Author: Writer Publisher

เป็นแถลงการณ์ชี้แจงของกองทัพภาคที่ 2 โดยระบุตามที่ปรากฏข่าวสารในสื่อสังคมออนไลน์ เหตุการณ์การระเบิดบริเวณอาคารร้างฝั่งกัมพูชาซึ่งอยู่ใกล้แนวชายแดนไทย ฝ่ายไทยมีการตรวจพบว่าฝ่ายกัมพูชาได้ตั้งอาวุธยิงสนับสนุนวิถีโค้งไว้บริเวณพื้นที่พลเรือน และสิ่งปลูกสร้างที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับภารกิจทางทหารในหลายพื้นที่ ซึ่งที่ผ่านมากัมพูชาใช้อาวุธดังกล่าวในการโจมตีพื้นที่พลเรือนของฝ่ายไทยอย่างต่อเนื่อง นำมาซึ่งความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนชาวไทย อันถือเป็นการกระทำที่เข้าข่าย “ใช้พลเรือนเป็นโล่มนุษย์” (Human Shield) ซึ่งเป็นการละเมิดหลักมนุษยธรรมสากล ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 จึงขอยืนยันว่า การใช้กำลังทางทหารของกองทัพไทยมุ่งเป้าเฉพาะไปยังเป้าหมายทางทหารที่ตรวจพบว่ามีการโจมตี หรือคุกคามต่อความมั่นคงของชาติไทย เท่านั้น ทั้งนี้ ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 ยังคงยึดมั่นในหลักสันติวิธี การเคารพในอธิปไตยของประเทศเพื่อนบ้าน และไม่ใช้ความรุนแรงกับพลเรือนทุกกรณี แต่ต้องดำเนินมาตรการป้องกันตนเองจากภัยคุกคามที่เกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ และอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายระหว่างประเทศ #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#กัมพูชายิงก่อน#ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด#CambodiaOpenedFire#ละเมิดอธิปไตย#กองทัพภาคที่2#กองทัพบก#อาชญากรสงคราม#ยุทธบดินทร์

Read More

เพจ FB:กองทัพภาคที่ 2 ออกมาขอความร่วมมือ ในการใช้โซเชียล งดถ่ายภาพ แชร์ภาพยุทโธปกรณ์ทางทหาร และระบุที่ตั้ง โดยระบุแจ้งเตือนพี่น้องประชาชน ในการใช้สื่อโซเชียล ปัจจุบันมีข้อมูลว่าฝ่ายตรงข้ามมีขีดความสามารถในการหาพิกัดที่ตั้งจากการโพส และแชร์ข้อมูลต่างๆในสื่อโซเชียล OSINT(Open Source Intelligence) ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนงดถ่ายภาพ แชร์ภาพยุทโธปกรณ์ทางทหาร และระบุที่ตั้ง ระมัดระวังการโพสข้อมูลต่างๆ ในสื่อโซเชียล OSINT ย่อมาจาก Open Source Intelligence แปลเป็นไทยคือ “ข่าวกรองจากแหล่งเปิดเผย” หรือ “ข่าวกรองโอเพนซอร์ส” OSINT (โอ-ซินท์) คือ การหาข้อมูลจากแหล่งสาธารณะที่ใครๆ ก็เข้าถึงได้ เช่น Google, Facebook, YouTube หรือเว็บไซต์ข่าว แล้วนำข้อมูลเหล่านั้นมา วิเคราะห์ หรือ สืบหาเบาะแส เพื่อใช้ในด้านต่างๆ OSINT ใช้ทำอะไรบ้าง? • หน่วยข่าวกรอง: ติดตามภัยคุกคาม, กลุ่มก่อการร้าย, สถานการณ์ความมั่นคง #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#กัมพูชายิงก่อน#ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด#CambodiaOpenedFire#un#ละเมิดอธิปไตย#กองทัพภาคที่2#กองทัพบก

