Author: Writer Publisher

นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานที่ปรึกษาพรรคไทยภักดี และผู้ติดตามคดีของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกมาวิเคราะห์ถึงคดี ม.112 ที่นายทักษิณเป็นจำเลย จากเดิมกำหนดพยาน 14 ปาก แต่ก็มาตัดเองเหลือเพียง 3 ปาก โดยอ้างเหตุผลพยานโจย์และจำเลยเพียงพอ โดยพยานจำเลย 3 ปาก คือนายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี นายธงทอง จันทรางศุ อดีตปลัดกระทรวงยุติธรรม และนายทักษิณ ซึ่งศาลได้นัดฟังคำพิพากษา คดีนี้ วันที่ 22 สิงหาคม ทำให้นายแพทย์วรงค์บอกแปลกใจทำไมฝ่ายจำเลย จึงลดพยานเหลือเพียง 3 ปาก สิ่งที่สงสัยคือเพื่อให้การตัดสินคดีเร็วขึ้นหรือไม่ เพราะเมื่อเทียบกับคดีชั้น14 ซึ่งศาลฎีกาไต่สวนยังเหลืออีก 3 นัด โอกาสที่ศาลฎีกาจะมีคำพิพากษาถ้าวิเคราะห์แล้ว น่าจะหลังจากคดี ม.112 นายแพทย์วรงค์บอกถ้าพิจารณาความเสี่ยงจากคดี โอกาสที่คดี ม.112 ผลจะออกมาเป็นคุณต่อนายทักษิณมากกว่าคดีชั้น14 เพราะคดีชั้น 14 เท่าที่ติดตามการไต่สวน แทบจะหาประเด็นหักล้าง และเป็นคุณต่อนายทักษิณยากมาก หากเป็นเช่นนี้ นายทักษิณก็จะหลุดจากเงื่อนไข ห้ามออกนอกประเทศจากคดี ม.112 “สิ่งที่น่าติดตาม ก่อนถึงวันที่จะต้องฟังคำพิพากษาคดีชั้น 14 เราอาจจะได้เห็นคนบางคน บินไปต่างประเทศเพื่อทำธุระ หรือไปให้คำปรึกษากับประธานอาเซียน ไปแล้วอาจจะไม่กลับเมืองไทยก็ได้ เพราะถ้ากลับมา ช่องทางธรรมชาติด้านเขมรนั้นปิดไปหมดแล้ว” นายแพทย์วรงค์กล่าวปิดท้าย #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#เที่ยงเปรี้ยงปร้าง#รัฐบาลแพทองธาร#ทักษิณชินวัตร#จริยธรรมนายก#วรงค์เดชกิจวิกรม#คดี112#ชั้น14

Read More

นายสมชาย แสวงการ อดีตประธานคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนฯ วุฒิสภา เรียกร้องเรื่องนี้กับรัฐบาลไทย หลังทหารไทยได้รับบาดเจ็บจากเหตุเหยียบกับระเบิดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ด่านช่องบก จังหวัดอุบลราชธานี โดยระบุ รัฐบาลไทยอย่าเพิกเฉยกับการวางกับระเบิดของกัมพูชา หากเป็นการวางใหม่ นั่นก็เท่ากับว่ากัมพูชาละเมิดอนุสัญญาออตตาวาซึ่งทางการไทยควรเก็บหลักฐานและดำเนินการทางการทูต ไม่ปล่อยไปเฉย ๆ ทั้งนี้ ในระดับนานาชาตินั้นมีอนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล (Anti-Personnel Mine Ban Convention) หรือสนธิสัญญาออตตาวา (Ottawa Treaty) ซึ่งห้ามการใช้ระเบิดสังหารบุคคลทั่วโลก เพราะผลกระทบของทุ่นระเบิดเหล่านี้ส่งผลต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนและสร้างความเสียหายให้กับประชาชนจำนวนมาก โดยไทยให้สัตยาบันต่ออนุสัญญานี้เมื่อปี 1998 และกัมพูชาก็เป็นภาคีของอนุสัญญานี้ และให้สัตยาบันตั้งแต่ปี 1999 เช่นกัน ดังนั้นถ้ากัมพูชาใช้กับระเบิด สิ่งที่กองทัพไทยควรทำก็คือเก็บหลักฐานทั้งภาพถ่าย ตำแหน่งที่พบ รวมถึงเก็บกู้กับระเบิดเหล่านั้นและเก็บไว้เป็นหลักฐานเพื่อดำเนินการทางการทูตต่อไป เพราะการละเมิดสนธิสัญญาออตตาวา ไม่ต้องขึ้นศาลโลกหรือไม่ถูกบังคับด้วยกฎหมายระหว่างประเทศอื่น ๆ แต่สามารถนำไปใช้เพื่อผลในการกดดันทางการทูตได้ นายสมชายให้ข้อมูลด้วยว่า ชาติภาคีของสนธิสัญญาออตตาวา จะจัดประชุมขึ้นทุกปี โดยปีนี้จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-5 สิงหาคมที่เจนิวา ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ดังนั้น หากไทยสามารถแสดงหลักฐานต่าง ๆ ว่ากัมพูชาละเมิดสนธิสัญญานี้ในการประชุม ก็จะสามารถนำไปดำเนินการทางการทูตตามที่เห็นสมควรต่อได้ อย่างน้อยที่สุดคือการทำให้ที่ประชุมระบุว่ากัมพูชาเป็นประเทศที่ละเมิดสนธิสัญญาออตตาวา #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#วางกับระเบิดของกัมพูชาในเขตแผ่นดินไทย#วางกับระเบิด#ทหารไทย#รัฐบาลแพทองธาร#ฮุนเซน#ชายแดนไทยกัมพูชา#ความสัมพันธ์ไทยกัมพูชา#สนธิสัญญาออตตาวา

