Author: Writer Publisher

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชาว่า ตั้งแต่เวลา 00.00 น. เมื่อคืนที่ผ่านมายังมีการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงในหลายจุด ครอบคลุมชายแดน 7 จังหวัด โดยรัฐบาลได้รับรายงานสรุปสถานการณ์จากพื้นที่รับผิดชอบของกองทัพภาคที่ 1 และกองทัพภาคที่ 2 เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานชัดเจนว่า มีการละเมิดหยุดยิงในจุดใดและอย่างไรแล้ว ขณะเดียวกัน ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ได้ย้ำให้กองทัพไทยรักษาอธิปไตยและบูรณภาพแห่งแดนอย่างเต็มที่ พร้อมตรึงกำลังไว้จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย และเตรียมแจ้งต่อประเทศผู้สังเกตการณ์ซึ่งร่วมการหารือกับมาเลเซียเมื่อวานนี้ ได้แก่ สหรัฐอเมริกาและจีน ถึงการละเมิดหยุดยิงที่ยังเกิดขึ้น นอกจากนี้ยังให้กระทรวงมหาดไทย ดูแลประชาชนตามแนวชายแดนที่ได้รับผลกระทบ ส่วนจะกลับเข้าพื้นที่ได้หรือไม่ ศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ศบ.ทก.) เป็นผู้พิจารณาต่อไป #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#กัมพูชายิงก่อน#ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด#CambodiaOpenedFire#ทหารมีไว้ปกป้องอธิปไตย#TruthFromThailand#ละเมิดหยุดยิง#เจรจาหยุดยิง#กองทัพบก#อาชญากรสงคราม

Read More

วันภาษาไทยแห่งชาติ 29 กรกฎาคม “ส่งภาษาไทย…ถึงใจทหารไทย” ในวันที่รั้วของชาติกำลังยืนหยัดปกป้องอธิปไตยอย่างเข้มแข็ง ภาษาไทยไม่ใช่แค่คำพูด แต่คือหัวใจ รากเหง้าของความเป็นไทย ในวันที่ชายแดนร้อนระอุ และเสียงปืนดังกว่าเสียงเจรจา The Publisher ชวนคุณใช้ “คำไทย” ส่งถึง “ทหารไทย” ผู้ที่ยืนอยู่แนวหน้าเพื่อพวกเราทุกคน จะเขียนกลอนก็ได้ เขียนคำก็ดี จะเป็น 1 บรรทัด หรือ 1 หน้ากระดาษก็ไม่เป็นไร โพสต์ลงโซเชียลของคุณ พร้อมติดแฮชแท็ก #ภาษาไทยเพื่ออธิปไตย #ถึงใจถึงชายแดน คำสั้น ๆ จากใจประชาชน ถึงทหารทุกคนที่แนวหน้า อริราชศัตรูยกทัพมา ทหารกล้าคือปราการของปวงชน “ถึงจะไม่ได้ยินเสียงพวกเรา แต่ขอให้รู้ว่า เราพูดคำว่า ‘ขอบคุณ’ ทุกวัน” #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม

Read More

ว่าด้วยเรื่องหยุดยิง ใครละเมิด? พล.ท.หญิง มาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหม กัมพูชา ( 29 ก.ค.68) “ข้อตกลงหยุดยิงได้รับการเคารพเต็มที่ ไม่มีเสียงปืนดังขึ้นตามแนวชายแดนหลังเที่ยงคืน” พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก (29 ก.ค.68) “กัมพูชาละเมิดข้อตกลงหยุดยิง ทำลายระบบความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน กองทัพบกขอประณามต่อการกระทำดังกล่าว” #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#กัมพูชายิงก่อน#ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด#CambodiaOpenedFire#ทหารมีไว้ปกป้องอธิปไตย#TruthFromThailand#ละเมิดหยุดยิง#เจรจาหยุดยิง#กองทัพบก#อาชญากรสงคราม