Read More

เพจ FB กองทัพภาคที่ 2 โพสต์เรื่องนี้ เพื่อเตือนประชาชนในรัศมีการยิงของ “ขีปนาวุธ PHL-03” โดยระบุขีปนาวุธ PHL-03 เป็นระบบขีปนาวุธที่มีความสามารถในการยิงหลายลูกพร้อมกันในระยะทางไกลถึง 130 กิโลเมตรจากตำแหน่งยิง สามารถทำลายที่หมายทางยุทธศาสตร์ และที่ตั้งกำลังทางทหาร ซึ่งกองทัพได้เตรียมการรองรับสถานการณ์ ในการปฏิบัติตามแผนพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง และมีเครื่องมือในการทำลายขีปนาวุธชนิดนี้ แต่เพื่อไม่ประมาทในการป้องกันชีวิตและทรัพย์สินของพลเรือน ขอให้ระมัดระวังการถูกโจมตีที่ไม่พึงประสงค์นี้ ขอให้ประชาชนไม่ตื่นตระหนก และติดตามการแจ้งเตือนจากทางการ ข้อควรระวัง 1.คอยตรวจสอบข่าวสารและการแจ้งเตือนจากทางราชการ 2.หากท่านอาศัยอยู่ใกล้พื้นที่สำคัญหรือมีความเสี่ยงสูง ควรเตรียมการป้องกันโดยการหาที่หลบภัยในที่ปลอดภัย 3.การรักษาระยะห่างจากจุดที่อาจเป็นเป้าหมาย หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้พื้นที่ที่อาจเกิดการโจมตีเมื่อได้รับการเตือน 4.ขอให้ประชาชนทุกท่านติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และหากมีการประกาศภัยพิบัติหรือสถานการณ์ฉุกเฉิน ควรปฏิบัติตามคำแนะนำจากทางการอย่างเคร่งครัด #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#กัมพูชายิงก่อน#ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด#CambodiaOpenedFire#un#ละเมิดอธิปไตย#กองทัพภาคที่2#กองทัพบก

Read More

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คณะกรรมการศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) เปิดเผยกรณีที่ นาย ฮุน มาเนต นายกฯกัมพูชา ใช้ Facebook กล่าวหาไทยโดยมีข้อความว่า “ยอมตกลงหยุดยิงกับ ประธานอาเซียน แล้ว วันที่ 24 ก.ค. 68 เวลาเที่ยงคืน แต่ภูมิธรรม ตัวแทนฝ่ายไทยกลับลำ ปฏิเสธข้อตกลงรอคุยใหม่ไม่มีกำหนด” นายจิรายุระบุว่าการพูดคุยทางโทรศัพท์ ระหว่างนายอันวาร์ อิบราฮิม ประธานอาเซียน กับ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีรักษาการนายกรัฐมนตรีไทย เป็นการพูดคุยเพียงสองต่อสองเท่านั้น ไม่มีนายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีของกัมพูชา เข้าร่วมประชุม 3 สายแต่อย่างใด ทั้งนี้ เนื้อหาของการหารือเป็นการเสนอหยุดยิงในเวลา 24.00 น. ซึ่งนายภูมิธรรมได้รับข้อเสนอ โดยขอตรวจสอบสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชาทั้ง 7 จังหวัด จากนั้นฝ่ายความมั่นคงได้รายงานว่า กองทัพกัมพูชาไม่มีท่าทีท่าว่าจะลดการเผชิญหน้า มีแต่เสริมกำลังเข้าสู่ชายแดนไทยกัมพูชาทั้ง 7 จังหวัด และยังระดมกำลังยิงปืนใหญ่ จรวดหลายลำกล้องเข้าพื้นที่ของพลเรือนอย่างต่อเนื่อง นายภูมิธรรม จึงได้โทรศัพท์กลับไปชี้แจงกับประธานอาเซียนอีกครั้งว่า กองทัพกัมพูชายังเป็นภัยคุกคามต่อประเทศไทย รัฐบาลไทย ขอขอบคุณ ประธานอาเซียน นายอันวาร์ อิบราฮิม สำหรับข้อเสนอหยุดยิงและพร้อมพิจารณา แต่การหยุดยิงต้องมีเงื่อนไขที่เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ในพื้นที่ โดยฝ่ายไทย ต้องดูแลความปลอดภัยของประชาชน และขณะนี้การกระทำของฝ่ายกัมพูชายังคงแสดงออกถึงความไม่จริงใจ และยังคงทำให้คนไทยตกอยู่ในอันตราย ซึ่งรัฐบาลมีหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติและพี่น้องประชาชนจนถึงที่สุด #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#กัมพูชายิงก่อน#ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด#CambodiaOpenedFire#un#ละเมิดอธิปไตย