Read More

คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ส่วนกลาง ชุดที่ 26 ซึ่งเป็นการทำงานระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่มี ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. เป็นประธาน สรุปสำนวนการสอบสวนประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการฮั้วเลือก สว. 2567 และมีมติเสนอ กกต. เห็นควรดำเนินคดีต่อผู้ถูกกล่าวหา 229 ราย แบ่งเป็น สว.138 คน กรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย และเครือข่าย 91 ราย ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา 2561 มาตรา 70 ประกอบ มาตรา 36 มาตรา 62 มาตรา 76 และ มาตรา 77 (1) โดยเห็นว่า การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาดังกล่าว เข้าข่ายมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า ทำให้ได้รับเลือกมาเป็นสว.โดยไม่สุจริต เที่ยงธรรม และขัดรัฐธรรมนูญ ที่ว่า สว.ต้องไม่ฝักใฝ่หรือยอมตนอยู่ใต้อาณัติของพรรคการเมืองใดๆ ซึ่งข้อหาดังกล่าวหากไปถึงชั้นการพิจารณาของที่ประชุม กกต.และมีมติเห็นพ้องด้วย อาจนำไปสู่การร้องต่อ กกต. ขอให้เสนอศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรค ทั้งนี้สำนวนคดีดังกล่าว จะถูกเสนอเข้าสู่กระบวนการของสำนักงาน กกต. ส่วนกลาง จากนั้นจะดำเนินการวิเคราะห์สำนวนและจัดทำความเห็นตามลำดับจนถึงเลขาธิการ กกต. หรือ รองเลขาธิการ กกต.ที่ได้รับมอบหมาย ซึ่งนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. จะมอบหมายให้รองเลขาธิการ กกต. เพราะเป็นผู้อำนวยการการเลือก สว.ระดับประเทศ ถือได้ว่าเป็นผู้มีส่วนได้เสีย #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#อนุกกต#คดีฮั้วสว#พรรคภูมิใจไทย#ส่อยุบพรรค#กกต

