- Original
- Urban Culture
- Writer
- About us
- คุยกับสส
- The Persona
- Brief
- Thai Treasure
- Urban life
- On this day
- News
- Home
- Editir pick
- Good
- Persona
- Persona
- Urban
- Business
- Politics
- Playlist
- Home
- People Voice
- Culture
- นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
- Urban Wealth
- Law
- Update
- I’m Youth Ranger
- Urban History
- Issues
- Check
Subscribe to Updates
Get the latest creative news from FooBar about art, design and business.
Author: Writer Publisher
โดยการประชุมของกองเลขานุการ GBC ของฝ่ายไทย ได้หารือต่อเนื่องในประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง กับฝ่ายกัมพูชา เพื่อได้ข้อตกลงหยุดยิงที่มีความยั่งยืน และสามารถรักษาความมั่นคงในพื้นที่และความปลอดภัยของประชาชนได้ ขณะที่พลเอก ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุดได้เข้าประชุม ทาง VDO Conference เพื่อให้กำลังใจ และให้แนวทางต่อที่ประชุมให้ยึดกฎหมายประเทศไทย กฏหมายระหว่างประเทศ ผลประโยชน์ของชาติ และศักดิ์ศรีของประเทศไทยเป็นหลัก จากนั้นกองเลขานุการ GBC ฝ่ายไทยก็เข้าร่วมประชุมกับฝ่ายกัมพูชาเป็นวันที่ 2 ซึ่งเป็นการประชุมลับเช่นเมื่อวานนี้ ขณะที่สถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาไม่มีการเคลื่อนไหวอย่างมีนัยสำคัญ มีเพียงรายงานว่าฝ่ายกัมพูชาดัดแปลงที่มั่น และเพิ่มเติมกำลังเข้าทดแทนในพื้นที่หลัก รวมถึงตรวจพบโดรนในหลายพื้นที่ ส่วนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้จะพิจารณาขยายเงินเยียวยาเพิ่มเติมให้ประชาชน และทหารที่ผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาด้วย #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#StopHunManet#WarCrimes#HumanRights#Scambodia#ฮุนเซนอาชญากรสงคราม#hunsenwarcriminal#กัมพูชายิงก่อน#CambodiaOpenedFire#ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด#TruthFromThailand#ประชุมGBC
นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ส่งหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ขอให้ดำเนินคดีอาญาอาชญากรสงครามกับผู้นำกัมพูชา โดยระบุจากเหตุปะทะตามแนวชายแดน และกองกำลังกัมพูชาโจมตีเป้าหมายพลเรือน และโรงพยาบาล ทำให้พลเรือนเสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ขัดกับกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ และอนุสัญญาเจนีวา ถือเป็นการกระทำผิดฐานอาชญากรสงคราม เข้าข่ายกระทำอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ จึงขอให้ดำเนินคดีต่อศาลอาญาระหว่างประเทศในช่องทางต่างๆ ในเวลาอันรวดเร็ว นายนิพิฏฐ์ยังอธิบายเพิ่มเติมว่า การสู้รบที่โจมตีพลเรือน เป็นเรื่องใหญ่มาก สังคมโลกไม่ว่าชนชาติไหน ไม่ควรมีผู้นำที่สังหารพลเรือน แม้การวางทุ่นระเบิดสังหารบุคคลก็ทำไม่ได้ จึงไม่มีเหตุผลใดที่สังคมโลกจะปกป้องผู้นำทหารแบบนี้ การนำผู้นำแบบนี้ขึ้นศาลศาลอาญาระหว่างประเทศจึงเป็นสิ่งที่“ต้องทำ” พร้อมระบุในอดีตผู้นำกัมพูชาก็สังหารพลเมืองของตัวเอง ครั้งนี้สังหารพลเรือนไทย เด็กของเราไม่ควรตายในอ้อมกอดแม่ในร้านสะดวกซื้อ เขาควรมีชีวิตที่เติบโต และ มีความสุขบนแผ่นดินของเขา จึงได้ทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีให้ใช้ภาวะความเป็นผู้นำปกป้องพลเรือน ด้วยการนำผู้นำกัมพูชาขึ้นศาลอาญาระหว่างประเทศ “เสียดายนักการเมืองของเรา ไม่ใส่ใจเรื่องนี้ ทำสงครามข่าวสารในเชิงรุกบ้างเถอะครับ จากนี้ ขอให้คนไทยช่วยกันติดตามว่ารัฐบาลจะทำหรือไม่” นายนิพิฏฐ์ระบุในตอนท้าย #ThePublisherTH #สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม #StopHunManet #WarCrimes #HumanRights #Scambodia #ฮุนเซนอาชญากรสงคราม #hunsenwarcriminal #กัมพูชายิงก่อน #CambodiaOpenedFire #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #TruthFromThailand
ปิดประตู นายกฯคนนอก”เทพไท” ชี้แคนดิเดตนายกฯ เพียบชื่อ “พลเอกประยุทธ์” ยังอยู่ นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่ผันตัวเป็นนักสังเกตการณ์การเมือง โพสต์ถึงเรื่องนี้จากมุมวิเคราะห์ว่าหากนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ต้องพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ไม่ว่าจะลาออก หรือถูกศาลรัฐธรรมนูญคำวินิจฉัย อาจมีการเสนอนายกรัฐมนตรีคนใหม่ มาจากมาตรา 5 ของรัฐธรรมนูญปี 2560 ซึ่งเรื่องนี้นายเทพไทเชื่อว่าจะไม่เกิดขึ้น โดยเขาเห็นว่า แม้นางสาวแพทองธารยืนยันไม่ลาออกก่อนศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย แต่เมื่อถึงจุดหัวเลี้ยวหัวต่อ เชื่อว่าถึงนาทีสุดท้ายนายทักษิณ ชินวัตร ผู้เป็นพ่อ คงไม่ยอมให้ลูกสาวตายคาศาลรัฐธรรมนูญ ต้องสะกิดส่งสัญญาณให้นางสาวแพทองธาร ลาออกจากนายกรัฐมนตรีก่อน ส่วนเรื่องนายกฯ คนใหม่ยังมีแคนดิเดตจากพรรคการเมืองต่างๆ อีกหลายคน ที่สภาผู้แทนราษฎรสามารถเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ได้ แคนดิเดตของพรรคเพื่อไทย ยังมีนายชัยเกษม นิติสิริ พรรครวมไทยสร้างชาติ มีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายพีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค พรรคภูมิใจไทย มีนายอนุทิน ชาญวีรกุล พรรคประชาธิปัตย์ มีนายจุรินทร์ ลักษณะวิศิษฎ์ นายเทพไทเชื่อว่าอันดับแรก นายทักษิณคงผลักดันนายชัยเกษม นิติสิริ แต่อาจจะไม่ผ่านด่านของฝ่ายอนุรักษ์นิยม เพราะมีปัญหาเรื่องทัศนคติเกี่ยวกับ มาตรา 112 ส่วนนายอนุทิน เชื่อว่านายทักษิณ คงไม่สนับสนุน เพราะยังมีปัญหาทางการเมืองกันอยู่ “ถ้าต้องเลือกระหว่างนายอนุทินกับพลเอกประยุทธ์ ผมเชื่อว่านายทักษิณจะเลือกพลเอกประยุทธ์มากกว่า เพราะอย่างน้อย ก็เป็นการตอบแทนบุญคุณในวันที่นายทักษิณกลับเข้ามาประเทศ ในสมัยที่พลเอกประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี และพลเอกประยุทธ์ไม่ได้ไปต่อทางการเมืองอีกแล้ว