Read More

มีรายงานล่าสุดว่า ภูมะเขือถูกยึดคืนได้ทั้งหมดแล้ว ทหารไทยได้ปักธงชาติไทยเหนือยอดภู ร้องเพลงชาติให้กึกก้อง “เอกราชจะไม่ให้ใครข่มขี่” ขณะที่เมื่อเช้าทหารกัมพูชาเปิดแนวรุกเพิ่มที่จังหวัดตราด โดยเปิดแนวรบที่สองปะทะกันที่บ้านชำราก จังหวัดตราด ก่อนที่ ทหารกัมพูชาได้ถอยร่นออกไปจากแนวรบที่สองที่พวกเขาเพิ่งเปิดขึ้นไม่นาน การถอยร่นครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่กองทัพเรือไทยได้ส่งนาวิกโยธินเข้าปฏิบัติการภายใต้ยุทธการ “ตราดพิฆาตไพรี 1” เพื่อเข้าทำลายพื้นที่ที่ทหารกัมพูชารุกล้ำอธิปไตยของประเทศไทยทั้ง 3 จุด ขอบคุณข้อมูล-ภาพ FB:Army Military Force – สำรอง และ FB:กองทัพบก ทันกระแส #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#กัมพูชายิงก่อน#ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด#CambodiaOpenedFire#un#ละเมิดอธิปไตย

Read More

รสนา โตสิตระกูล กรรมการนโยบายสภาองค์กรของผู้บริโภค ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านบริการสาธารณะ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม เสนอให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ทบทวนโครงสร้างราคาค่าไฟฟ้า และลดค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) ลง 17 สตางค์ต่อหน่วย สำหรับงวดเดือนกันยายน – ธันวาคม 2568 ผ่านการยกเลิก “ค่าแอดเดอร์” สำหรับผู้ผลิตพลังงานหมุนเวียน ซึ่งจะส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.81 บาทต่อหน่วย เสนอเพิกถอนประกาศโครงสร้างค่าไฟที่ไม่เป็นธรรม “สภาผู้บริโภคไม่เห็นด้วยกับสามทางเลือกที่ขอรับฟังความเห็น เพราะ กกพ.ควรลดค่า Ft ลงจำนวน 17สตางค์ตามที่เคยแถลงข่าวไว้ ผ่านการยกเลิกค่า Adder สำหรับงวดเดือน กันยายน – ธันวาคม 2568 โดยเพิกถอนประกาศคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน เรื่อง กรอบหลักเกณฑ์การกำหนดอัตราค่าไฟฟ้า (Electric Tariff Regulatory Framework) พ.ศ. 2564 และประกาศคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน เรื่อง กระบวนการ ขั้นตอนการใช้สูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ พ.ศ. 2565 ซึ่งจะส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.81 บาทต่อหน่วย” ทางเลือกใหม่ ไม่ผลักภาระหนี้ให้ประชาชน รสนา ระบุอีกว่า “ทั้ง 3 ทางเลือกของ กกพ. ยังดำเนินตามแนวทางเดิม คือ หนึ่ง ขึ้นค่า Ft เต็มจำนวนเพื่อชำระหนี้ให้ กฟผ. ทั้งหมด สอง ขึ้นค่า Ft บางส่วนเพื่อชำระหนี้บางส่วน และสาม ตรึงค่า Ft โดยจ่ายหนี้คืนเพียงเล็กน้อย โดยไม่ได้มีการทบทวนสูตรการคำนวณค่า Ft ว่ามีต้นทุนส่วนใดที่สามารถบริหารจัดการได้เพื่อสร้างความเป็นธรรมแก่ผู้ใช้ไฟฟ้า รวมถึงไม่ได้พิจารณาการเปลี่ยนแปลงนโยบายเพื่อปรับโครงสร้างราคาค่าไฟฟ้าให้เหมาะสม” 2 ข้อเสนอ ปกป้องผู้ใช้พลังงาน-ยกระดับโซลาร์ภาคประชาชน ทั้งนี้ สภาองค์กรของผู้บริโภคมีข้อเสนอต่อ กกพ. 2 ประการ ได้แก่ ขอให้ กกพ. ปฏิบัติหน้าที่ในการปกป้องผลประโยชน์ของผู้ใช้พลังงาน รวมทั้งควรเร่งรัดให้เกิดการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างซึ่งส่งผลต่อราคาค่าพลังงานไฟฟ้าที่กระทบต่อประชาชน ปรับปรุงโครงการโซลาร์ภาคประชาชน โดยกำหนดราคาแบบหักลบกลบหน่วย (Net…

