Author: Writer Publisher

วันที่ 24 กรกฎาคม 2568 – คณะรวมพลังแผ่นดิน ปกป้องอธิปไตย แถลงข่าวนัดรวมตัวประชาชนครั้งใหญ่ในวันที่ 28 กรกฎาคมนี้ ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพื่อเรียกร้องให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ลาออกจากตำแหน่ง พร้อมเรียกร้องให้พรรคร่วมรัฐบาลถอนตัวทันที หากไม่ต้องการสมรู้ร่วมคิดกับผู้นำที่อ่อนแอ ไร้วุฒิภาวะ และมีผลประโยชน์ทับซ้อนกับต่างชาติ ในแถลงการณ์ระบุว่า จากเหตุการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ที่มีทหารและประชาชนไทยบาดเจ็บล้มตายจากเหตุปะทะและวางทุ่นระเบิดในแผ่นดินไทย รัฐบาลภายใต้การนำของแพทองธารกลับแสดงความอ่อนแอ ละเลยต่อการปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติอย่างสิ้นเชิง พร้อมตำหนิท่าที “รักษาน้ำใจ” ผู้นำกัมพูชาว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ส่วนตนมากกว่าคำนึงถึงชีวิตคนไทย คณะรวมพลังแผ่นดินฯ ยังเรียกร้องว่า • รัฐบาลต้องไม่เปิดโอกาสให้ต่างชาติเข้ามาแทรกแซงอธิปไตย-หยุดการซ้อมรบกับนานาประเทศทันที • ให้ออกแถลงการณ์ประณามกัมพูชา รายงานต่อคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติทันที เพื่อให้สามารถใช้กำลังป้องกันตนเองอย่างเต็มที่โดยชอบธรรม • ให้รัฐบาลทั้งคณะลาออกทันที • ยกเลิก ศก.ทบ. สนับสนุนดำเนินการตามยุทธศาสตร์ ยุทธวิธีของกองทัพ สมช.และหน่วยงานด้านความมั่นคง • ยกเลิก MOU43,แผนแม่บท TOR46,MOU44 และแถลงการณ์ร่วม JC44 • ยุติการแทรกแซงกิจการภารกิจของกองทัพและหน่วยงานความมั่นคงทันที คณะรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย ขอประณามการกระทำที่รุนแรงไร้มนุษยธรรม ขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศของกองทัพและรัฐบาลกัมพูชา การรวมตัวในวันที่ 27 กรกฎาคม เวลา 9.00 น. ณ อนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิ จะเป็นการแสดงพลังของประชาชนเพื่อปกป้องอธิปไตย โดยใช้สิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#กัมพูชายิงก่อน#ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด#CambodiaOpenedFire#แพทองธาร#จริยธรรมผู้นำ#ประณาม#ละเมิดอธิปไตย

