- Original
- Urban Culture
- Writer
- About us
- คุยกับสส
- The Persona
- Brief
- Thai Treasure
- Urban life
- On this day
- News
- Home
- Editir pick
- Good
- Persona
- Persona
- Urban
- Business
- Politics
- Playlist
- Home
- People Voice
- Culture
- นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
- Urban Wealth
- Law
- Update
- I’m Youth Ranger
- Urban History
- Issues
- Check
Subscribe to Updates
Get the latest creative news from FooBar about art, design and business.
Author: Writer Publisher
พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยถึงสถานการณ์หลังกำลังพลได้รับบาดเจ็บจากทุ่นระเบิด ระหว่างลาดตระเวนในพื้นที่ชายแดนช่องบก จังหวัดอุบลราชธานี และพลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ชี้แจงผลตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุระบุว่ามีวางทุ่นระเบิดใหม่ 8 ทุ่นในพื้นที่เขตแดนไทย ซึ่งขัดต่ออนุสัญญาออตตาวา ว่าด้วยการห้ามใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล หน่วยจะรายงานข้อเท็จจริงถึงกองทัพบกและรัฐบาล เพื่อประท้วงผ่าน UN ต่อไป พร้อมเตรียมส่งทหารเข้าตรวจพื้นที่ และเก็บกู้ตลอดแนวชายแดน ควบคู่ไปกับใช้การมาตรการตอบโต้ทางทหารอย่างเหมาะสม กรณีดังกล่าวพลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก หรือ ผบ.ทบ. รู้สึกเสียใจที่กำลังพลได้รับบาดเจ็บ พร้อมสั่งการให้ต้นสังกัดติดตามการรักษาพยาบาลอย่างใกล้ชิด ดูแลสิทธิและสวัสดิการให้กำลังพลและครอบครัวอย่างเต็มที่ ผบ.ทบ. ยังระบุอีกว่า การลาดตระเวนของหน่วยทหารเป็นมาตรการเชิงรุกที่ได้ผลในการตรวจตราและรักษาพื้นที่แนวชายแดนไม่ให้ถูกรุกล้ำ แต่อาจต้องแลกมาด้วยความเสี่ยง และจากการตรวจที่เกิดเหตุชัดเจนแล้วว่า ทุ่นระเบิดที่ทำให้เกิดเหตุการณ์เป็นทุ่นระเบิดที่วางขึ้นใหม่ ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญที่สนับสนุนความชอบธรรมของฝ่ายไทยในการดำเนินมาตรการตอบโต้ต่อฝ่ายกัมพูชา ทั้งในด้านการทหารและด้านการต่างประเทศ กองทัพบกขอยืนยันจะปฏิบัติหน้าที่ในการปกป้องอธิปไตยและเกียรติภูมิของชาติ ด้วยความรอบคอบ และตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง เพื่อให้เป็นที่ยอมรับในสายตาสังคมโลก และไม่ตกเป็นเป้าของการบิดเบือนจากฝ่ายที่ไม่หวังดี ที่สำคัญกองทัพบกตระหนักดีว่า ประชาชนของไทยและกัมพูชาไม่ใช่คู่ขัดแย้งกัน ความตึงเครียดที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดน มิใช่ปัญหาความขัดแย้งระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ จึงไม่ควรปล่อยให้สถานการณ์ถูกตีความผิด จนบานปลายไปสู่ความเกลียดชังระหว่างกัน #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#วางกับระเบิดของกัมพูชาในเขตแผ่นดินไทย#วางกับระเบิด#กองทัพบก#รัฐบาลแพทองธาร#กองทัพภาค2#ชายแดนไทยกัมพูชา#ผบทบ#สนธิสัญญาออตตาวา
นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งไปร่วมพิธีเททองหลวงพ่อคูณ ที่วัดบ้านไร่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ได้พูดถึงกรณีที่ทหารเหยียบทุ่นระเบิด พื้นที่ช่องบก จังหวัดอุบลราชธานี ที่ล่าสุดพบเป็น ‘ทุ่นระเบิดใหม่’ โดยบอกว่าหากชัดเจนว่าเป็นทุ่นระเบิดใหม่ก็ต้องว่ากันไป ก็ต้องประท้วงตามกติกา และประท้วงเสร็จก็ต้องมาคุยกันทั้งสองฝ่าย ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า ฝั่งกัมพูชามักเล่นนอกเกมต้องรับมืออย่างไร นายทักษิณระบุว่า ว่ากันสิ่งที่ควรจะเป็น ถ้าทำอะไรที่นอกกติกา ก็ต้องดำเนินการ เมื่อถามว่าต้องร้ององค์กรที่เกี่ยวข้องหรือไม่ เนื่องจากมีสนธิสัญญาออตตาวา ว่าด้วยเรื่องทุ่นระเบิด นายทักษิณระบุที่จริงแล้วไทยมีสนธิสัญญาหลายฉบับ แต่ไม่ได้หยิบขึ้นมาใช้ ทั้งนี้นายทักษิณบอกจะไม่เจรจาโดยใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวแล้ว “ไม่มีอีกแล้ว เพราะกลัวโดนอัดเทปเหมือนกัน” นายทักษิณยืนยันด้วยเสียงหนักแน่น #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#วางกับระเบิดของกัมพูชาในเขตแผ่นดินไทย#วางกับระเบิด#ทหารไทย#ฮุนเซน#กองทัพภาค2#ชายแดนไทยกัมพูชา#ทักษิณชินวัตร#สนธิสัญญาออตตาวา
พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 แถลงเรื่องนี้ที่กองกำลังสุรนารี หลังได้รับรายงานผลกู้ระเบิด 8 ลูกในพื้นที่ช่องบก จังหวัดอุบลราชธานี โดยระบุเป็นทุ่นระเบิดวางใหม่ เลยแนวการวางกำลังกัมพูชา 100-150 เมตร ตลอดทั้งแนว ยืนยันทุ่นระเบิดวางจากฝั่งตรงข้ามแน่นอน ไม่ใช่ทุ่นระเบิดไทยใช้อยู่ เชื่อลอบวางหลังปรับกำลัง ทั้งนี้ทุ่นระเบิดยังเหลือ 100 ลูก ที่พบเป็นชนิดเดียวกัน “คาดว่าเป็นการลอบวางช่วงถอนกำลังจากลาดตระเวน ทั้งนี้ทางกองทัพสามารถตอบโต้ตามความเหมาะสม ตามขอบเขตต่อไป เราไม่ยอมรับอยู่แล้ว ต้องแก้ปัญหา เพื่อศักดิ์ศรีของประเทศ และลูกน้องเราด้วย” พลโทบุญสิน พูดถึงการล้อมรั้วปราสาทตาเมือนธมว่า ถ้าประเทศคู่กรณีไม่เห็นด้วยจะมีปัญหา มีการปะทะกันด้วยอาวุธ กระทบทุกภาคส่วน แต่อนาคตอาจหลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างไรก็ตามขอทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ไม่ได้นับวันจะเกษียณ แต่จะพยายามให้ข้อพิพาทด้านนี้จบก่อนเกษียณอายุ ทั้งนี้ ศบ.ทก.จะนำข้อมูลดังกล่าวเข้าที่ประชุมบ่ายวันพรุ่งนี้ ซึ่งจะมีตัวแทนจากกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อดำเนินการฟ้องต่อสหประชาชาติ หลังพบหลักฐานชัดเจนว่ากัมพูชากระทำการละเมิดอนุสัญญาออตตาวาเรื่องการวางทุ่นระเบิด #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#วางกับระเบิดของกัมพูชาในเขตแผ่นดินไทย#วางกับระเบิด#ทหารไทย#รัฐบาลแพทองธาร#กองทัพภาค2#ชายแดนไทยกัมพูชา#พลโทบุญสิน_พาดกลาง#สนธิสัญญาออตตาวา
พลตำรวจตรีจรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยกรณีกระแสข่าวในโซเชียลลือพาดพิงถึงพระชั้นผู้ใหญ่หลายรูปตามวัดใหญ่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยระบุไม่ต้องการให้เผยแพร่ข่าวลือจนสร้างความเสียหาย ยืนยันว่าที่เคยให้สัมภาษณ์ว่ายังมีพระชั้นผู้ใหญ่มีความเกี่ยวข้องสีกาอีก แต่ไม่เกี่ยวข้องกับกอล์ฟ เป็นพระที่มีสมณศักดิ์สูงกว่าพระในคดีกอล์ฟ อยู่ในพื้นที่ต่างจังหวัด ไม่ใช่ในกรุงเทพมหานคร ไม่ถึงระดับสมเด็จแต่อย่างใด ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ ขอเวลาตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ได้หลักฐานชัดเจนก่อน ส่วนการตั้งศูนย์ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา เพื่อรับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับพระโดยเฉพาะ ขณะนี้ มีประชาชนแจ้งเบาะแสมาแล้วหลายร้อยสาย ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังคัดแยกข้อมูล จึงยังไม่สามารถตอบได้ว่า จะมีเรื่องที่เกี่ยวกับกอล์ฟอีกหรือไม่ #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#วงการสงฆ์#วงการผ้าเหลือง#สีกากอล์ฟ#ผิดวินัยสงฆ์#สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ#สงฆ์ผิดเสพเมถุนติดคุก#จรูญเกียรติปานแก้ว#พระชั้นผู้ใหญ่
เป็นรายงานข่าวที่ว่า พล.อ.ณัฐพล นาค พาณิชย์ รมช.กลาโหม และผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา หรือ ศบ.ทก. นัดประชุม ศบ.ทก.วันพรุ่งนี้ (20 ก.ค.68) เวลา 14 นาฬิกา เพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินการกรณีกำลังพลประสบเหตุเหยียบกับระเบิดขณะลาดตระเวนบริเวณช่องบก จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งจากหลักฐานเป็นการวางกับระเบิดใหม่ โดยมีกระทรวงการต่างประเทศเข้ามาร่วมประชุมด้วย เพื่อให้คำแนะนำขั้นตอนดำเนินการ ร่วมถึงตรวจสอบข้อมูลหลักฐาน ของแต่ละฝ่ายว่าตรงกันหรือไม่ เมื่อได้ข้อสรุปแล้ว จะแถลงเป็นทางการต่อไป นอกจากนี้ยังสั่งการกองทัพภาคที่ 2 เก็บข้อมูลหลักฐานทั้งหมด อย่างรัดกุมรอบคอบ ศึกษาขั้นตอนดำเนินการ และรายงานผล เป็นลายลักษณ์อักษร เนื่องจากต้องเก็บทุกอย่างเป็นหลักฐาน เพื่อส่งให้กระทรวงการต่างประเทศต่อไป โดยจะนำข้อมูลและหลักฐานฟ้องยูเอ็นกัมพูชาละเมิดอนุสัญญาออตตาวา และหากกัมพูชาปฏิเสธ ก็ต้องหาหลักฐานมาหักล้างข้อมูลของฝ่ายไทย ในขณะเดียวกันทางการไทยจะส่งทหารช่าง เข้าไปเก็บกู้วัตถุระเบิดในพื้นที่อธิปไตยของไทยที่ช่องบก #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#วางกับระเบิดของกัมพูชาในเขตแผ่นดินไทย#วางกับระเบิด#ทหารไทย#รัฐบาลแพทองธาร#กองทัพภาค2#ชายแดนไทยกัมพูชา#ณัฐพลนาคพาณิชย์#สนธิสัญญาออตตาวา
เป็นหนังสืออย่างเป็นทางการจากราชอาณาจักรกัมพูชาถึงทางการไทย เรื่องการปฏิเสธต่อการนําเสนอของสื่อมวลชนไทยกรณีทหารไทย 3 นายได้รับบาดเจ็บจากทุ่นระเบิดในพื้นที่มุมเบ็ย (ช่องบก) โดยระบุสำนักงานปฏิบัติการทุ่นระเบิดและช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากทุ่นระเบิดแห่งชาติกัมพูชา (สํานักงานทุ่นระเบิด) แจ้งว่ามีสื่อมวลชนไทยจํานวนหนึ่ง อ้างแหล่งข้อมูลและเผยแพร่ข่าวทหารไทย 3 นายได้รับบาดเจ็บจากระเบิด เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2568 (ยืนยันโดยฝ่ายไทย) อยู่ในพื้นที่มุมเบ็ย (ช่องบก) มีเจตนา กล่าวหาโดยไม่มีมูลความจริง และไม่ตรวจสอบว่ากัมพูชาได้วางทุ่นระเบิดใหม่ สํานักงานทุ่นระเบิด ขอชี้แจงว่า 1. ขอปฏิเสธและปัดตกทั้งหมดต่อเนื้อหาข่าวที่เผยแพร่โดยมีเจตนากล่าวหาว่า