Read More

“วิกฤตชายแดนมีโอกาสที่เปิดอยู่ ไทยต้องคว้าโอกาสนี้ให้ได้ ผู้นำต้องกล้านำ—ถ้าไม่นำก็ไม่ควรเป็นผู้นำ” — รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงและการต่างประเทศ เรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์ในรายการ “เที่ยงเปรี้ยงปร้าง” ดำเนินรายการโดย “สมจิตต์ นวเครือสุนทร” ⸻ วิกฤตที่เปิดโอกาส แม้สถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชาจะเข้าสู่ภาวะปะทะรุนแรงและมีผู้เสียชีวิตจำนวนมากจากการที่กัมพูชายิงใส่พลเรือนโดยตรง รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร มองว่านี่คือเรื่องที่แย่ที่สุดเพราะความสูญเสียไม่ว่าอะไรก็ชดเชยไม่ได้ แต่ขณะเดียวกันก็เป็น “โอกาสครั้งสำคัญ” ที่ประเทศไทยต้องคว้าไว้ให้ได้ “นี่ไม่ใช่แค่การปะทะ แต่มันเป็นโอกาสที่จะจัดระเบียบชายแดนใหม่ ยกเลิกข้อตกลงที่ใช้ไม่ได้ และกำหนดบทบาทของไทยในเวทีโลก” เขาย้ำว่า บทพิสูจน์สำคัญอยู่ที่ผู้นำทางการเมือง “ถ้าเข้าใจปัญหาและกล้านำ นี่จะเป็นจุดเปลี่ยนของประเทศ แต่ถ้าไม่นำ ก็ไม่ควรเป็นผู้นำ” ⸻ กัมพูชารุกก่อน–ไทยต้องเร่งเกมทูต สถานการณ์ล่าสุดที่กัมพูชาเสนอ UNSC ประชุมฉุกเฉิน ทำให้ไทยถูกตั้งคำถามว่าทำไมเดินเกมไม่ทัน รศ.ดร.ปณิธานชี้ว่า แม้รัฐบาลจะล่าช้า แต่โชคดีที่ รมว.ต่างประเทศไทย “มาริษ เสงี่ยมพงศ์” อยู่ที่ยูเอ็น จึงสามารถแถลงข้อเท็จจริงทันที “กัมพูชาใช้กับระเบิด ยิงโจมตีพลเรือน โรงพยาบาล—สิ่งเหล่านี้ขัดต่อกติการะหว่างประเทศ ไทยต้องสื่อสารให้ทั่วโลกเข้าใจว่าเราแค่ปกป้องอธิปไตยและประชาชน” ⸻ สู้ในสงครามข้อมูล อีกข้อได้เปรียบของกัมพูชาคือความไวในการสื่อสาร “หลังปะทะแค่ไม่ถึงชั่วโมง กัมพูชาออกข่าวภาษาอังกฤษแล้ว แต่ของเราใช้เวลานานกว่านั้นมาก” อาจารย์ปณิธานเตือนว่า ถ้ายังปล่อยให้กัมพูชาครองเกมข้อมูล ไทยจะแพ้แม้อยู่ในจุดได้เปรียบ “เราต้องเร่งทำงานเชิงรุก โดยเฉพาะการสื่อสารของกระทรวงการต่างประเทศ ต้องมีช่องทาง มีระบบ มีการตอบโต้แบบทันท่วงที” ⸻ ผู้นำต้องนำ–ไม่ใช่โยนให้ข้าราชการหรือทหาร เขาวิเคราะห์ว่าโครงสร้างการเมืองไทยยังติดกับดักระบบราชการและความลังเลของผู้นำ “ต้องยอมรับว่าไทยใช้ธรรมเนียมการทูตแบบทางการ ไม่กระชับฉับไว ผู้นำต้องกล้าตัดสินใจ ต้องเป็นผู้นำจริง ๆ ไม่ใช่ให้ข้าราชการคิดเองหรือโยนภาระให้กองทัพ” “คุณภูมิธรรมในฐานะรักษาการนายกฯ ต้องออกแรงให้มากกว่านี้ แม้จะมีข้อจำกัดในตำแหน่ง แต่เมื่อเจอวิกฤตความมั่นคง ไม่มีเวลารอ ต้องตัดสินใจให้เร็วและชัดเจน” ⸻ อย่าโกหกตัวเองว่า “ไม่ใช่สงคราม” อาจารย์ปณิธานชี้ว่า ความพยายามเลี่ยงคำว่า “สงคราม” จากฝั่งรัฐบาล ไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น “มันคือสงคราม แม้ยังจำกัดพื้นที่และไม่มีประกาศอย่างเป็นทางการ แต่การไม่ยอมรับความจริงนี้จะทำให้ประชาชนสับสน รัฐบาลเตรียมแผนรับมือไม่ทัน โดยเฉพาะการอพยพ” ⸻ สงครามยุคใหม่ รุนแรงกว่าเดิม เขายังเตือนว่า อาวุธที่ใช้ในการปะทะล่าสุดมีอานุภาพทำลายล้างมากกว่าปี 2554 และพุ่งเป้าโจมตีระยะไกลได้ “ประชาชนได้รับผลกระทบมากกว่าที่รัฐประเมินไว้ เราต้องเปิดโปงกัมพูชาในเวทีอาเซียนและระดับโลก”…

