแนวโน้มที่ดีที่จะมีการเปิดเวทีพูดคุยเพื่อหาทางออก ซึ่งประเทศไทยพร้อมที่จะเป็นเจ้าภาพในการอำนวยความสะดวกในเรื่องนี้ และผู้นำเมียนมาเองก็รับฟังข้อเสนอด้วยดี ในส่วนของสถานการณ์การเมืองโลกและผลกระทบจากมาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐอเมริกา นายทักษิณเรียกร้องให้คนไทยมีความสามัคคีและมองไปข้างหน้าร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ โดยเชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะสามารถนำพาประเทศให้ก้าวข้ามอุปสรรคนี้ไปได้ เนื่องจากนายกรัฐมนตรีมีความตั้งใจอย่างมากที่จะพัฒนาประเทศให้เข้มแข็งขึ้น เมื่อถามถึงการติดต่อโดยตรงกับอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในประเด็นกำแพงภาษี นายทักษิณเปิดเผยว่าขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพูดคุยกับคนใกล้ชิดของทรัมป์ ซึ่งบรรยากาศการเจรจาเป็นไปด้วยดี และประเทศไทยเองก็พร้อมที่จะปรับตัวและยกเลิกกฎเกณฑ์ที่ไม่จำเป็น รวมถึงทบทวนมาตรการทางภาษีบางประการ นอกจากนี้ เขายังแนะนำให้ทีมเจรจาของไทยเตรียมพร้อมและตกผลึกในประเด็นต่างๆ ภายในประเทศก่อนที่จะเดินทางไปเจรจากับสหรัฐอเมริกา โดยทิ้งท้ายว่า “ให้เจ้าหน้าที่คุยกันไปก่อน แต่ถ้าผมมีจังหวะและเวลาก็จะเดินทางไป” จากบทสัมภาษณ์นี้ สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของนายทักษิณ ชินวัตร ที่ยังคงมีอิทธิพลและพร้อมที่จะเข้ามาช่วยเหลือนายกรัฐมนตรีในการแก้ไขปัญหาและสร้างความเชื่อมั่นทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ การออกมาเคลียร์ประเด็นร้อนต่างๆ ด้วยตนเองนี้เอง อาจเป็นการ “โชว์” ศักยภาพและความพร้อมที่จะสนับสนุนรัฐบาลของบุตรสาวอย่างเต็มที่ และเป็นการผ่อนภาระให้กับนายกรัฐมนตรีในการรับมือกับความท้าทายต่างๆ ที่ถาโถมเข้ามาในขณะนี้ #ThePublisherTH #สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม #กาสิโน #กาสิโนถูกกฎหมาย #รัฐบาลไทย #เพื่อไทย #รัฐบาลแพทองธาร #ทักษิณ #ภูมิใจไทย
เป็นข้อมูลจากศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2568 วันที่สองของการรณรงค์ “ขับขี่ปลอดภัย เมืองไทยไร้อุบัติเหตุ” โดยพบอุบัติเหตุทางถนนวันที่ 12 เมษายน 2568 เกิดอุบัติเหตุ 248 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 257 คน ผู้เสียชีวิต 30 ราย สาเหตุหลักคือขับรถเร็ว ดื่มแล้วขับ และตัดหน้ากระชั้นชิด ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือ รถจักรยานยนต์ โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ มุกดาหาร (12 ครั้ง และกรุงเทพมหานครมีผู้เสียชีวิตสูงสุด (4 ราย) เมื่อรวมอุบัติเหตุทางถนนสะสม 2 วัน (11 เมษายน – 12 เมษายน 2568) เกิดอุบัติเหตุรวม 460 ครั้ง ผู้บาดเจ็บรวม 458 คน ผู้เสียชีวิต รวม 59 ราย จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ มุกดาหาร (23 ครั้ง) และกรุงเทพมหานครมีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด (9 ราย) สำหรับวันนี้เป็นวันมหาสงกรานต์ ประชาชนออกมาเล่นน้ำจำนวนมาก มีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อสังสรรค์ รวมถึงออกมาอยู่บนท้องถนนเพื่อเล่นน้ำสงกรานต์ และสัญจรไปยังท่องเที่ยวยังสถานที่ต่าง ๆ จึงขอให้เพิ่มความระมัดระวังในการเดินทาง เล่นน้ำสงกรานต์ด้วยความระมัดระวัง พร้อมขอให้แต่ละจังหวัดบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดและต่อเนื่อง เพิ่มความละเอียดในการตรวจตราเพื่อป้องปรามพฤติกรรมเสี่ยง อาทิ ขับรถเร็ว ดื่มแล้วขับ ไม่สวมใส่อุปกรณ์นิรภัย ดูแลการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้เป็นไปตามกฎหมาย #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#สงกรานต์#วันสงกรานต์#สงกรานต์softpower#อุบัติเหตุสงกรานต์
เป็นการสำรวจความเห็นประชาชนของ สวนดุสิตโพลต่อกรณี “คนไทยกับสงกรานต์ (Soft Power)” จากกลุ่มตัวอย่าง 1,298 คน โดยพบว่าสงกรานต์ปีนี้ ประชาชนส่วนใหญ่ตั้งใจจะเข้าวัด ทำบุญ สรงน้ำพระ ร้อยละ 60.86 รองลงมาเป็นการรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ และเล่นน้ำกับเพื่อนและครอบครัว ส่วนเหตุการณ์แผ่นดินไหว ร้อยละ 67.34 ไม่กังวลกับการท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์ รวมถึงหากสงกรานต์ไทยจะเป็น Soft Power ระดับโลก ส่วนใหญ่เห็นว่าหัวใจของสงกรานต์ไทย คือ วิธีเล่นน้ำที่สุภาพ สนุก และปลอดภัย ร้อยละ 63.56 รองลงมาคือความสนุกสนาม และรอยยิ้มแบบไทย เมื่อถามว่าภาครัฐควรทำอย่างไรหากต้องการให้สงกรานต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยได้มากขึ้น ส่วนใหญ่เห็นว่าควรวางแผนประชาสัมพันธ์ในตลาดต่างประเทศล่วงหน้าอย่างเป็นระบบ ร้อยละ 50.92 และเมื่อถามว่าปัญหา/อุปสรรคต่อการยกระดับสงกรานต์เป็น Soft Power ระดับโลก คืออะไร ส่วนใหญ่เห็นว่า กลยุทธ์และทิศทางของรัฐบาลที่ไม่ชัดเจน ร้อยละ 66.46 รองลงมาคือการประชาสัมพันธ์ และปัญหาการเมืองทำให้ขาดความเชื่อมั่น นางสาวพรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า “หัวใจของสงกรานต์ไทย” ที่ประชาชนอยากนำเสนอให้ ทั่วโลกรู้จัก คือการเล่นน้ำแบบไทยที่สุภาพ สนุกและปลอดภัย ควบคู่ไปกับรอยยิ้มและบรรยากาศความสนุกสนานแบบไทย ๆ ถือเป็นโอกาสสำคัญทางเศรษฐกิจที่รัฐบาลไม่ควรมองข้าม พร้อมแนะให้ภาครัฐเร่งวางแผนประชาสัมพันธ์สงกรานต์ไทยในต่างประเทศอย่างเป็นระบบ หากต้องการยกระดับสงกรานต์ให้เป็น Soft Power ระดับโลกอย่างแท้จริง #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#สงกรานต์#วันสงกรานต์#สงกรานต์softpower