Read More

เป็นชอตตำหนิสื่อมวลชนของนายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรี ที่ไปเจรจากับ ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ที่มาเลเซียเมื่อวานนี้ ก่อนนำมาสู่ข้อตกลงหยุดยิงโดยไม่มีเงื่อนไขในเวลา 24 นาฬิกาเมื่อคืนที่ผ่านมา ซึ่งช่วงต้นการสัมภาษณ์นั้นสื่อมวลชนถามเรื่องกัมพูชายังไม่หยุดยิง ซึ่งนายภูมิธรรมมองว่าอาจเป็นเรื่องของทหารที่ไม่มีวินัยมารบ ซึ่งไทยก็ได้ตอบโต้บนพื้นฐาน ยิงมาอย่างไรก็ตอบสนองเท่านั้น และต้องรอการหารือของผู้บัญชาการทหารทั้งภาค 1 และภาค 2 กับผู้บัญชาการฝ่ายกัมพูชาต่อไป เมื่อถามว่า ก่อนนี้วางเงื่อนไขต้องให้กัมพูชาแสดงความจริงใจนำกำลังและอาวุธหนักทั้งหมดออกจากชายแดน แต่ปรากฎข้อตกลงหยุดยิงโดยไม่มีเงื่อนไข ทำไมไปรับเงื่อนไขกัมพูชา เรื่องนี้นายภูมิธรรมชี้เป็นความเข้าใจผิด ถ้าคุยเงื่อนไขไม่จบ ดังนั้นต้องให้หยุดยิงก่อนระงับความเสียหาย ไม่สนองความสะใจของใคร แต่ยุติความสูญเสีย ต่อไปเป็นการเจรจาก่อน “ถ้าเริ่มจากตั้งคำถามแบบนี้มันไม่จบ ขอให้คิดถึงผลประโยชน์ประเทศชาติ อยากให้ใช้สติพิจารณา ว่าการทำแบบนี้ยุติความเสียหายก่อน ท่านใจเย็นๆ หลังจากนั้นกองทัพก็ต้องไปเจรจา ได้พูดคุยกับกองทัพก่อนไปเจรจาแล้ว ยืนยันว่าเรายังยึดมั่นและรักษาอธิปไตยได้ทุกจุด” นายภูมิธรรมเตือนสื่อฯ ที่ถามจี้เรื่องนี้ นักข่าวยังจี้ถามต่อว่า รัฐบาลกดดันเรื่องภาษีใช่ไหมหรือไม่ เอาภาษีทรัมป์ไปผูกคอกองทัพใช่ไหม เรื่องนี้ทำให้ นายภูมิธรรมตำหนิและถามกลับว่า นี่ท่านทำหน้าที่สื่อ หรือเอาประเด็นที่ท่านเชื่อมั่นมากดดันกัน พร้อมกล่าวว่า “ผมพอแล้วครับ ไม่คุยด้วย” ก่อนจะเดินออกจากวงสื่อฯ ไปทันที #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#กัมพูชายิงก่อน#ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด#CambodiaOpenedFire#ทหารมีไว้ปกป้องอธิปไตย#TruthFromThailand#ละเมิดหยุดยิง#เจรจาหยุดยิง#กองทัพบก#อาชญากรสงคราม

Read More

ที่ประชุมวุฒิสภา ในช่วงการหารือ พลโทสุกิจ ทั่งทอง อภิปรายข้อเสนอแนะต่อสถานการณ์แนวชายแดนไทย-กัมพูชาในขณะนี้ ทั้งการประกาศกฎอัยการศึกในพื้นที่ 7 จังหวัดชายแดนติดกับกัมพูชา แก้ไข MOU2544 MOU2543 และ JC44 ปิดด่านทางบกทุกช่องทาง ปิดน่านน้ำ น่านฟ้า ตัดระบบสาธารณูปโภคทุกชนิดที่เชื่อมต่อกับกัมพูชา จนกว่าสถานการณ์ชายแดนจะยุติ ยกเลิกการส่งออกพลังงาน น้ำมันดิบ น้ำมันสำเร็จรูป ก๊าซธรรมชาติโดยเด็ดขาด ผลักดันแรงงานกัมพูชาออกนอกประเทศ ตัดความสัมพันธ์ทางการทูต และสุดท้ายกั้นรั้วถาวรชายแดน และขับไล่ชาวกัมพูชาที่ตั้งถิ่นฐานในพื้นที่ไทยออกไปทันที และรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างอย่างผิดกฎหมาย ทั้งนี้ ในที่ประชุมยังได้แจ้งว่าจากสถานการณ์การสู้รบทำให้ประชาชนในพื้นที่และเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ที่ประชุมจึงขอให้สมาชิกลุกยืนขึ้นแสดงความไว้อาลัยต่อผู้เสียชีวิตเป็นเวลา 1 นาที #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#กัมพูชายิงก่อน#ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด#CambodiaOpenedFire#ทหารมีไว้ปกป้องอธิปไตย#TruthFromThailand#ละเมิดอธิปไตย