Read More

ทำความรู้จัก “น้องพุดซา” ปุณณดา ประชาทิวัตถ์ ผู้ดำเนินรายการ “Once Upon a Thai” รายการที่จะพาคนรุ่นใหม่กลับไปดื่มด่ำและหลงใหลในเรื่องราวประวัติศาสตร์ ขึ้นชื่อว่า เรื่องราวในประวัติศาสตร์ แน่นอนว่าข้อมูลนั้นถูกต้องครบถ้วนและสมบูรณ์ เพราะ Once Upon a Thai ได้รับอนุญาตจาก เพจ โบราณนานมา ให้หยิบยกเรื่องราวจากในเพจมาเรียบเรียงและบอกเล่า เพื่อกระจายเรื่องราวในประวัติศาสตร์ให้คนรุ่นใหม่ได้รับฟัง และไม่ใช่เพียงแค่เรื่องราวในประวัติศาสตร์ที่เธอสนใจ แต่ “น้องพุดซา” ยังหลงใหลในการออกแบบ ผลงานการออกแบบกราฟิกทุกชิ้น เธอทำมันด้วยความตั้งใจ เช่นเดียวกับโลโก้รายการ Once Upon a Thai ที่ทุกคนได้เห็นประดับอยู่ในรายการ นั่นก็เป็นผลงานการออกแบบของตัวเธอเอง สำหรับรายการ “Once Upon a Thai” คือ รายการที่จะพาทุกคนย้อนเวลาไปดื่มด่ำกับ “ประวัติศาสตร์ละมุน” พร้อมเสพสุนทรียรสจากเรื่องเล่าโบราณในรูปแบบทันสมัย แล้วคุณจะรู้ว่า ‘ประเทศไทย’ มีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์มากมายให้ชวนติดตาม สามารถรับชมเรื่องราวในประวัติศาสตร์อันชวนตะลึงได้ทุกวันจันทร์ และ พุธ ที่ YouTube Channel : The Publisher เตรียมตัวฟินกับอดีตไปด้วยกัน!