ไม่ใช่คู่แข่งทางการเมือง” นายเทพไทปิดท้ายว่านายกรัฐมนตรีคนนอก มาตรา 5 การเมืองไทยคงยังก้าวไปไม่ถึงจุดนั้น และเชื่อว่านายกรัฐมนตรีคนใหม่ ยังอยู่ในรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคการเมืองต่างๆ เช่นเดิม#ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#รัฐบาลแพทองธาร#ศาลรัฐธรรมนูญ#แพทองธารชินวัตร#แคนดิเดตนายกฯ#ทักษิณชินวัตร#นายกฯคนนอก#พลเอกประยุทธ์#กระดานการเมือง
ศึกครั้งนี้กัมพูชาสูญเสียหลายพันคน ปกปิดข้อมูลยาก กระแสความไม่พอใจจะก่อตัว แม้ยังโค่นล้มไม่ได้ แต่ระบอบฮุน เซน ปริร้าวแล้ว” — รศ.ดร.ดุลยภาค ปรีชารัชช นายกสมาคมภูมิภาคศึกษา และอาจารย์ประจำ ม.ธรรมศาสตร์ เตือน ไทยต้องไม่ประมาทศึกชายแดนรอบใหม่ เรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์ในรายการ “เที่ยงเปรี้ยงปร้าง” ดำเนินรายการโดย “สมจิตต์ นวเครือสุนทร” — หยุดยิงคือช่วงฟื้นกำลัง ไม่ใช่จุดจบของสงคราม “สถานการณ์ขณะนี้พร้อมที่จะกลับมาปะทุอีก ประมาทไม่ได้เลย หยุดยิงข้อดีคือบันไดไปสู่สันติภาพ แต่การหยุดยิงก็ทำให้บางฝ่ายถือโอกาสผลัดเปลี่ยนกำลังพล เอาทหารกลุ่มใหม่เข้ามา เพิ่มอาวุธ ขยายเสบียงเลี้ยงเหล่าทัพให้บริบูรณ์ แล้วรอเปิดศึกใหม่… เป็นอย่างนี้รอบโลก” อาจารย์ดุลยภาคเตือนว่าไทยไม่ควรหลงกับคำว่า “หยุดยิง” เพราะสิ่งที่กัมพูชากำลังทำคือการเตรียมพร้อมสำหรับการโจมตีระลอกใหม่ โดยเฉพาะในจุดยุทธศาสตร์ที่ฝ่ายตนเสียเปรียบ เช่น ภูมะเขือ ซึ่งเขาระบุว่า “ฝ่ายกัมพูชาเสียหายหนัก และเป็นจุดสูงข่มที่สำคัญทางยุทธศาสตร์ ที่กัมพุชาจะพยายามเข้าตีเพื่อยึดครองพื้นที่” — เวที GBC ไม่ได้เป็นทวิภาคีบริสุทธิ์ — ต้องระวังเกมพหุภาคี “การประชุมจีบีซีเป็นทวิภาคีเฉพาะระดับเจ้าหน้าที่ แต่ในระดับรมว.กลาโหมสองประเทศ มีทั้งมาเลเซีย จีน และสหรัฐฯ สังเกตการณ์ เป็นลักษณะพหุภาคีเข้ามาประกบ และจัดที่มาเลเซีย ไม่ใช่ทวิภาคีเข้มข้นที่ต้องจัดในสองประเทศคู่พิพาทเท่านั้น” แม้จะมีข้อดีในแง่ที่มี “ประเทศที่สามเป็นพยาน” หากเกิดการตุกติก แต่อาจารย์ดุลยภาคเตือนว่าไทยต้องระวังการเปิดประเด็นในบางวง เพราะ “สิ่งที่เคยคุยสองฝ่าย ก็จะต้องระมัดระวังในบางประเด็นเป็นพิเศษ” — ไทยมีสิทธิเลื่อนเจรจา — อย่าเดินตามเกมเขาทุกครั้ง “ไทยต้องพิจารณาเพิ่มเติม ไม่จำเป็นต้องไปทุกวงเจรจาที่เขากำหนดหรือเดินตามเกมเขา โดยเราอาจใช้เหตุผลเรื่องที่ยังไม่มีทั้งรมว.กลาโหมและนายกฯ ตัวจริงปฏิบัติหน้าที่… ชะลอการเจรจาออกไปก่อนได้ จนกว่าจะมีนายกฯ ตัวจริง ไม่ว่าจะเป็นคุณแพทองธารพ้นผิด หรือการเลือกนายกฯ ใหม่แทนคุณแพทองธาร กรณีศาลรธน. ชี้ว่ามีความผิด” อาจารย์ดุลยภาคเสนอว่า ไทยอาจใช้กลไกอื่นเพิ่มเติม เช่น การเรียกร้องให้นานาชาติร่วมกันประณามกัมพูชาก่อน หรือรอให้โครงสร้างการเมืองภายในประเทศมั่นคงกว่านี้ ก่อนเข้าร่วมเจรจาระดับสูงเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความพลาดพลั้ง — ปราสาทตาควายยังอยู่ในมือเขมร — เพราะคำสั่งหยุดยิงมาเร็วเกินไป “ต้องถอดบทเรียนการเจรจาหยุดยิงวันที่ 28 ก.ค. ที่ฝ่ายการเมืองไม่ได้ประสานกับทหารอย่างใกล้ชิดเพียงพอ… โดยเฉพาะที่ปราสาทตาควาย คนไทยจะสบายใจสักกี่คนเมื่อเห็นภาพตัวปราสาทอยู่ภายใต้ครอบครองของกัมพูชาและมีกับระเบิดอยู่โดยรอบ” เขาย้ำว่า ฝ่ายการเมืองแม้จะหวังดีอยากให้เกิดสันติภาพ แต่หากจะให้ประชาชนสบายใจในเรื่องอธิปไตยจริง ๆ…