Read More

“เมื่อเราหยุด แต่เขาไม่หยุด…โลกต้องได้รับรู้ว่า กัมพูชาคือผู้ละเมิดข้อตกลงอย่างต่อเนื่อง เและเป็นฝ่ายที่ไม่เคารพกติกาสากล” พลตรี วิทัย ลายถมยา โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย (29 ก.ค.68) ตามที่รัฐบาลไทยและรัฐบาลกัมพูชาได้ตกลงยุติการสู้รบทางทหารบริเวณแนวชายแดน โดยมีผลตั้งแต่เวลา 24.00 น. ของวันที่ 28 กรกฎาคม 2568 เพื่อเปิดทางสู่สันติภาพและความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน พลตรี วิทัย ลายถมยา โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพไทย ได้รับการยืนยันว่ายืนยันว่า ฝ่ายไทยได้ปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างเคร่งครัด หยุดยิงทุกพื้นที่ทันทีที่ถึงกำหนดเวลา โดยยึดมั่นในคำมั่นสัญญาที่รัฐบาลทั้งสองฝ่ายได้ร่วมกันให้ไว้ อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาหลังกำหนดหยุดยิง ฝ่ายกัมพูชายังคงใช้อาวุธยิงเข้ามาในเขตแดนของประเทศไทยอย่างต่อเนื่องในหลายจุด ถือเป็นการกระทำที่ จงใจละเมิดข้อตกลง และ บ่อนทำลายความเชื่อมั่น ที่ควรมีต่อกันในฐานะประเทศเพื่อนบ้าน กองทัพไทย ขอประณามพฤติกรรมดังกล่าวของฝ่ายกัมพูชา และขอยืนยันว่า ประเทศไทยมีความจำเป็นต้องใช้มาตรการโต้กลับ ภายใต้สิทธิในการป้องกันตนเองตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ ทั้งนี้ ไทยมิได้ใช้กำลังเพื่อรุกราน แต่เพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติ และความปลอดภัยของประชาชน “เมื่อเราหยุด แต่เขาไม่หยุด…โลกต้องได้รับรู้ว่า กัมพูชาคือผู้ละเมิดข้อตกลงอย่างต่อเนื่อง เและเป็นฝ่ายที่ไม่เคารพกติกาสากล ไม่ยึดถือข้อตกลงระหว่างประเทศใด ๆ ที่ได้ประกาศไว้ในเวทีระดับโลก และเป็นภัยต่อความมั่นคงของภูมิภาคและของโลก” การยอมรับพฤติกรรมเช่นนี้ เท่ากับเปิดช่องให้ความอยุติธรรมกลายเป็นบรรทัดฐานในระบบระหว่างประเทศ ดังนั้นกองทัพไทย จึงขอเรียกร้องให้ประชาคมโลกร่วมกันยืนหยัดบนหลักแห่งความจริง ความยุติธรรม และหลักนิติธรรมระหว่างประเทศ เพื่อให้เกิดสันติภาพตามเป้าประสงค์ต่อไป #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#กัมพูชายิงก่อน#ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด#CambodiaOpenedFire#ทหารมีไว้ปกป้องอธิปไตย#TruthFromThailand#ละเมิดอธิปไตย#กองทัพภาคที่2#กองทัพบก#อาชญากรสงคราม#ยุทธบดินทร์