Read More

“ถ้า ‘ม้า’ กลายเป็น ‘ลาแก่’—ก็ต้องเปลี่ยนม้า” — พิชิต ไชยมงคล แกนนำ คปท. เรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์ในรายการ “เที่ยงเปรี้ยงปร้าง” ดำเนินรายการโดย สมจิตต์ นวเครือสุนทร —————— จากเวทีรับบริจาค สู่การลุกขึ้น “กำจัดจุดอ่อนของชาติ” พิชิต ไชยมงคล แกนนำ คปท. เผยผ่านรายการ เที่ยงเปรี้ยงปร้าง ถึงความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญที่กำลังจะเกิดขึ้น ณ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ซึ่งเดิมตั้งใจจัดในวันที่ 27 กรกฎาคม แต่จำเป็นต้องขยับไปเป็นวันที่ 2 สิงหาคม เนื่องจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังปะทะกันต่อเนื่อง “เราเลื่อนจัดกิจกรรมไปอีก 1 สัปดาห์ เพื่อประเมินสถานการณ์ เพราะการสู้รบยิ่งทวีความรุนแรง” กิจกรรมดังกล่าวจะประกอบด้วยการบริจาคเลือดและสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากแนวหน้า ตลอดจนการแสดงพลังของประชาชนที่ “ยืนเคียงข้างทหารไทย” พร้อมประณามการกระทำของกัมพูชาที่ “ยิงถล่มบ้านเรือนและโรงพยาบาลของไทย” ซึ่งพิชิตย้ำว่า “ไม่ใช่ยุทธวิธีทางทหาร แต่คือการโจมตีมนุษยธรรม” —————— ข้อเรียกร้อง: “แพทองธารต้องลาออก – รัฐบาลทั้งคณะต้องพ้นไป” ท่ามกลางเสียงปืนที่แนวชายแดน พิชิตมองว่าความอ่อนแอไม่ได้อยู่ที่กองทัพ แต่คือ รัฐบาล ที่เป็น “จุดอ่อนทางความมั่นคง” ซึ่งมีต้นตอจากการแทรกแซงของครอบครัวชินวัตร “สถานการณ์มันบานปลาย เพราะคุณแพทองธารกับคุณทักษิณแทรกแซงกองทัพมากเกินไป… คนที่ต้องรับผิดชอบอันดับแรกก็คือคุณแพทองธาร ในฐานะนายกรัฐมนตรี” และเขาเรียกร้องให้ทั้งนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี “ลาออกทั้งชุด” โดยเปรียบเปรยแรงว่า “นี่ไม่ใช่ม้าศึก แต่คือ ลาแก่ ที่ใช้งานไม่ได้ ต้องเปลี่ยนม้าใหม่เข้ามา ถ้าเปลี่ยนตอนนี้ อาจนำไปสู่ชัยชนะของชาติได้” —————- “ฮุนเซนถืออำนาจมากกว่า” – รัฐบาลกลายเป็นตัวประกัน พิชิตอธิบายว่า ปัจจุบันรัฐบาลไทยตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของฮุนเซน ผู้นำกัมพูชา ซึ่งถือคลิปเสียงหลุดเป็นเครื่องมือต่อรองทางการเมือง โดยชี้ว่าขณะที่ฝ่ายทหารมีเอกภาพพร้อมรบ ประชาชนก็พร้อมหนุน แต่รัฐบาลกลับเป็น “ตัวแปรแปลกแยก” “วันนี้ฮุนเซนถือไพ่เหนือกว่า สถานการณ์แบบนี้เปลี่ยนรัฐบาลคือกำจัดจุดอ่อน ไม่ได้ส่งผลลบต่อยุทธวิธีของทหารด้วยซ้ำ” ————— ทางออกคือเปลี่ยนขั้วอำนาจ ไม่ใช่เปลี่ยนตัวนายกฯในขั้วเดิม แม้พิชิตยอมรับว่าการเปลี่ยนตัวนายกฯ ตามกลไกรัฐสภาอาจนำไปสู่การได้ผู้นำจากพรรคเพื่อไทยอยู่ดี เช่น “ชัยเกษม” แต่ก็เตือนว่าสิ่งนี้จะไม่แก้ปัญหา เพราะยังอยู่ในอาณัติของทักษิณ “ชัยเกษมก็อยู่ใต้อาณัติของคุณทักษิณ ซึ่งฮุนเซนถือไพ่เหนือกว่าอยู่ดี… ถ้าจะเปลี่ยน…

