- Original
- Urban Culture
- Writer
- About us
- คุยกับสส
- The Persona
- Brief
- Thai Treasure
- Urban life
- On this day
- News
- Home
- Editir pick
- Good
- Persona
- Persona
- Urban
- Business
- Politics
- Playlist
- Home
- People Voice
- Culture
- นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
- Urban Wealth
- Law
- Update
- I’m Youth Ranger
- Urban History
- Issues
- Check
Subscribe to Updates
Get the latest creative news from FooBar about art, design and business.
Author: Writer Publisher
การโจมตีของทหารกัมพูชาด้วยอาวุธหนัก รวมถึงเครื่องยิงจรวด BM21 ใส่เป้าหมายบ้านเรือนประชาชน โรงเรียน โรงพยาบาล โบราณสถาน ปราสาท ศูนย์พัฒนาชายแดนและปั๊มน้ำมัน ทำให้ประชาชนเสียชีวิตอย่างน้อย 4 ราย และบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นการกระทำไร้ซึ่งมนุษยธรรม และละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง ตามอนุสัญญาเจนีวา ซึ่งเป็นสนธิสัญญาด้านกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศที่สำคัญที่สุด กำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติอย่างมีมนุษยธรรม ต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งทางอาวุธ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองผู้ที่ไม่ได้เข้าร่วมการสู้รบ เช่น พลเรือน แพทย์ บุคลากรด้านมนุษยธรรม และผู้ที่ไม่สามารถเข้าร่วมการสู้รบได้อีกต่อไป การละเมิดอนุสัญญาเจนีวาถือเป็นการกระทำผิดทางอาญา เรียกว่า อาชญากรรมสงคราม ซึ่งผู้กระทำจะต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย ก่อนหน้านี้ฝ่ายกัมพูชายังถูกกล่าวหาว่าเป็นฝ่ายลอบวางทุ่นระเบิดตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาจำนวนนับร้อยลูก และทำให้ทหารไทยที่ลาดตระเวนในเขตแดนไทยเหยียบกับระเบิดบาดเจ็บนับสิบนาย ซึ่งเป็นการกระทำที่ละเมิดต่ออนุสัญญาออตตาวา ว่าด้วยทุ่นระเบิดสังหารที่ทั้งไทยและกัมพูชาลงนามในอนุสัญญาดังกล่าว #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#กัมพูชายิงก่อน#ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด#CambodiaOpenedFire#อาชญากรสงคราม#ชายแดนไทยกัมพูชา#ศรีสะเกษ#กันทรลักษ์#ปั๊มปตท#BM21#นักเรียนบาดเจ็บ#ความรุนแรงชายแดน#กองทัพภาคที่2
24 กรกฎาคม 2568 – จากสถานการณ์ความตึงเครียดและการปะทะตามแนวชายแดนที่ทวีความรุนแรงขึ้น ศาสตราจารย์ ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้สั่งการด่วนให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมรับมือเพื่อความปลอดภัยของนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ได้กำชับให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และประสานงานกับหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่เกิดเหตุอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังได้มีคำสั่งให้โรงเรียนทุกแห่งที่ตั้งอยู่ในบริเวณที่ได้รับผลกระทบจากการปะทะ ปิดการเรียนการสอนเป็นการชั่วคราว เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยของทุกคน ศาสตราจารย์ ดร.