กัมพูชาได้วางทุ่นระเบิดใหม่ 2. กัมพูชา เป็นประเทศที่เคยได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากทุ่นระเบิดและวัตถุระเบิดตกค้างจากสงคราม จึงขอประณามและคัดค้านอย่างเด็ดขาดต่อการใช้ การผลิต และ การเก็บรักษาทุ่นระเบิด และแสดงความเสียใจต่อโศกนาฏกรรมที่เกิดจากทุ่นระเบิดและวัตถุระเบิดจากสงคราม ไม่ว่าที่ใด กับเชื้อชาติใดก็ตาม 3. ภายใต้การบริหารที่มีวิสัยทัศน์ของ สมเด็จเดโช ฮุน เซน อดีตนายกรัฐมนตรี และ บิดาแห่งสันติภาพ ชนชาติเขมรทั้งมวล และ สมเด็จธิบดี ฮุน มาแนต นายกรัฐมนตรี ได้ยึดมั่น สันติภาพ เป็นคุณค่าสูงสุด และมุ่งมั่นที่จะมีส่วนร่วมในการบรรลุวิสัยทัศน์ของโลกที่ปราศจากทุ่นระเบิด 4. กัมพูชา เป็นรัฐภาคีของอนุสัญญาห้ามการใช้ทุ่นระเบิดต่อบุคคล (อนุสัญญาออตตาวา) และได้ปฏิบัติตามพันธกรณีของตน รวมถึงบรรทัดฐานและเจตนารมณ์ของอนุสัญญาอย่างเคร่งครัด 5. เหตุการณ์ที่ทหารไทยได้รับบาดเจ็บจากทุ่นระเบิดนี้ กัมพูชาคาดหวังว่าในการสันนิษฐาน หรือ กล่าวหาใดๆ ต้องผ่านการตรวจสอบที่ชัดเจน มีหลักฐานเพียงพอ และขณะเดียวกันกัมพูชายังคงปฏิบัติตามบันทึกความเข้าใจร่วมปี 2543 ในความร่วมมือตามแนวชายแดนกัมพูชา-ไทย 6. สํานักงานทุ่นระเบิดขอปฏิเสธและปัดตกทั้งหมดต่อข้อกล่าวหาของสื่อไทยบางสํานัก และ ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องหลีกเลี่ยงการสันนิษฐานหรือการกล่าวหาใดๆ โดยที่ยังไม่ทราบความจริง และไม่กล่าวหาซึ่งกันและกัน เพราะว่าศัตรูที่แท้จริงของทุกคนคือทุ่นระเบิด #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#วางกับระเบิดของกัมพูชาในเขตแผ่นดินไทย#วางกับระเบิด#ทหารไทย#รัฐบาลแพทองธาร#กองทัพภาค2#ชายแดนไทยกัมพูชา#พลโทบุญสิน_พาดกลาง#สนธิสัญญาออตตาวา
เป็นความคืบหน้ากรณีกำลังพลลาดตระเวนรักษาความสงบในพื้นที่ช่องบก ก่อนเหยียบกับระเบิด ทำให้ได้รับบาดเจ็บ 3 นาย จากนั้นกองทัพภาคที่ 2 ส่งหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดและหน่วยพิสูจน์หลักฐานลงพื้นที่จุดเกิดเหตุเข้าไปเก็บหลักฐานเพิ่มเติม โดยพบว่า 80% พบเป็นระเบิดวางใหม่ ไม่ใช่ของเก่า ขณะที่พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อรายงานผู้บังคับบัญชาและดำเนินการในขั้นตอนอื่นต่อไป สำหรับกรณีที่ทางกัมพูชา กล่าวอ้างไม่ได้เป็นผู้วางระเบิด พร้อมตั้งข้อสังเกตุว่าพื้นที่ถูกวางระเบิดเป็นพื้นที่ฝ่ายไทยนั้น พลโทบุญสินเรียกร้องให้กัมพูชานำหลักฐานมายืนยันกับฝ่ายไทย อย่างไรก็ตามกองทัพภาคที่ 2 เตรียมแถลงข่าวเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงให้ประชาชนรับทราบต่อไป และวันนี้พลโทบุญสิน จะลงพื้นที่ตรวจความเรียบร้อบปราสาทตาเมือนธม จ.สุรินทร์อีกด้วย สำหรับการดำเนินการขั้นตอนต่อไปนั้น หากพิสูจน์ทราบว่าเป็นกับระเบิดใหม่ ก็จะถือว่าละเมิดอนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล (Anti-Personnel Mine Ban Convention) หรือสนธิสัญญาออตตาวา (Ottawa Treaty) ซึ่งห้ามการใช้ระเบิดสังหารบุคคลทั่วโลก เพราะเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนและสร้างความเสียหายให้กับประชาชนจำนวนมาก โดยไทยให้สัตยาบันต่ออนุสัญญานี้เมื่อปี 1998 และกัมพูชาก็เป็นภาคีของอนุสัญญานี้ และให้สัตยาบันตั้งแต่ปี 1999 ซึ่งอาจชงเรื่องให้ที่ประชุมออตตาวาที่จัดขึ้นในต้นเดือนสิงหาคม #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#วางกับระเบิดของกัมพูชาในเขตแผ่นดินไทย#วางกับระเบิด#ทหารไทย#รัฐบาลแพทองธาร#กองทัพภาค2#ชายแดนไทยกัมพูชา#พลโทบุญสิน_พาดกลาง#สนธิสัญญาออตตาวา