Read More

นายคำนูณ สิทธิสมาน อดีต สว.โพสต์ข้อความเรื่อง ยกเลิก MOU 2543 เสียเถอะ ! เผยฮุนเซนส่องแผนที่ 1 : 200,000 ฉบับรีเมคช่วงต้นทศวรรษ 1950 โดยระบุถึงภาพสมเด็จฮุนเซน ส่องแว่นขยายดูแผนที่บัญชาการรบอยู่ในพนมเปญ จึงสงสัยใช้แผนที่อัตราส่วนใดเวอร์ชันไหน ที่นำมาโปรโมทที่มีการเรียงแผนที่ซ้อนกันบนโต๊ะยาว จะเป็นแผนที่ฝรั่งเศสอัตราส่วน 1 : 200,000 ที่จัดทำขึ้นในช่วงปี 1904 – 1908 ที่กัมพูชายอมรับ และใช้ช่วงชิงปราสาทพระวิหารหรือเปล่า ? หรือจะเป็นเวอร์ชั่นจัดทำใหม่ ! นายคำนูณบอกว่าอาจารย์เทพมนตรี ลิมปพยอม นักวิชาการอิสระด้านประวัติศาสตร์และนักเทววิทยา ขยายภาพแผนที่บนผนังมาให้ดูชัดเจนว่าระบุอัตราส่วน 1 : 100,000 ซึ่งนายคำนูณบอกไม่ใช่ของใหม่ ที่จัดทำขึ้นใหม่ให้ช่วงต้นทศวรรษที่ 1950 ให้ใหญ่ขึ้นจากฐานแผนที่ 1 : 200,000 แต่สารัตถะคงเดิม และถูกบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญกัมพูชา และแผนที่ที่สมเด็จฮุนเซนส่องแว่นขยายดูอยู่ก็คือแผนที่ 1 : 200,000 จัดทำใหม่นั่นเอง นายคำนูณบอกที่เขียนเรื่องนี้เพื่อย้ำว่า MOU 2543 ข้อ 1 (ค) ยอมรับแผนที่ 1 : 200,000 ร่วมกับกัมพูชาสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนไทยกัมพูชา เรื่องนี้คนไทยทั้งชาติเจ็บปวดกับแผนที่ 1 : 200,000 ระวางดงรักเสียปราสาทพระวิหารไปแล้ว ไม่มีหลักประกันอะไรที่แผนที่ 1 : 200,000 ระวางโขง หรือระวางอื่น ๆ อีก “จนถึงขั้นนี้แล้วยังจะกอด MOU 2543 ไว้อีกทำไม ใช้จังหวะนี้ประกาศยกเลิกเสียเถอะ ! ชนะในสนามรบแล้ว อย่าต้องให้มาเสียเปรียบเพื่อนบ้านอันธพาลบนโต๊ะเจรจาเลย” คำนูณสรุปช่วงท้าย #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#กัมพูชายิงก่อน#ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด#CambodiaOpenedFire#un#ละเมิดอธิปไตย#กลุ่มรวมพลังแผ่นดิน

Read More