Read More

กองบัญชาการกองทัพไทย ระบุจากสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ขยายความรุนแรง มีการเปิดฉากยิงโดยกำลังฝ่ายกัมพูชาด้วยอาวุธหลายชนิดเข้ามาฝั่งไทย ในหลายพื้นที่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ทั้งทหารและประชาชนในพื้นที่ ซึ่งตาม พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการ กระทรวงกลาโหม มอบอำนาจให้ผู้บัญชาการทหารสูงสุดเป็นผู้บัญชาการศูนย์บัญชาการทางทหาร ได้สั่งการให้กองทัพบกใช้ #แผนจักรพงษ์ภูวนารถ แล้ว โดยเป็นแผนเผชิญเหตุ ตามแผนป้องกันประเทศฝั่งตะวันออก โดยมี ผู้บัญชาการทหารบก เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ มีอำนาจในการบัญชาการและการใช้กำลังทางบก และร้องขอการสนับสนุนกำลังทางอากาศ และทางเรือ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติของกำลังทางบก ตามแผนเผชิญเหตุ โดยการปฏิบัติการทางทหาร มี 2 ขั้น คือ ขั้นปกติ ขั้นปฏิบัติการ ปัจจุบันอยู่ในขั้นการปฏิบัติการ โดยใช้อาวุธยิงสนับสนุนของกองทัพภาคที่ 2 และ การยิงสนับสนุนทางอากาศจากกองทัพอากาศ โดยมีเป้าหมายคือ ที่ตั้งกองกำลังทหารฝ่ายกัมพูชา เพื่อระงับเหตุการณ์ โดยไม่มีการใช้อาวุธต่อเป้าหมายฝ่ายพลเรือนกัมพูชาแต่อย่างใด ทั้งนี้หากไม่สามารถระงับสถานการณ์ความรุนแรงหรือการใช้กำลังของฝ่ายตรงข้าม กองทัพจะพิจารณายกระดับการใช้กำลังสู่ขั้นการป้องกันประเทศในระดับต่อไป ขณะที่ เพจ Army Military Force – สำรอง มีรายงานล่าสุด : รถถังหลัก T-84 Oplot M ของกองทัพบกไทย ระดมยิงทำลายฐานที่มั่นของทหารกัมพูชา ที่ใกล้กับวัดแก้วสิกขาคีรีสวาระ บริเวณใกล้เขาพระวิหาร ก่อนส่งทหารราบเข้ายึดพื้นที่ ขอบคุณข้อมูล-ภาพ FB:Army Military Force – สำรอง #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#กัมพูชายิงก่อน#ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด#CambodiaOpenedFire#กัมพูชา#แผนจักรพงษ์ภูวนารถ#ประณาม#ละเมิดอธิปไตย

Read More

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม โพสต์ถึงเหตุปะทะระหว่างกองทัพไทยกับกัมพูชาตั้งแต่เช้า พร้อมแนะให้เร่งเผด็จศึกโดยเร็ว เพื่อให้แรงกดดันไปอยู่ที่สมเด็จฮุนเซน กับฮุน มาเนต ซึ่งจะทำให้ชาวกัมพูชาไม่พอใจ และไม่ทันปลุกระแสคลั่งชาติ ล่าสุดเขาโพสต์เรื่อง “เริ่มนับชั่วโมงที่ 1” โดยบอกว่าการวัดความสามารถของทหารในเวลาสงคราม เมื่อเป็นทหารก็ไม่สมควรกลัวการเสียชีวิตในสงคราม เพราะการตายในสงครามเป็นการตายที่มนุษย์ยอมรับและให้ความเคารพมาตั้งแต่สมัยโบราณ ในการทำสงคราม ทหารจะไม่ทำร้ายพลเรือน การที่กองกำลังของกัมพูชาโจมตีและทำร้ายพลเรือนไทย จึงเป็นสิ่งที่ไทยและทั่วโลกไม่อาจยอมรับได้ สิ่งที่ทหารไทยมีอำนาจกระทำได้และควรกระทำทันที คือ ทำลายกองกำลังกัมพูชาที่โจมตีพลเรือนไทย ไม่ปล่อยให้กองกำลังเหล่านั้นทำลายชีวิตพลเรือนไทยอีกต่อไป “ผมเคยได้ยินแม่ทัพกองทัพภาคที่ 2 พูดทำนองว่า สงครามจะจบใน 3 วัน หรือ 72 ชั่วโมง ผมเริ่มนับชั่วโมงที่ 1 ตั้งแต่เวลา 08.20 นาฬิกาของวันนี้ (24 ก.ค.2568) นับตั้งแต่พลเรือนไทยเสียชีวิตคนแรก #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#กัมพูชายิงก่อน#ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด#CambodiaOpenedFire#กัมพูชา#พลโทบุญสินพาดกลาง#ประณาม#ละเมิดอธิปไตย