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยกับสื่อมวลชนถึงความคืบหน้าคดีสำคัญในวงการสงฆ์ ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินคดีในทางอาญาต่อพระชั้นผู้ใหญ่ที่มี สมณศักดิ์สูงกว่าพระในคดีสีกากอล์ฟ โดยยืนยันว่าแม้เป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับสีกาเช่นกัน แต่เป็น คนละกรณีโดยสิ้นเชิง “เรื่องนี้มีการร้องเรียนเข้ามา ผ่าน ‘ศูนย์ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา’ ว่ามีพระระดับสูงทุจริตเงินบริจาคสร้างศาสนสถาน มูลค่าหลายร้อยล้านบาท ซึ่งยังไม่แล้วเสร็จ อีกทั้งยังมีพฤติกรรมที่เข้าข่ายปาราชิก” — พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า ปฏิบัติการสืบสวนเริ่มขึ้นได้ระยะหนึ่งแล้ว และอยู่ในขั้นตอน รวบรวมพยานหลักฐานอย่างรัดกุม เพื่อเตรียมดำเนินคดีอาญา โดยเฉพาะกรณีที่เข้าข่าย ความผิดทั้งทางวินัยสงฆ์และทางกฎหมายอาญา แม้ยังไม่สามารถเปิดเผยชื่อวัดหรือพระรูปที่เกี่ยวข้องได้ในขณะนี้ แต่รอง ผบช.ก. ยืนยันว่า “การตรวจค้นและดำเนินการกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด จะเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้ และจะมีความคืบหน้าชัดเจนแน่นอน” ทั้งนี้ คดีดังกล่าวถือเป็นอีกหนึ่งระลอกคลื่นของ “เอฟเฟกต์สีกา” ที่กำลังเขย่าวงการสงฆ์ไทยอย่างต่อเนื่อง หลังจากกรณีสีกากอล์ฟนำไปสู่การสึกของพระชั้นผู้ใหญ่ 13 รูป และพระบรมราชโองการยกเลิกสมณศักดิ์ 81 รูป #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#วงการสงฆ์#วงการผ้าเหลือง#สีกากอล์ฟ#ผิดวินัยสงฆ์#สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ#สงฆ์ผิดเสพเมถุนติดคุก#จรูญเกียรติปานแก้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2568 นาวาตรีสุธรรม ระหงษ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตผู้อำนวยการพรรค ได้ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์อย่างเป็นทางการ ส่งผลให้พ้นจากทุกตำแหน่งในพรรคโดยอัตโนมัติ การตัดสินใจลาออกในครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลัง น.ต.สุธรรมมีความเห็นต่างกับคณะผู้บริหารพรรค กรณีการเสนอชื่อบุคคลดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ซึ่งเจ้าตัวเคยออกมาระบุว่า “ไม่ได้ดำเนินการตามข้อบังคับพรรคอย่างถูกต้อง” ที่ผ่านมา น.ต.สุธรรม เป็นหนึ่งในผู้บริหารพรรคไม่กี่รายที่กล้าแสดงความเห็นต่อกระบวนการภายในพรรคอย่างเปิดเผยและตรงไปตรงมา โดยก่อนหน้านี้ได้ลาออกจากตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่มีนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรค เป็นรัฐมนตรี ————————- อดีต ส.