Read More

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ชี้แจงเรื่องนี้ผ่านการตอบกระทู้ถามสด 3 ประเด็นทั้งความคืบหน้า พ.ร.บ.ส่งเสริมการใช้พลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ กฎหมายปรับโครงสร้างราคาน้ำมัน และแผนการบริหารพลังงานลดค่าครองชีพประชาชน โดยร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการใช้พลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนสามารถผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์เพื่อใช้เอง ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ติดต่อหน่วยงานของรัฐได้สะดวกยิ่งขึ้น และรวดเร็วในการติดตั้งโซลาร์เซลล์ของประชาชน หลังต้องขออนุญาตติดตั้งโซลาร์เซลล์ผ่านหน่วยงานภาครัฐ 4 แห่ง ทั้งนี้กระทรวงพลังงานส่งร่างกฎหมายไปที่สำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเพื่อรอบรรจุเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีคาดว่าภายในเดือนนี้ ก่อนเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรต่อไป ส่วนกฎหมายปรับโครงสร้างราคาน้ำมัน นายพีระพันธุ์ชี้แจงว่า พระราชบัญญัติค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2543 ไม่ได้บัญญัติเรื่องการควบคุมการค้าน้ำมันของผู้ค้าน้ำมัน ทำให้เกิดปัญหาการขึ้นราคา และที่ผ่านมากระทรวงพลังงานขอความร่วมมือ ไม่สามารถกำหนดได้ เนื่องจากไม่มีกฎหมายรองรับ จึงยกร่างกฎหมายที่จะกำกับดูแลผู้ค้าน้ำมันเชื้อเพลิง ว่าต้องดำเนินการ และกำหนดราคาขายอย่างไร เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อประชาชนมากที่สุด ซึ่งคาดว่ากฎหมายจะเสร็จภายในเดือนนี้ และจะนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีต่อไป ส่วนแผนการบริหารพลังงานและนโยบายของกระทรวงพลังงานเพื่อช่วยเหลือประชาชนนั้น นายพีระพันธุ์ชี้แจงว่าได้มีมติแต่งตั้งให้คณะกรรมการจัดทำแผนพัฒนาพลังงานไฟฟ้า หรือ แผน PDP  เพื่อกำหนดกรอบการผลิตและการใช้ไฟฟ้าในประเทศไทยขึ้นมาใหม่ โดยจะสำรวจพลังงานทดแทนทุกประเภทว่ามีขีดความสามารถในการผลิตไฟฟ้าเท่าใด และให้เน้นผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนเป็นลำดับแรก เพราะที่ผ่านมา การเพิ่มโรงไฟฟ้าชีวมวลที่ใช้ขยะและเศษวัสดุทางการเกษตรในการผลิตไฟฟ้าไม่สามารถขยายขีดความสามารถเพิ่มเติมได้  เนื่องจากปัจจุบันโรงไฟฟ้าชีวมวลมีครบตามแผน PDP แล้ว #ThePublisherTH #สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม #พลังงานไฟฟ้า #ไฟฟ้ายั่งยืน #ค่าแพงเป็นธรรม #พลังงานหมุนเวียน #NetZero #NetBilling #พลังงานสะอาด #พีระพันธุ์สาลีรัฐวิภาค

Read More

“ไม่มีประเทศไหนเจรจาการค้าสำคัญแบบนี้ โดยไม่มีผู้นำไปคุยด้วยตัวเอง” — รศ.ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช ผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจระหว่างประเทศและอาเซียน เรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์ในรายการ “เที่ยงเปรี้ยงปร้าง” ดำเนินรายการโดย “สมจิตต์ นวเครือสุนทร” ⸻ ไทยไร้ผู้นำ–ทีมอ่อน ทำดีลภาษีสหรัฐฯ ส่อแววล่ม รศ.ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช สรุป blunt & clear ถึงสาเหตุสำคัญที่ดีลภาษีระหว่างไทยกับสหรัฐฯ อาจไม่สามารถจบสวยได้ว่า “เราไม่มี ‘ผู้นำ’ ไปคุยกับ “ทรัมป์” ไม่มีประเทศไหนเจรจาโดยไม่มีผู้นำไปคุยด้วยตัวเอง” เวียดนามและอินโดนีเซียต่างส่งผู้นำระดับสูงเข้าพบโดนัลด์ ทรัมป์โดยตรง ขณะที่ไทยใช้ “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง” เป็นหัวหน้าคณะเจรจา ซึ่งไม่ตรงสายงาน ไม่ใช่ counterpart และไม่ใช่บุคคลระดับที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะเลือกจับมือด้วย “นายกฯ ตัวจริง (แพทองธาร) หยุดปฏิบัติหน้าที่ นายกฯ รักษาการ (ภูมิธรรม) ไม่รู้มีอำนาจจริงหรือเปล่า ทักษิณไม่มีตำแหน่งใดเลยในทางการทูต แล้วสหรัฐฯ จะคุยกับใคร?” ⸻ ดีลนี้ไม่ใช่แค่การค้า แต่คือยุทธศาสตร์รัฐต่อรัฐ ในมุมของสหรัฐฯ ภาษีรอบใหม่ไม่ใช่แค่ “ดีลการค้า” แต่เป็นเครื่องมือจัดสมดุลภูมิรัฐศาสตร์: • อินโดนีเซียจบดีลเพราะเสนอทองแดงและแร่หายาก แทนการนำเข้าจากจีน • เวียดนามได้ฐาน AI และเข้าร่วมยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง • ไทย…ยังหาความเชื่อมโยงกับสิ่งที่สหรัฐฯ ต้องการไม่เจอ “เรามีแต่ลำไยกับผ้าบาติก — เสนอให้เขานำเข้า 0% แต่สินค้าเหล่านี้เขาไม่สนใจเลย ไม่ว่าเราจะลด 0% ไปกี่หมื่นรายการ แต่ถ้าไม่ตรงโจทย์ที่สหรัฐฯ ต้องการปริมาณก็ไม่มีความหมาย ต้องพูดถึงมูลค่าการนำเข้ามากกว่า” ⸻ ข้อเสนอไทยไม่ตอบโจทย์–ระบบไม่พร้อม–ทีมไม่แข็ง แม้ไทยจะเสนอให้เปิดนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ ที่ภาษี 0% กว่า 90% ของรายการสินค้า แต่ รศ.ดร.อัทธ์ ชี้ว่าสหรัฐฯ มอง “มูลค่ามากกว่าปริมาณ” “เวียดนามเสนอ 0% เหมือนกัน แต่ตรงจุด ตรงสินค้า ตรงยุทธศาสตร์ ส่วนของไทยคือเทหมดหน้าตักแบบไม่มียุทธศาสตร์” ทีมเจรจาไทยยังขาดคนสำคัญหลายกระทรวง เช่น •…