Read More

วันที่ 24 กรกฎาคม 2568 – สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญออกข่าวประชาสัมพันธ์ ระบุว่า ศาลรัฐธรรมนูญได้ประชุมปรึกษาและมีคำสั่งปิดกระบวนการไต่สวนพยานในคดีที่นายภัณฑิล น่วมเจิม และสส.รวม 121 คน ร้องขอให้วินิจฉัยว่า นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาฯ มี ให้ความเห็นชอบจัดทำโครงการและให้มีการเสนองบประมาณของสำนักงานเลขาฯ สภาฯ จำนวน 3โครงการ ที่มีส่วนโดยทางตรงแะทางอ้อมในการใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2568 และสำนักงานเลขาฯ สภาฯ มีการเสนอทั้งสามโครงการอีกครั้ง ในงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 กรณีการแปรญัตติเพิ่มงบประมาณในโครงการต่าง ๆ เป็นพฤติการณ์เข้าข่ายฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 วรรคสอง ศาลรัฐธรรมนูญได้ไต่สวนพยานรวม 9 ปาก คือนายพิเชษฐ์​ เมืองพาน นายภัณฑิล น่วมเจริญ นายจีรพงศ์ วัฒนะรัตน์ ว่าที่ร้อยตำรวจตรีอาพัทธ์​ สุขุนันท์ นายกุลพล วัชรกาฬ นายวรพงษ์​แพรม่วง นายธีรวัฒน์ เอื้อพอพล นายนาถะ ดวงวิชัย และนางวรรณฤทัย สงวนรักษ์​เห็นว่าพยานหลักฐานเพียงพอในการพิจารณา จึงมีคำสั่งปิดการไต่สวน และนัดแถลงด้วยวาจาเพื่ออ่านคำวินิจฉัยในวันพฤหัสบดีที่ 1 สิงหาคม 2568 เวลา 15.00 น. #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#พิเชษฐ์เชื้อเมืองพาน#ศาลรัฐธรรมนูญ#มาตรา144#โยกงบผิดรัฐธรรมนูญ ่ #งบประมาณ2568#รัฐบาลแพทองธาร#ตรวจสอบอำนาจ#ม144

Read More

24 กรกฎาคม 2568 – รศ.ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง อดีตสมาชิกวุฒิสภา โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก แสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชาที่เริ่มรุนแรงขึ้น พร้อมตั้งคำถามถึงคุณสมบัติของผู้นำประเทศในภาวะวิกฤตเช่นนี้ โดยระบุว่า “ในสภาวะการสู้รบ อาจลุกลามถึงสงคราม ประเทศจำเป็นต้องมีผู้นำที่มีวุฒิภาวะ มีประสบการณ์ มีความรู้รอบ ไม่มีผลประโยชน์ส่วนตนหรือครอบครัวกับต่างชาติ เป็นที่ยอมรับ เชื่อถือในระหว่างประเทศ” พร้อมทั้งทิ้งคำถามไว้ท้ายโพสต์ว่า “ประเทศไทยต้องการเปลี่ยนแปลง ผู้นำประเทศ หรือไม่?” ทั้งนี้ โพสต์ดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงบทบาทของรัฐบาลไทยในการรับมือกับการปะทะตลอดแนวชายแดนกลุ่มปราสาทตาเมือนจนถึงช่องอานม้า ที่เขมรยิงใส่ชุมชนจนมีผู้บริสุทธิ์เสียชีวิตนับสิบราย ท่ามกลางข้อครหาเรื่องความล่าช้าในการสื่อสารระหว่างประเทศของรัฐบาล รวมถึงความสัมพันธ์ส่วนตัวของผู้นำไทยกับผู้นำกัมพูชา โดยมีผู้ร่วมแสดงความเห็นใต้โพสต์จำนวนมากและทั้งหมดสนับสนุนให้รีบเปลี่ยนตัวผู้นำโดยด่วน #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#กัมพูชายิงก่อน#ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด#CambodiaOpenedFire#แพทองธาร#จริยธรรมผู้นำ#ประณาม#ละเมิดอธิปไตย

Read More

เพจ Army Military Force – สำรอง ซึ่งติดตามสถานการณ์การสู้รบระหว่างกองทัพไทยกับฝ่ายกัมพูชา รายงานเรื่องนี้หลังพบว่า เครื่องบินเจ็ตส่วนตัวสมเด็จฮุนเซน Hawker 800XP เดินทางออกจากกรุงพนมเปญมุ่งหน้าสาธารณรัฐประชาชนจีนแล้ว ทั้งนี้ไม่ยืนยันว่าสมเด็จฮุนเซนอยู่บนเครื่องบินลำนี้หรือไม่ หรือวัตถุประสงค์การเดินทางเพื่ออะไร หลังจากที่ฝ่ายกัมพูชาเปิดศึกกับประเทศไทย ขอบคุณภาพจาก FB: Army Military Force – สำรอง #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#กัมพูชายิงก่อน#ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด#CambodiaOpenedFire#กัมพูชา#กระทรวงการต่างประเทศ#ประณาม#ละเมิดอธิปไตย