Read More

วันที่ 29 กรกฎาคม 2568 – หลังจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังคุกรุ่นจากกรณีการปะทะในหลายพื้นที่ และการเจรจาหยุดยิงที่เพิ่งบรรลุผลในวันที่ 28 กรกฎาคมที่ผ่านมา กองทัพบกได้เผยแพร่ภาพกราฟิกผ่านเพจ กองทัพบกทันกระแส ยืนยันจุดยืนในการปกป้องผืนแผ่นดินไทย ภายใต้ข้อความว่า: “ปักธงชาติไทย ภูมะเขือ ช่องอานม้า ปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาควาย แนวเขตแดนช่องบก เอกราชจะไม่ให้ใครข่มขี่” พื้นที่ที่ระบุในข้อความ เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญตามแนวชายแดน จ.สุรินทร์ และ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งมีประวัติการปะทะและข้อพิพาทมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะบริเวณ ปราสาทตาเมือนธม และ ตาควาย ที่เป็นดินแดนไทย แต่กัมพูชาไปร้องศาลโลก โพสต์ดังกล่าวมาพร้อมแฮชแท็ก #TruthFromThailand สะท้อนความพยายามของฝ่ายความมั่นคงไทยในการส่งสัญญาณชัดว่า “ประเทศไทยจะไม่ยอมถอย” ในประเด็นอธิปไตยเหนือพื้นที่พิพาท ขณะเดียวกัน ประเด็นการกลับเข้าสู่กรอบ MOU 2543 และการใช้แผนที่ 1:200,000 ในการเจรจา ยังเป็นที่ถกเถียงในสังคม โดยเฉพาะหลังจากที่มีทหารไทยเสียชีวิตและพลเรือนได้รับผลกระทบจากเหตุสู้รบที่ผ่านมา แม้ข้อตกลงหยุดยิงจะมีผลบังคับใช้ในคืนนี้ (29 ก.ค. เวลา 00.00 น.) แต่เสียงเรียกร้องให้รัฐบาลไทยมีท่าที “เชิงรุก” ในการปกป้องสิทธิในพื้นที่พิพาทและดำเนินคดีในระดับระหว่างประเทศ ยังคงดำเนินอย่างต่อเนื่อง โดยต้องติดตามต่อว่าการเจรจาระหว่างผู้นำหน่วยทหารในพื้นที่กับกัมพูชาเวลา 10 นาฬิกาวันนี้จะมีผลออกมาอย่างไร #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#กัมพูชายิงก่อน#ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด#CambodiaOpenedFire#ทหารมีไว้ปกป้องอธิปไตย#TruthFromThailand#ละเมิดอธิปไตย#คำนูณสิทธิสมาน#กองทัพบก#อาชญากรสงคราม

Read More

“ทหารเสียสละเลือดเนื้อเพื่อเส้นปฏิบัติการ 1:50,000 แต่รัฐ/กต. ยังถอยกลับไปกอด MOU 43 ที่ยอมรับแผนที่ 1:200,000” — คำนูณ สิทธิสมาน อดีตสมาชิกวุฒิสภา โพสต์ของคำนูณ สะท้อนความอัดอั้นในใจของคนไทยหลายคนว่า การเจรจาหยุดยิงระหว่างไทย-กัมพูชา เมื่อ 28 ก.ค. 2568 ณ เมืองปุตราจายา ประเทศมาเลเซีย อาจถือเป็น “ความสำเร็จทางการทูต” ในสายตานานาชาติ ทว่าในสายตาคนไทย—โดยเฉพาะครอบครัวของทหารที่เสียชีวิตจากการปะทะ—คำถามที่ตามมาคือ “แล้วไทยได้อะไร?” เพราะข้อตกลงที่นำไปสู่การหยุดยิงครั้งนี้ ยังยึดอยู่ในกรอบ MOU 2543 ที่ประเทศไทยเคยลงนามกับกัมพูชา โดยอ้างอิงเส้นแบ่งแดนจากแผนที่มาตราส่วน 1:200,000 ซึ่งมีความคลาดเคลื่อนสูง และเป็นจุดเริ่มต้นของความไม่ชัดเจนในพื้นที่พิพาทตลอดแนวชายแดน —————- แผนที่ 1:50,000 vs. 1:200,000 — แค่เส้นบนกระดาษ หรือเดิมพันของอธิปไตย? เส้นเขตแดนในปฏิบัติการของกองทัพไทย ยึดแผนที่ 1:50,000 ที่มีความแม่นยำและเป็นมาตรฐานระดับสากลสำหรับการปฏิบัติทางยุทธศาสตร์ ขณะที่ MOU 2543 กลับยึดแผนที่ 1:200,000 ที่คลุมเครือ และเปิดช่องให้มีการ “รุกคืบ” อย่างมีนัยยะสำคัญ ข้อวิจารณ์จากหลายฝ่ายจึงไม่ใช่การปฏิเสธการหยุดยิง แต่เป็นคำถามว่า “ถ้าทหารต้องเสียเลือดเพื่อยึดเส้น 1:50,000 แต่รัฐบาลยอมกลับไปใช้แผนที่เดิมที่ทำให้เราอ่อนแอ แล้วเราได้อะไร?” แผนที่ 1:50,000 คือแผนที่ที่ทหารใช้ลาดตระเวนจริง ตายจริง แต่แผนที่ 1:200,000 คือแผนที่ในห้องประชุมที่ปลอดภัยของนักการทูต! ——————— ข้อตกลงหยุดยิง = “รีเซต” กลับไปก่อนปะทะ? แม้ข้อตกลง 3 ข้อที่ออกมาจะฟังดูสร้างสรรค์ เช่น 1. หยุดยิงทันทีโดยไม่มีเงื่อนไข 2. ประชุมผู้บัญชาการระดับสูง 29 ก.ค. 3. เตรียมประชุม GBC ร่วมในวันที่ 4 ส.ค. แต่ทั้งหมดนี้เป็นเพียงการ รีเซตความสัมพันธ์ ไปยังสถานะเดิมก่อนเกิดเหตุรุนแรง ไม่ได้สะท้อนความคืบหน้าในการปกป้องผลประโยชน์ไทย หรือข้อเรียกร้องเชิงรุกในด้านอธิปไตยพื้นที่ทับซ้อน —————- บทบาทอาเซียน–สหรัฐฯ–จีน: ไทยกลายเป็น “ผู้ตาม”…