นฤมล ยังได้เน้นย้ำถึงมาตรการเชิงรุก โดยระบุว่า “ดิฉันได้กำชับให้โรงเรียนในเขตชายแดนจัดเตรียมแผนรับมืออย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะการเตรียมหลุมหลบภัย หรือพื้นที่ปลอดภัยสำหรับนักเรียน รวมถึงสั่งการให้จัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวในพื้นที่ปลอดภัย เพื่อรองรับนักเรียนและครอบครัวที่อาจต้องอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยง” กระทรวงศึกษาธิการจะประเมินสถานการณ์ร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงอย่างต่อเนื่อง เพื่อพิจารณาการเปิดเรียนตามปกติอีกครั้งเมื่อสถานการณ์คลี่คลายลง เพื่อให้กระทบต่อการจัดการเรียนการสอนของนักเรียนในระยะยาวให้น้อยที่สุด #กระทรวงศึกษาธิการ#โรงเรียนชายแดน#ปะทะชายแดน#นฤมลภิญโญสินวัฒน์#ความปลอดภัยนักเรียน#อพยพ#สพฐ#ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#กัมพูชายิงก่อน#ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด#CambodiaOpenedFire
24 กรกฎาคม 2568 – สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงพนมเปญ ได้ออกประกาศเตือนภัยและคำแนะนำเร่งด่วนสำหรับคนไทยในประเทศกัมพูชา หลังสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณแนวชายแดนระหว่างไทยกับกัมพูชายกระดับความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง และเกิดการปะทะกันในหลายพื้นที่ ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะยืดเยื้อและขยายวงกว้างมากยิ่งขึ้น สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และขอแนะนำให้ คนไทยที่พำนักหรือพำนักชั่วคราวในประเทศกัมพูชา และไม่มีความจำเป็นอย่างยิ่งยวด ควรเดินทางออกจากประเทศโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะสามารถดำเนินการได้อย่างปลอดภัย พร้อมกันนี้ ยังขอความร่วมมือให้ คนไทยที่ไม่มีความจำเป็นอย่างยิ่งยวด งดการเดินทางมายังประเทศกัมพูชาในช่วงนี้ จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลง ในกรณีฉุกเฉินหรือมีความต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน คนไทยสามารถติดต่อหน่วยงานของไทยได้ที่: สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงพนมเปญ: โทรศัพท์ฉุกเฉิน: (+855) 975 749 682 สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองเสียมราฐ: โทรศัพท์: (+855) 86 608 999 Call Center กรมการกงสุล (ประเทศไทย): โทรศัพท์: (+66) 2 572 8442 (ตลอด 24 ชั่วโมง) การประกาศเตือนภัยในครั้งนี้ ตอกย้ำถึงความรุนแรงและอันตรายที่กำลังเกิดขึ้นตามแนวชายแดน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัยของคนไทยในกัมพูชา และจำเป็นต้องมีการเฝ้าระวังอย่างสูงสุด #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม #สถานทูตไทย#กัมพูชา#ชายแดนไทยกัมพูชา#ปะทะ#อพยพ#เตือนภัย#ความมั่นคง
24 กรกฎาคม 2568 – จากสถานการณ์ความตึงเครียดและการปะทะบริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชาที่กำลังร้อนระอุ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวด้วยข้อความที่ดุเดือด โดยตำหนิการกระทำของฝ่ายกัมพูชา และยืนยันถึงความอดทนของประเทศไทย น.ส.แพทองธาร ได้โพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรม แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่า ฝ่ายกัมพูชากำลัง “ทำตัวเป็นเหยื่อ” ท่ามกลางสถานการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมย้ำว่าประเทศไทยนั้น “อดทนต่อการยั่วยุมาตลอด” แสดงให้เห็นถึงความไม่พอใจต่อท่าทีและพฤติกรรมของกัมพูชาในความขัดแย้งชายแดน ในโพสต์ดังกล่าว น.ส.แพทองธาร ยังได้ส่งกำลังใจและความห่วงใยไปถึงเจ้าหน้าที่ทหารไทยที่ปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติอยู่ตามแนวชายแดน โดยข้อความที่แข็งกร้าวและตรงไปตรงมาของเธอได้ถูกส่งออกไปในช่วงที่สถานการณ์การปะทะทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีรายงานถึงการใช้อาวุธหนัก และการอพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยง #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม #แพทองธาร#อุ๊งอิ๊ง#ไทยกัมพูชา#ชายแดนไทย#ทหารไทย#การเมืองไทย#ปะทะชายแดน#อินสตาแกรม