“ต้องเร่งส่งศาล รัฐบาลนี้ตัดงบผิดรัฐธรรมนูญมาตรา 144 —ถึงเวลาลงโทษ-ชดใช้ 3.5 หมื่นล้าน”— สมชาย แสวงการ อดีตสมาชิกวุฒิสภา เรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์ในรายการ “เที่ยงเปรี้ยงปร้าง” ดำเนินรายการโดย “สมจิตต์ นวเครือสุนทร” เดือนสิงหาคม–กันยายนนี้ อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอำนาจทางการเมืองไทย จากการไล่เรียงของ 3 ปมร้อนที่มาบรรจบพร้อมกัน: คดีคลิปสนทนา “อังเคิล–หลานอิ๊งค์” ที่ศาลรัฐธรรมนูญให้แพทองธารส่งคำชี้แจงครบเส้นตาย 4 ส.ค. อาจมีคำชี้ขาดปลายสิงหาคมหรือต้นกันยายน คดีทักษิณ “ชั้น 14” ซึ่งศาลฎีกาฯ นัดฟังคำสั่ง 9 ก.ย. และอีกคดีสำคัญที่ถูกมองข้ามในสื่อกระแสหลัก คือความผิดตามรัฐธรรมนูญมาตรา 144 ซึ่งกล่าวหาว่ามีการ “ตัดงบชำระหนี้” ธนาคารรัฐห้าแห่ง วงเงิน 3.5 หมื่นล้านบาท และยังมีการจัดสรรงบเข้ากองทุนสส. และสว. ในลักษณะเอื้อประโยชน์ให้ ส.ส.–ส.ว. โดยตรง สมชาย แสวงการ อดีต ส.ว. และหนึ่งในผู้ยื่นคำร้องในคดีมาตรา 144 ให้ข้อมูลในรายการ เที่ยงเปรี้ยงปร้าง ว่า คดีนี้มีหลักฐานชัดเจนและสมบูรณ์ ป.ป.ช. จึงไม่ควรยืดเยื้อ “แม้ป.ป.ช.จะมีอำนาจขยายเวลาที่จะครบกำหนดหกสิบวันในวันที่ 10 สิงหาคมออกไปได้ แต่ผมวิงวอนให้เร่งสรุปส่งศาลรัฐธรรมนูญโดยเร็ว เพราะเมื่อถึงมือศาลฯ จะพิจารณาเร็วเหมือนคดีพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ที่ศาลฯ จะพิจารณาภายใน15 วันตามที่กฎหมายกำหนด จนพิเชษฐ์ พ้นตำแหน่งและถูกตัดสิทธิการเมือง 10 ปี คดีนี้พยานหลักฐานแน่นไม่ต่างกันเลย” ———— คดี 144: ตัดหนี้ให้แบงก์รัฐ เอาไปโปะกองทุน ส.ส.–ส.ว. สมชายเปิดเผยว่า คำร้องครั้งนี้ครอบคลุมถึงผู้มีตำแหน่งระดับสูงหลายฝ่าย ทั้ง ส.ส. ส.ว. ครม.ชุดเศรษฐา–แพทองธาร และคณะกรรมาธิการงบประมาณ โดยกล่าวหาว่ากระทำผิดรัฐธรรมนูญมาตรา 144 ด้วยการตัดงบชำระหนี้เงินต้น–ดอกเบี้ยของธนาคารรัฐ 5 แห่ง และนำงบไปจัดสรรเพิ่มให้กองทุนของ ส.ส.–ส.ว. ทำให้ทั้งสส.และ สว.เป็นผู้ได้รับประโยชน์โดยตรง “หลักฐานมีครบทั้งชวเลขประชุม กมธ., มติครม., เอกสารการโยกงบ และรายละเอียดคำพูดในที่ประชุมว่าใครเสนออะไร…