Read More

เป็นความคืบหน้าการปะทะกันระหว่างทหารไทย กับกัมพูชาบริเวณแนวชายแดนตลอดแนวตั้งแต่จังหวัดอุบลราชธานีถึงบุรีรัมย์เป็นพื้นที่ล่าสุด โดยส่วนใหญ่ใช้อาวุธหนัก ซึ่งช่วงเช้าพบเครื่องยิงจรวด BM21 ตกในเขตบ้านเรือนประชาชน โรงพยาบาล จนมีพลเรือนเสียชีวิตล่าสุด 11 รายบาดเจ็บจำนวนมาก ท่ามกลางการตอบโต้อย่างดุเดือดจากกำลังพลกองทัพภาคที่ 2 ที่ยิงถล่มตัดการส่งกำลังบำรุงขึ้นภูมะเขือ ตัดขาดกำลังบำรุงของกัมพูชาไปยัง “เขาพระวิหาร” พร้อมกับการสนับสนุนจากกองทัพอากาศที่ส่งเครื่องบินรถ F-16 ทิ้งระเบิดเป้าหมายทางทหาร ช่วงบ่ายการปะทะยังมีอย่างต่อเนื่อง โดยเพจกองทัพภาคที่ 2 โพสต์ข้อความขอความร่วมมือ สื่อมวลชน และประชาชนที่อยู่บริเวณชายแดน งดลงภาพหลุมหลบภัย บังเกอร์ ภาพจุดสำคัญ หรือบอกพิกัด เพราะตอนนี้กัมพูชาไม่ได้เล็งทหาร “แต่เล็งประชาชน” ล่าสุดประกาศด่วน! ขอให้ประชาชนในพื้นที่ ต.เสาธงชัย และ ต.โศกขามป้อม จ.ศรีสะเกษ เข้าที่บังเกอร์ หลุมหลบภัยด่วน นอกจากนี้ยังรายงานสถานการณ์สู้รบ โดยระบุมีกระสุนปืน ค.ทหารกัมพูชาตกใส่ไฟไหม้ป่า ฝ่ายเราตอบโต้ด้วยการใช้โดรนทิ้งระเบิด และอีกโพสต์ระบุฝ่ายเรายิงตอบโต้ต่อต้านรถถังกัมพูชา ฝั่งสัตตะโสม เก็บรถถังได้ 2 คัน #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#กัมพูชายิงก่อน#ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด#CambodiaOpenedFire#กัมพูชา#กระทรวงการต่างประเทศ#ประณาม#ละเมิดอธิปไตย

Read More

24 กรกฎาคม 2568 – สถานการณ์การปะทะตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ได้ทวีความตึงเครียดขึ้นอย่างต่อเนื่องและขยายวงกว้างออกไปอีกครั้ง ล่าสุดเมื่อเวลา 13.06 น. ได้มีรายงานว่า ทหารกัมพูชาได้ระดมยิงจรวดหลายลำกล้องแบบ BM-21 โจมตีเข้ามาในพื้นที่ชายแดนของจังหวัดบุรีรัมย์ เหตุการณ์ดังกล่าวบ่งชี้ถึงการยกระดับความรุนแรงของสถานการณ์อย่างชัดเจน เนื่องจากจังหวัดบุรีรัมย์กลายเป็นพื้นที่ล่าสุดที่ได้รับผลกระทบจากการโจมตีด้วยอาวุธหนักจากฝ่ายกัมพูชา หลังจากการปะทะและโจมตีที่เคยเกิดขึ้นในจังหวัดสุรินทร์และศรีสะเกษก่อนหน้านี้ การใช้อาวุธจรวด BM-21 ซึ่งเป็นระบบจรวดที่มีอำนาจการทำลายล้างสูง ยิ่งสร้างความกังวลต่อความปลอดภัยของประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชายแดนของประเทศไทย . #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#กัมพูชายิงก่อน#ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด#CambodiaOpenedFire