.24 กรกฎาคม 2568 – กองทัพบกไทยได้ออกแถลงการณ์ประณามการกระทำของฝ่ายกัมพูชาอย่างรุนแรงและไร้มนุษยธรรม กรณีที่ใช้อาวุธจรวด BM-21 ยิงเข้ามาในพื้นที่ชุมชนภายในเขตแดนไทย ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและต้องเร่งอพยพประชาชนในพื้นที่ ตามแถลงการณ์จากศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก โดยทีมโฆษกกองทัพบก ระบุว่า เมื่อเวลาประมาณ 09.40 น. ของวันนี้ (24 กรกฎาคม 2568) กองทัพกัมพูชาได้ยิงจรวด BM-21 ซึ่งเป็นอาวุธที่มีอำนาจการทำลายล้างสูง เข้ามาในพื้นที่ชุมชนภายในศูนย์พัฒนาพื้นที่ชายแดน อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ จำนวน 2 นัด เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ราษฎรผู้บริสุทธิ์ได้รับบาดเจ็บจำนวน 3 ราย ซึ่งทันทีที่เกิดเหตุการณ์ ฝ่ายไทยได้ดำเนินการอพยพประชาชนออกจากพื้นที่โดยทันที เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน ขณะนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของกองทัพบกกำลังเฝ้าติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งเตรียมมาตรการรองรับสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นในทุกมิติอย่างรอบด้าน หากมีความคืบหน้าเพิ่มเติมในสถานการณ์ ทางกองทัพบกจะได้รายงานให้ประชาชนและสื่อมวลชนทราบต่อไปโดยเร็วที่สุด การโจมตีเป้าหมายพลเรือนด้วยอาวุธร้ายแรงเช่นนี้ ถือเป็นการกระทำที่ผิดหลักมนุษยธรรมและกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งกองทัพบกไทยจะดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อปกป้องอธิปไตยและความปลอดภัยของประชาชนไทย #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#กองทัพบก#ชายแดนไทยกัมพูชา#สุรินทร์#กาบเชิง#BM21#ประณามการโจมตี#อพยพประชาชน#ความมั่นคง
เพจ FB: ชุมชนคนสุรินทร์ โพสต์ภาพความเสียหายและร่องรอยชาวบ้านได้รับบาดเจ็บหนัก โดยระบุ ด่วน !! ลูกกระสุนไม่ทราบชนิดจากฝั่งกัมพูชา ตกลงที่บ้านพลเรือน บ้านนายสุธี บ้านโจรก หมู่ที่ 2 ต. ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ มีผู้บาดเจ็บ 4 ราย ทั้งนี้มีคำแจ้งเตือนชาวบ้านบริเวณตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาในเขตสีแดง ให้เข้าพื้นที่ปลอดภัย หรือหลุมหลบภัย ขณะนอกพื้นที่สีแดงสั่งให้อพยพทันที ขอบคุณภาพ-ข่าว FB:ชุมชนคนสุรินทร์ #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#ชายแดนไทยกัมพูชา#สุรินทร์#กาบเชิง#อพยพด่วน#กองทัพภาคที่2#สถานการณ์ฉุกเฉิน
มีรายงานสถานการณ์การสู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาในพื้นที่ของกองทัพภาคที่ 2 ซึ่งล่าสุดฝ่ายทหารกัมพูชาเปิดการรบเต็มรูปแบบ ยิงตลอดแนวตั้งแต่ช่องบก จังหวัดอุบลราชธานี, ปราสาทตาควาย จังหวัดสุรินทร์ – ปราสาทโดนตวล จังหวัดศรีสะเกษ จนแนวเขาพระวิหาร ระดมยิงปืนใหญ่และระดมยิงจรวดหลายลำกล้อง BM-21 จากฐานยิงเขาแหลมห่างช่องจอม ประมาณ 6 กิโลเมตร ตกใส่ปราสาทโดนตวลที่จังหวัดศรีสะเกษ โดยเพจกองทัพภาคที่ 2 รายงานว่า เกิดการปะทะตลอดหน้าแนว ทั้งอาวุธปืนเล็ก อาวุธหนัก ทหารไทยบาดเจ็บแล้ว 1 นาย พร้อมระบุกัมพูชา ไม่สนประชาชน ใช้จรวด BM-21 ยิงจากฐานยิงเขาแหลมตกใส่ ปราสาทโดนตวล จ.