“ระวังศึกใหม่กัมพูชา – อย่าปล่อยให้การเมืองอ่อนแอซ้ำเติมสนามรบ” เรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์ในรายการ “เที่ยงเปรี้ยงปร้าง” ดำเนินรายการโดย “สมจิตต์ นวเครือสุนทร” ———— “เรากำลังเผชิญศึกซ้อนศึก — ศึกนอกคือกัมพูชา ศึกในคือไส้ศึก และที่น่ากลัวที่สุดคือรัฐบาลที่ไร้วุฒิภาวะ” — สมชาย แสวงการ อดีตสมาชิกวุฒิสภา สมชาย แสวงการ อดีต ส.ว. และอดีตนักข่าวสงคราม กล่าวในรายการ “เที่ยงเปรี้ยงปร้าง” ถึงสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา และการประชุม GBC ระหว่างวันที่ 4–7 ส.ค.นี้ว่า ขณะนี้ไทยยังไม่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมตัวจริง โดย พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ ต้องรักษาการแทน ท่ามกลางข่าวว่าอาจมีบางฝ่ายจงใจให้ไทยอ่อนแอ ขณะที่ฝั่งกัมพูชา รัฐมนตรีกลาโหมคนใหม่ “เตีย เซรยฮา” ลูกชายของเตีย บัญ ก็มีท่าทีแข่งอำนาจกับฮุน มาเนต ผู้นำคนปัจจุบัน “จีบีซีครั้งนี้อาจถูกแทรกแซงจากต่างชาติ ทั้งมาเลเซีย สหรัฐฯ และจีน — อย่าให้การเจรจาทวิภาคีกลายเป็นเวทีพหุภาคีตามที่กัมพูชาต้องการ เพราะเบื้องหลังคือผลประโยชน์พลังงานในอ่าวไทยนับสิบล้านล้านบาท ที่มีความพยายามยกแปลงสัมปทานให้ต่างชาติ มีข่าวว่ากลุ่มฮุน เซน มีการรับค่านายหน้าไปแล้ว 5 พันล้านยูเอส” ———— “หยุดยิงเที่ยงคืน 28 ก.ค. — ทำให้เราเสียพื้นที่ยุทธศาสตร์” สมชายระบุว่า การหยุดยิงที่เกิดขึ้นกลางดึก 28 ก.ค. เป็นคำสั่งการเมืองที่ทำให้กองทัพไทยไม่สามารถครอบครองพื้นที่ตามเส้นปฏิบัติการ 1:50,000 ได้ทันเวลา โดยเฉพาะปราสาทตาควายที่กลายเป็น “จุดบอด” แม้จะยึดภูมะเขือ ช่องจอม ช่องอานม้าคืนมาได้ “การรบในปี 2554 หยุดไป 14 ปี กัมพูชาถึงกล้ารบใหม่ในปีนี้ แต่ครั้งนี้เขาเตรียมการเร็วกว่าเดิม — ถ้าการเจรจาไม่สำเร็จ รอบใหม่อาจเกิดในสามหรือสี่สัปดาห์หลังจากนี้ ด้วยกำลังที่ฟื้นและอาวุธพร้อมกับพิกัดที่เขารู้แล้ว เราจะเหนื่อยยิ่งกว่าเดิม” ———— “ตีงูต้องตีให้ตาย — ไม่เช่นนั้นงูจะย้อนแว้งกัด” สมชายเปรียบสถานการณ์ว่า “ตอนนี้เราเหมือนตีงูได้แค่หาง งูยังไม่ตาย” พร้อมเปิดเผยข้อมูลข่าวกรองว่า กัมพูชายังมีกำลังรบครบมือ ทั้งจรวดพิสัย 130…
พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า “ได้มีการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมไตรภาคี ประกอบด้วยไทย, กัมพูชา และมาเลเซีย ได้ชี้แจงกัมพูชาเรื่องเชลยศึก 18 คน ไทยดูแลอย่างดี ต่างชาติเข้าสังเกตการณ์แล้ว พอใจไทยปฏิบัติตามอนุสัญญาเรียบร้อย พร้อมย้ำว่า ยังไม่ส่งตัวกลับกัมพูชา เพราะต้องสอบสวนเพิ่มเติม ป้องกันการนำไปบิดเบือน ทั้งนี้ หากมีความไว้ใจกัน 100% ไทยก็อาจจะส่งกลับได้เร็วกว่านี้” พลเอก ณัฐพล กล่าวอีกว่า “กรณีทหารกัมพูชาเสียชีวิตฝั่งไทย ก็ส่งคืนอย่างสมเกียรติตามอนุสัญญาเจนีวา แต่ที่ห่วงใย และได้พูดกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกัมพูชา คือ ทหารกัมพูชาที่เสียชีวิตหน้าแนวจำนวนมากยังไม่ได้ถูกเก็บศพกลับไป จึงอยากให้รีบดำเนินการ เพื่อถูกต้องตามสุขลักษณะ เพราะหากปล่อยไว้นาน ก็อาจจะเกิดโรคระบาดได้ ประชาชนอาจจะได้รับผลกระทบ” “ส่วนศพทหารกัมพูชาที่ไทยได้ส่งกลับไป แม้กัมพูชาจะปฏิเสธ แต่ล่าสุดก็ได้รับศพกลับไป ซึ่งเป็นที่น่าเสียใจ กับกำลังพลและทหารที่เสียชีวิต ถ้าวิญญาณได้รับรู้คงเสียใจ” พลเอก ณัฐพล กล่าว #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#StopHunManet#WarCrimes#HumanRights#Scambodia#ฮุนเซนอาชญากรสงคราม#hunsenwarcriminal#กัมพูชายิงก่อน#CambodiaOpenedFire#ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด#TruthFromThailand