Read More

เป็นเพจของกองทัพภาคที่ 2 ชี้แจงเรื่องนี้หลังจากเหตุการณ์ที่กัมพูชา กระทำการโจมตีด้วยอาวุธใส่พื้นที่พลเรือนของไทยในเขต อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ประเทศไทยมีสิทธิในการป้องกันตนเองตามกฎบัตรสหประชาชาติ มาตรา 51 ซึ่งบัญญัติไว้ว่า “…รัฐสมาชิกมีสิทธิในการใช้กำลังเพื่อป้องกันตนเอง หากถูกโจมตีก่อนพร้อมทั้งต้องรายงานต่อคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติทันที…” หากจำเป็นต้องใช้กำลังเพื่อป้องกันตนเอง กองทัพบกไทยจะดำเนินการ ตามหลักสากลของกฎหมายมนุษยธรรม โดยจะ: • โจมตีเฉพาะ เป้าหมายทางทหาร (Military Objective) • หลีกเลี่ยงการกระทบต่อ ทรัพย์สินทางวัฒนธรรม เช่น ปราสาทโบราณ • ไม่ใช้ทรัพย์สินทางวัฒนธรรมเป็นเครื่องมือทางทหาร เพราะจะทำให้ หมดสิทธิได้รับความคุ้มครอง ตามกฎหมายระหว่างประเทศ ประเทศไทยยึดมั่นในหลักนิติธรรมและคุณค่าสากลของมนุษยธรรม แต่จะไม่ยอมให้การโจมตีใด ๆ ละเมิดอธิปไตยและบ่อนทำลายศักดิ์ศรีของชาติได้โดยไม่มีการตอบโต้ ขอบคุณ FB:กองทัพภาคที่ 2 #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#กัมพูชายิงก่อน#ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด#CambodiaOpenedFire#กัมพูชา#UNSC#สหประชาชาติ#ความขัดแย้งชายแดน#ไทยกัมพูชา#ประณาม#อธิปไตย

Read More

24 กรกฎาคม 2568 – ท่ามกลางสถานการณ์การปะทะตามแนวชายแดนที่ทวีความตึงเครียดขึ้นอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลกัมพูชาได้ยกระดับความเคลื่อนไหวทางการทูต โดยได้ส่งจดหมายอย่างเป็นทางการถึงประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) เพื่อร้องขอให้มีการประชุมฉุกเฉิน และเรียกร้องให้องค์กรระหว่างประเทศเข้าแทรกแซงเพื่อยุติสิ่งที่กัมพูชาอ้างว่าเป็นการ “รุกราน” ของประเทศไทย จดหมายดังกล่าว ซึ่งระบุถึงการกระทำของไทยที่อ้างว่าเป็นการรุกรานต่ออธิปไตยของกัมพูชา ได้ถูกส่งถึง ฯพณฯ อาซิม อิฟติกฮาร์ อาหมัด เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรของปากีสถานประจำสหประชาชาติ และประธานคณะมนตรีความมั่นคงสำหรับเดือนกรกฎาคม 2568 การเคลื่อนไหวของกัมพูชาในครั้งนี้ มีเป้าหมายชัดเจนที่จะนำประเด็นความขัดแย้งชายแดนขึ้นสู่เวทีระหว่างประเทศ เพื่อขอให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติพิจารณาและดำเนินการเพื่อ “หยุดยั้งการรุกรานของไทย” ตามคำกล่าวอ้างของกัมพูชา การร้องขอให้มีการประชุมฉุกเฉินของ UNSC ถือเป็นการยกระดับความขัดแย้งที่สำคัญอย่างยิ่ง จากเดิมที่เป็นข้อพิพาทระดับทวิภาคีไปสู่การเป็นวาระที่ต้องได้รับการพิจารณาในระดับโลก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและกระแสตอบรับจากประชาคมระหว่างประเทศต่อสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#กัมพูชายิงก่อน#ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด#CambodiaOpenedFire#กัมพูชา#UNSC#สหประชาชาติ#ความขัดแย้งชายแดน#ไทยกัมพูชา#ประณาม#อธิปไตย#การทูต#ฮุนมาเนต

Read More