ศรีสะเกษ นอกจากนี้ยังระบุ อพยพด่วน!! กัมพูชายิงใส่พื้นที่ชุมชน บริเวณศูนย์พัฒนาพื้นที่ชายแดน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ขณะที่ทางอำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ แจ้งประชาชนในพื้นที่ให้เข้าหลุมหลบภัยหรือพื้นที่ปลอดภัยก่อน ย้ำให้เข้าหลุมหลบภัยหรือพื้นที่ปลอดภัยก่อนเท่านั้น รอสถานการณ์สงบค่อยอพยพตามแผน อีกโพสต์ระบุตามมาว่า ขณะนี้มีการยิงโต้ตอบจากฝั่งกัมพูชา ขอเน้นย้ำให้ประชาชนตลอดแนวชายแดนโซนสีแดงเข้าหลุมหลบภัย ย้ำพื้นที่สีแดงเข้าหลุมหลบภัย ส่วนพื้นที่นอกให้อพยพตามแผน ขอบคุณภาพ FB:ชุมชนคนสุรินทร์ #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#ชายแดนไทยกัมพูชา#ปราสาทตาเมือนธม#สถานการณ์ตึงเครียด#กัมพูชาอ้าง#ความขัดแย้ง#ข่าวชายแดน#ทหารกัมพูชา#ทหารไทย#อุดรมีชัย#พระวิหาร
ยืนยันอย่างเป็นทางการกับเหตุปะทะกันเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา โดยเพจกองทัพบกรายงานว่า เวลา 07.35 น. หน่วยเฉพาะกิจที่ดูแลพื้นที่ปราสาทตาเมือนรายงานว่า ได้ยินเสียงอากาศยานไร้คนขับ (UAV) ของฝ่ายกัมพูชาบินวนอยู่บริเวณหน้าปราสาทตาเมือนธม แม้ไม่สามารถตรวจพบตัวอากาศยานได้ด้วยสายตา แต่สามารถได้ยินเสียงอย่างชัดเจน ต่อมาฝ่ายกัมพูชาได้นำอาวุธเข้าสู่ที่ตั้งบริเวณด้านหน้าแนวลวดหนาม และพบกำลังพลกัมพูชาจำนวน 6 นาย พร้อมอาวุธครบมือรวมทั้ง RPG เดินเข้ามาใกล้แนวลวดหนามบริเวณด้านหน้าฐานปฏิบัติการของไทย ฝ่ายไทยได้ใช้การตะโกนเจรจาเพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งและยกระดับสถานการณ์ โดยฝ่ายไทยเฝ้าระวังตลอดแนวชายแดนเพื่อเตรียมรับสถานการณ์ อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาประมาณ 08.20 น. ฝ่ายกัมพูชาได้เปิดฉากยิงเข้ามาบริเวณตรงข้ามฐานปฏิบัติการทางทิศตะวันออกของปราสาทตาเมือน ในระยะประมาณ 200 เมตร ขณะนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของกองทัพบกกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากมีข้อมูลเพิ่มเติมจะรายงานความคืบหน้าให้ทราบต่อไป ขณะที่ในโลกโซเชียลมีการโพสต์เชิญชวนคนไทยส่งกำลังใจให้ทหารแนวหน้า เช่นนายคำนูณ สิทธิสมาน อดีต สว.ที่ระบุ “ขอส่งกำลังใจจากแนวหลังสู่พี่น้องทหารในแนวหน้า ยืนหยัดต่อกรรัฐอันธพาลพิทักษ์ปกป้องอธิปไตยไทย #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#รุกล้ำอธิปไตยไทย#ปราสาทตาเมือน#อนุสัญญาออตตาวา#กองทัพไทย#ปะทะทหารกัมพูชา#ลอบวางทุ่นระเบิด#ข้อพิพาทชายแดนไทยกัมพูชา#กัมพูชาล้ำอธิปไตยไทย
เหตุเกิดเมื่อช่วงเช้าหลัง พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 สั่งปิดจุดผ่านแดนตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา และงดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเยี่ยมชมปราสาทตาเมือน และปราสาทตาควาย จากนั้นหน่วยเฉพาะกิจที่สองกองกำลังสุรนารี ได้ส่งชุดประสานงานพูดคุยชายแดน แจ้งให้ทางกัมพูชา ทราบว่าไทยปิดการท่องเที่ยว ประสาทตาเมือนธมโดยการพูดคุยล้มเหลว ทางกัมพูชาไม่ยอม ต่อมาเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยได้นำลวดหนามหีบเพลงมาล้อมทางขึ้นและบริเวณรอบปราสาทตาเมือนธม ขณะทหารฝ่ายกัมพูชา ได้ตั้งอาวุธปืนหน้าแนวทางขึ้นปราสาทตาเมือนธม พร้อมได้ยินเสียงโดรนฝ่ายกัมพูชาบินลาดตระเวณรอบปราสาทตาเมือนธม ซึ่งมีทหารกัมพูชาจำนวน 6 คนพร้อมอาวุธครบมือ รวมถึงเครื่องยิงระเบิดเข้ามาประชิดรั้วลวดหนามที่ฝ่ายทหารไทยวางไว้ จากนั้น เวลา 08.20น. ทหารฝ่ายกัมพูชา ได้เปิดฉากยิง บริเวณตรงข้ามฐานหมูป่า ทางทิศตะวันออก ห่างจากปราสาทตาเมือนธม 200 เมตร ฝ่ายทหารไทย ตอบโต้เพื่อป้องกันตัว ขณะที่ เพจ Army Military Force – สำรอง เผยภาพบริเวณปราสาทตาเมือนธม พร้อมคำอธิบายว่า ควันโขมง! ทหารกัมพูชายิงปืนใหญ่ใส่ปราสาทตาเมือนธม ขอบคุณภาพจาก FB: Army Military Force – สำรอง #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#รุกล้ำอธิปไตยไทย#ปราสาทตาเมือน#อนุสัญญาออตตาวา#กองทัพไทย#ปะทะทหารกัมพูชา#ลอบวางทุ่นระเบิด#ข้อพิพาทชายแดนไทยกัมพูชา#กัมพูชาล้ำอธิปไตยไทย
—ชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต ส.ส.นครนายก พรรคประชาธิปัตย์เรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์ในรายการ “เที่ยงเปรี้ยงปร้าง” ดำเนินรายการโดย “สมจิตต์ นวเครือสุนทร”——————— “ใครทำผิด ขอให้เจ้าพ่อหลักเมืองดลบันดาลให้กลับเข้าคุก” “ในวันที่ไปยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา ผมนำเอกสารไปไหว้ศาลหลักเมือง พระสยามเทวาธิราช พระแก้วมรกต ว่า จะนำเรื่องให้ศาลฎีกาพิจารณาไต่สวน ใครทำผิดขอให้เจ้าพ่อหลักเมือง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยดลบันดาลให้คนชั่วกลับเข้าคุก ใครที่ทำผิดให้รับโทษให้หมด ผมไม่ได้แช่งแต่ไปขอความกรุณาจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยปกป้องบ้านเมืองด้วย ผมทำด้วยใจบริสุทธิ์ ไม่เกี่ยวกับการเมือง ไม่ได้กลั่นแกล้งใคร ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านเมืองคุ้มครองประเทศไทยด้วย ให้อยู่ในความสงบ ขจัดสิ่งชั่วร้ายให้หมดไป” เป็นความลับที่ชาญชัย อิสระเสนารักษ์อดัตสส.นครนายก พรรคประชาธิปัตย์ เปิดผยกลางรายการเที่ยงเปรี้ยงปร้าง ถึงที่มาของคำร้องก่อนยื่นต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยผ่านการยื่นคำร้องถึงสามรอบ ก่อนที่ศาลฯ จะยกคำร้องของเขาเพราะไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรง แต่เนื่องจากความปรากฏต่อศาลฯ แล้ว ศาลฯ จึงใช้อำนาจออกคำสั่งไต่สวนคดีนี้ จนการไต่สวนใกล้จบในสิ้นเดือนนี้แล้ว———-“ทักษิณไม่รอด ต้องกลับเข้าเรือนจำ” หลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเปิดการไต่สวนคดี “ชั้น 14” ของนายทักษิณ ชินวัตร ต่อเนื่องมาแล้ว 5 นัด โดยเหลืออีกเพียง 2 นัดสุดท้ายคือวันที่ 25 และ 30 กรกฎาคม ชาญชัยย้ำว่า “ทักษิณไม่รอด ต้องกลับเข้าเรือนจำ เพราะจากคำให้การตลอด 5 นัดที่ผ่านมายิ่งตอกย้ำว่าไม่มีการจำคุกตามคำพิพากษาจริง และมีการร่วมมือกันหลอกประชาชนว่ามีการจำคุกเกิดขึ้น”——————“ไม่มีการแจ้งศาลอนุญาต ถือว่าละเมิดอำนาจศาล” เขายืนยันว่ากระบวนการส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลตำรวจ 181 วัน ไม่เป็นไปตามมาตรา 246 ของประมวลกฎหมายอาญา อาการป่วยของทักษิณไม่วิกฤตจริง “ไม่มีการแจ้งให้ศาลฯ อนุญาตกรณีนำนักโทษไปรักษาตัวนอกเรือนจำ ถือเป็นการละเมิดอำนาจศาลด้วย เขาทำลายตัวเขาเองหมดเลย” เขาระบุว่าขณะนี้ “ศาลฯ เค้นความจริงออกมาได้ 90% แล้ว ตอนนี้เหลือความจริงของแพทยสภาที่จะมาให้ข้อมูลในวันที่ 25 ก.ค.”—————-“ทำลายระบบยุติธรรมและมาตรฐานทางการแพทย์” “สิ่งที่เกิดขึ้นนอกจากทำลายระบบยุติธรรมแล้วยังทำลายมาตรฐานทางการแพทย์ด้วย จากความพยายามช่วยคน ๆ เดียวจนเกิดความเสียหายไปหมด ประเทศหมดความเชื่อถือ คนทำผิดเป็นถึงอดีตนายกฯ และมีเจ้าหน้าที่และ รมต.ปัจจุบันไปช่วยเหลือ เป็นการกระทำที่ไม่เคารพยำเกรงต่อกฎหมาย”—————“วิษณุอาจเป็นตัวปิดเกม” ชาญชัยยังเชื่อว่า นัดไต่สวนนัดสุดท้ายในวันที่ 30 ก.ค. ซึ่งนายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกฯ จะเข้ามาให้การเป็นพยาน…