4 สิงหาคม 2568 – นางกมลรัตน์ เจ้าของสถานีบริการน้ำมัน ปตท. ในพื้นที่ตำบลบ้านผือ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการโจมตีด้วยอาวุธสงคราม เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคมที่ผ่านมา ได้เดินทางพร้อมกับลูกสาวและผู้เสียหายรายอื่น ๆ เพื่อยื่นหนังสือต่อ พันเอกเฟื่องวิชชุ์ อนิรุทธเทวา ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน โดยมี นายชณทัต ปัทะมะภูวดล ผู้ก่อตั้งเพจ “ชณทัตลุยครับ” เป็นผู้นำคณะ เพื่อขอความช่วยเหลือด้านการประกันและการเยียวยาจากรัฐบาลและบริษัท ปตท. นางกมลรัตน์เปิดเผยด้วยความเศร้าว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์ได้มีการอพยพครอบครัวไปพักในอำเภอใกล้เคียง และยังคงได้ยินเสียงระเบิดเป็นระยะ ๆ ซึ่งสร้างความหวาดกลัวให้กับครอบครัวเป็นอย่างมาก เธอเล่าว่าปั๊มน้ำมันแห่งนี้เป็นกิจการที่ครอบครัวกู้เงินธนาคารมาสร้าง โดยนำที่ดินของครอบครัวไปค้ำประกัน ทำให้แม้ปั๊มจะได้รับความเสียหายจนต้องหยุดให้บริการมานานกว่า 3 เดือน แต่ภาระดอกเบี้ยเงินกู้ยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง ผู้เสียหายระบุว่า ค่าใช้จ่ายและความเสียหายที่เกิดขึ้นมีมูลค่าสูงถึงกว่า 20 ล้านบาท หากต้องปิดกิจการโดยสมบูรณ์ และแม้จะมีประกัน แต่ก็ไม่ครอบคลุมความเสียหายทั้งหมด จึงจำเป็นต้องยื่นหนังสือเพื่อขอความช่วยเหลือเร่งด่วนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จากการพูดคุยกับสื่อมวลชน ตัวแทนผู้เสียหายที่ร่วมในเหตุการณ์ได้ให้สัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษยืนยันถึงความหวาดกลัวที่เกิดขึ้น และเชื่อมั่นว่าการโจมตีมาจากฝั่งกัมพูชาอย่างชัดเจน เจ้าของปั๊มต้องการให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนในการเข้าช่วยเหลือและเยียวยา โดยมีผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเป็นตัวกลางในการประสานงานกับบริษัท ปตท. ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวง เพื่อให้ผู้เสียหายได้รับการช่วยเหลืออย่างเป็นธรรมและทันท่วงที ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนและความสูญเสีย #ThePublisherTH #สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม
เป็นโปสเตอร์ที่ออกโดยตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ และมี สภ.อำเภอต่างๆ ในจังหวัดนำไปเผยแพร่ต่อ เป็นการรณรงค์ต่อเนื่องเพื่อให้ประชาชนร่วมสอดส่อง เป็นหูเป็นตาโดรนต้องสงสัยสอดแนมบริเวณตามแนวชายแดน โดยแนะนำให้สังเกตลักษณะของโดรนเพื่อแจ้งเจ้าหน้าที่ ที่น่าสนใจคือ สภ.จังหวัดบุรีรัมย์ ไม่เพียงอธิบายลักษณะการสังเกตุความแตกต่างระหว่างโดรน กับเครื่องบินแล้ว ในภาพยังนำผีโพงมาเป็นตัวเปรียบเทียบอีกด้วย โดยระบุ “ผีโพงจะคล้ายผีเป้าหรือผีกระสือ ในเวลากลางวัน จะเป็นเหมือนคนธรรมดาทั่วไป แต่กลางคืนจะกลายร่างเป็นผีโพง ลักษณะเด่นคือมีแสงสว่างหรือดวงไฟที่รูจมูก จะกินของสดและคาว เช่น กบ เขียด ศพ หรือรกเด็กเกิดใหม่ พร้อมระบุช่วงท้ายว่า “ชัวร์ก่อนโทร” เพื่อให้ประชาชนสังเกตให้ชัดเจนก่อนว่า ที่เห็นนั้นเป็น ผีโพง โดรน หรือเครื่องบิน อีกโพสต์เป็นการขอความร่วมมือ_งดการปล่อยโคมลอย_โคมควันและวัตถุทุกประเภทลอยไปบนอากาศ เพราะจะเกิดการสับสนและสร้างความตื่นตระหนกกับประชาชน พร้อมกับโพสต์ภาพโคมลอยกับรูปผีกระสือ และระบุด้วยว่า “ไหนๆ ก็มาทางไสยศาสตร์แล้ว ขออีกสักโพสต์แล้วกัน” พร้อมระบุ ตรวจสอบให้แน่ ! #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#ประชุมGBC#กัมพูชายิงก่อน#ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด#CambodiaOpenedFire#ทหารมีไว้ปกป้องอธิปไตย#TruthFromThailand#โดรนสอดแนม#ผีโพง#ผีกระสือ
เป็นการประชุมฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา ที่กรุงกัลลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ที่เริ่มวันนี้ถึง 6 สิงหาคม ซึ่งเวทีนี้จะไม่มีผู้สังเกตการณ์ จากนั้นในวันที่ 7 สิงหาคม จะเป็นการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee: GBC) อย่างเป็นทางการที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของไทยและกัมพูชาเป็นประธานร่วม โดยฝ่ายไทยคือพลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมกับประเทศผู้สังเกตการณ์คือผู้แทนจากมาเลเซีย จีนและสหรัฐฯ จะเข้าร่วมเฉพาะในวันประชุมหลัก เวที GBC ครั้งนี้เป็นหนึ่งในเงื่อนไขการเจรจาหยุดยิงระหว่างไทยกับกัมพูชาหลังเที่ยงคืนวันที่ 28 กรกฎาคม 2568 เสมือนการเปลี่ยนเป็นสมรภูมิทางการทูต ที่จะกำหนดแนวทางความมั่นคงในพื้นที่ชายแดน ทั้งมาตรการหยุดยิง, การเสริมหรือเคลื่อนย้ายกำลังทางทหาร เพื่อความสงบและสันติสุขตามแนวชายแดน และเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญจากการใช้อาวุธเป็นสมรภูมิทางการทูต ลดความสูญเสีย โดยมีเดิมพันเป็นความมั่นคง สันติภาพ และอธิปไตยเหนือดินแดน ดังนั้นจึงมีทั้งโอกาสและแรงกดดัน เป็นโอกาสในการแสดงจุดยืนด้านความมั่นคง และฟื้นฟูสันติภาพกับประเทศเพื่อนบ้าน ขณะเดียวกันได้รักษาผลประโยชน์เชิงยุทธศาสตร์ตามแนวชายแดน ซึ่งฝ่ายกัมพูชาอาจเดินเกมไปไกลในเวทีนานาชาติแล้ว GBC ครั้งนี้อาจจะไม่ได้ข้อตกลงในทันที แต่หวังว่าจะเป็นจังหวะในการประคับประคองสมดุลแห่งอธิปไตยระหว่าง 2 ประเทศ เพื่อไม่ให้เสียงแห่งสันติภาพถูกกลบด้วยเสียงปืน-ระเบิดอีกครั้ง #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#ประชุมGBC#กัมพูชายิงก่อน#ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด#CambodiaOpenedFire#ทหารมีไว้ปกป้องอธิปไตย#TruthFromThailand#ละเมิดหยุดยิง#อาชญากรสงคราม#ประณามกัมพูชา