Read More

พลตรีวินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ชี้แจงกรณีที่ฝ่ายกัมพูชาละเมิดข้อตกลงหยุดยิง โดยระบุว่า ตามที่รัฐบาลไทยและรัฐบาลกัมพูชาได้บรรลุข้อตกลงร่วมกันในการยุติการสู้รบทางทหารบริเวณแนวชายแดน ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เวลา 24.00 น. ของวันที่ 28 กรกฎาคม 2568 เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งความสงบ ลดความตึงเครียด และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อนบ้านนั้น กองทัพบกขอยืนยันว่า ฝ่ายไทยได้ปฏิบัติตามข้อตกลงดังกล่าวอย่างเคร่งครัด โดยได้ทำการหยุดยิงบริเวณพื้นที่แนวชายแดนไทย-กัมพูชาทันทีที่ถึงกำหนดเวลา ด้วยความตั้งใจจริงและยึดมั่นต่อพันธกรณีที่ได้ตกลงร่วมกันของรัฐบาลทั้งสองประเทศ แต่เป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง เมื่อถึงกำหนดเวลาดังกล่าว ฝ่ายไทยยังคงตรวจพบว่าฝ่ายกัมพูชาได้ใช้อาวุธโจมตีเข้ามาในเขตแดนของประเทศไทยอยู่หลายจุด ซึ่งถือเป็นการละเมิดข้อตกลงอย่างจงใจ มีเจตนาทำลายระบบความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน กองทัพบกจึงขอประณามต่อการกระทำดังกล่าว ดังนั้น ฝ่ายไทยจึงจำเป็นจะต้องใช้มาตรการโต้กลับอย่างเหมาะสม ภายใต้สิทธิอันชอบธรรมในการป้องกันตนเอง ทั้งนี้ กองทัพบกขอยืนยันว่า ฝ่ายไทยไม่ได้ใช้กำลังทหารเพื่อรุกราน แต่เพื่อป้องกันการรุกล้ำและรักษาอธิปไตยของชาติ ภายใต้กฎกติกาสากล ขณะที่เพจกองทัพบก ทันกระแส โพสต์แจ้งความคืบหน้าของสถานการณ์ในจุดปะทะต่างๆ ระหว่างทหารไทยกับกัมพูชา โดยระบุ ปักธงชาติไทย ภูมะเขือ ช่องอานม้า ปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาควาย แนวเขตแดนช่องบก พร้อมข้อความ เอกราชจะไม่ให้ใครข่มขี่ และเผยว่า พื้นที่ดังกล่าวสถาปนาความมั่นคงได้เรียบร้อย #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#กัมพูชายิงก่อน#ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด#CambodiaOpenedFire#ทหารมีไว้ปกป้องอธิปไตย#TruthFromThailand#ละเมิดอธิปไตย#กองทัพภาคที่2#กองทัพบก#อาชญากรสงคราม#ยุทธบดินทร์