ส. 3 สมัย สะท้อนแรงสั่นในพรรคเก่าแก่ น.ต.สุธรรม เคยได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 3 สมัย และเคยดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีในหลายกระทรวง รวมถึงเคยมีบทบาทในฐานะผู้อำนวยการพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นผู้ดูแลกลไกภายในพรรคอย่างใกล้ชิดตลอดหลายปี การลาออกของเขาสร้างแรงสั่นสะเทือนในพรรคประชาธิปัตย์ ที่ขณะนี้กำลังเผชิญกับกระแสความไม่พอใจจากสมาชิกพรรค และผู้สนับสนุนต่อแนวทางการบริหารของกรรมการบริหารชุดปัจจุบัน ท่ามกลางการทยอยลาออกที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง ——————- ปชป.ยังเงียบ ไร้มาตรการแก้ปัญหาภายใน จนถึงขณะนี้ ผู้บริหารพรรคประชาธิปัตย์ยังไม่มีคำชี้แจงอย่างเป็นทางการ หรือท่าทีใดว่าจะมีมาตรการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งภายใน หรือปรับโครงสร้างเพื่อรับมือกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงภาวะผู้นำ และความโปร่งใสในการบริหาร #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#เที่ยงเปรี้ยงปร้าง#รัฐบาลแพทองธาร#ประชาธิปัตย์
โชว์ใบเสร็จ 2.4 ล้าน มัดชั้น 14 รพ.ตำรวจ — ลั่นศาลต้องรู้ใครสั่งให้ไม่ติดคุก 18 กรกฎาคม 2568 — ที่ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถ.ราชดำเนินใน มีการไต่สวนคดีหมายเลขดำที่ บค.1/2568 เป็นครั้งที่ 5 เพื่อพิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการบังคับโทษคดีถึงที่สุดของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งถูกคุมขังแต่พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจนานถึง 181 วัน ก่อนเริ่มการไต่สวน นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต ส.ส.ประชาธิปัตย์ ได้เดินทางมาที่ศาล พร้อมแสดง ใบเสร็จค่ารักษาพยาบาลของนายทักษิณ ที่โรงพยาบาลตำรวจ ชั้น 14 ระหว่างวันที่ 4 ก.ย. 2566 ถึง 19 ก.พ. 2567 รวม 26 รายการ เป็นเงิน 2,475,276 บาท ต่อหน้าสื่อมวลชน “ใครไปบังคับให้นายทักษิณให้นอนโรงพยาบาลถึง 181 วัน ถ้านายทักษิณไม่สั่งพวกนี้ทำ” — ชาญชัย กล่าว ⸻ “ไม่ใช่กฎหมายพิเศษ — แต่นี่คือการละเมิดคำพิพากษา” นายชาญชัยระบุว่า สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่การใช้ “กฎหมายพิเศษ” แต่เป็นการหลีกเลี่ยงการบังคับโทษตามคำพิพากษาของศาล พร้อมยืนยันว่าเอกสารทั้งหมดได้มาโดยชอบด้วยกฎหมาย และจะนำส่งต่อศาลอีกครั้งในวันที่ 25 กรกฎาคมนี้ “นายทักษิณเป็นคนฆ่าคนอื่นทั้งเป็น ไม่มีใครบังคับให้ทำเรื่องนี้ นายทักษิณคือ ‘ตัวการ’ ผมไม่ได้มาเพื่อการเมือง ผมมาในนามประชาชน ที่อยากให้ความจริงปรากฏ และบ้านเมืองสงบ” เขาระบุด้วยว่า มี “4 ความวิบัติ” ที่กำลังจะเกิดกับทักษิณคือ คำให้การเท็จ การสั่งการแฝง การใช้เอกสารเท็จ และการละเมิดอำนาจศาล ⸻ “หมอตุลย์” เสริมแรง — วิกฤตไม่ใช่แค่ “ทักษิณ” แต่คือพยานที่โกหกศาล นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ อาจารย์แพทย์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งร่วมเข้าฟังการไต่สวนครั้งนี้ด้วย…