Read More

นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการณ์นายกรัฐมนตรี และ ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา จะนั่งโต๊ะเจรจายุติการสู้รบ โดยมีนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีประเทศมาเลเซีย ในฐานะประธานอาเซียนเป็นคนกลาง หลังประธานาธิบดี โดนัล ทรัมป์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้โทรศัพท์พูดคุยกับทั้ง 2 ประเทศก่อนหน้านี้ และมีเรื่องการเจรจากำแพงภาษีเป็นเงื่อนไขจากประธานาธิบดีสหรัฐฯ ท่ามกลางสายตาของนานาชาติ เรื่องนี้นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ระบุ ไทยถือไพ่เหนือกัมพูชา เจรจาต้องไม่เสียเปรียบ โดยฝากถึงนายภูมิธรรมต้องให้ยึดมั่นในผลประโยชน์ชาติ คำนึงถึงความสูญเสียชีวิต และทรัพย์สินของประชาชน และทหาร ต้องยืนยันชัดเจนว่าการเจรจาจะไม่กลับกลอก บิดพลิ้ว หรือหักหลังกัน เขายังตั้งข้อสังเกต 7 ข้อที่ไทยได้เปรียบในครั้งนี้ ทั้งเรื่องกัมพูชาเป็นฝ่ายเริ่มต้นความขัดแย้งการการสู้รบ ใช้อาวุธยิงใส่พื้นที่พลเรือน โรงพยาบาล โรงเรียน บ้านเรือนประชาชน ทูตไทยในยูเอ็นชี้แจงได้ชัดเจนกว่ากัมพูชา สมเด็จฮุนเซน ผู้นำกัมพูชาไม่มีเครดิตในสายตาประชาคมโลก กองทัพไทยมีศักยภาพเหนือกว่ากัมพูชา และฝ่ายกัมพูชาเสียหายมากกว่า รวมถึงระบบเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ประชาชนกัมพูชาได้รับผลกระทบมากกว่า “เมื่อเราถือไพ่เหนือกว่า ได้เปรียบกว่าในทุกด้าน การเจรจายุติสงครามหรือการใช้ความรุนแรง ก็ต้องได้เปรียบ อย่าให้ประเทศไทยต้องเสียประโยชน์ในการเจรจาต่อ” นายเทพไทระบุ ขณะที่นางสาวรสนา โตสิตระกูล อดีต สว. กังวลว่าการเจรจาไทย-กัมพูชา จะสร้างความชอบธรรมให้อาชญากร สงครามกัมพูชาหรือไม่? หลัง “ฮุนเซนสั่ง ฮุนมาเนตทำ” ยิงถล่มไทยในพื้นที่พลเรือน โรงพยาบาล บ้านเรือนราษฎรไทย มีพลเรือนเสียชีวิต 16 ราย บาดเจ็บ 29 ราย ดังนั้นการไปเจรจากับฮุน มาเนต จะเป็นการรับรองความชอบธรรมให้กับอาชญากรสงครามมือเปื้อนเลือด พ่อลูกตระกูลฮุนหรือไม่ ?! ขอให้คิดดูให้ดี นางสาวรสนาบอก ไทยสมควรฟ้องฮุนเซน ฮุน มาเนตในฐานะอาชญกรสงคราม ต่อศาลอาญาระหว่างประเทศ และเรียกค่าเสียหายที่ทำให้พลเรือนไทยเสียชีวิต เพราะฝ่ายกัมพูชายังยิงถล่มไทยในพื้นที่พลเรือนหลายพื้นที่ ทั้งที่บอกว่าเจรจาหยุดยิง การไปเจรจาจึงไม่น่าจะทำให้มีข้อตกลงหยุดยิงจากรัฐบาลกัมพูชา นอกจากไทยต้องสูญเสียความชอบธรรมในการฟ้องร้องเอาผิดพ่อลูกที่เป็นอาชญากรสงครามหรือไม่ ?! ขอประกาศว่า พลเรือนไทยต้องไม่ตายฟรี !! #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#กัมพูชายิงก่อน#ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด#CambodiaOpenedFire#ละเมิดอธิปไตย

Read More