Read More

“บทเพลง 144 เริ่มบรรเลงแล้ว” ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องปมงบประมาณ 2569 สะเทือนรองประธานสภาฯ วันที่ 17 กรกฎาคม 2568 — คำนูณ สิทธิสมาน อดีตสมาชิกวุฒิสภา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “บทเพลง 144 เริ่มบรรเลงแล้ว!” หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งรับคำร้องกรณีการกล่าวหาว่ามีการกระทำความผิดตาม รัฐธรรมนูญมาตรา 144 วรรคสอง เกี่ยวข้องกับกระบวนการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2569 กรณีนี้เกิดจาก ส.ส. พรรคประชาชนเข้าชื่อยื่นคำร้องตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญ โดยอ้างว่า “มีบุคคลมีส่วนในการใช้งบประมาณรายจ่าย ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม” ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์รับคำร้องไว้พิจารณาเฉพาะประเด็นงบประมาณปี 2569 ที่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการวิสามัญ ขณะที่กรณีของปีงบประมาณ 2568 ซึ่งมีผลบังคับใช้แล้วนั้น ศาลเห็นว่า ไม่อยู่ในบังคับของมาตรา 144 วรรคสาม คำนูณระบุว่า คดีนี้แม้จะร้องเฉพาะ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนหนึ่ง แต่ก็ถือเป็นคดีสำคัญ เพราะหากศาลมีคำวินิจฉัยในอีก 15 วันข้างหน้า อาจต้องพิจารณาว่า การกระทำตามมาตรา 144 วรรคสองที่ว่าด้วย “การเสนอ การแปรญัตติ หรือการกระทำด้วยประการใด ๆ” จะมีผลลงโทษเฉพาะบุคคลหรือไม่ เขายังชี้ว่า ขณะนี้มีคำร้องอีกคดีหนึ่งที่ยังไม่ถึงศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งอิงฐานความผิดตาม มาตรา 144 วรรคหนึ่ง โดยเป็นกรณีการแปรญัตติเพื่อตัดงบประมาณไปใช้คืนเงินกู้ และมีการยื่นผ่าน ป.ป.ช. ตามช่องทางของวรรคสี่ ซึ่งเกี่ยวพันกับทั้ง ส.ส., ส.ว., กรรมาธิการ และคณะรัฐมนตรี คดีหลังแม้จะยังไม่เข้าสู่ศาล แต่คดีแรกที่ศาลรับไว้ในวันนี้ ก็เพียงพอจะกล่าวได้ว่า “บทเพลง 144 เริ่มบรรเลงแล้ว” อ่านโพสต์ต้นฉบับของคำนูณได้ที่นี่: facebook.com/share/p/1BjuQyF5Xy #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#เที่ยงเปรี้ยงปร้าง#รัฐบาลแพทองธาร#มาตรา144#ล้างกระดานการเมือง#วินัยการเงินการคลัง#โยกงบผิดรัฐธรรมนูญ#สสสวพ้นจากตำแหน่ง#ทางออกการเมืองไทย#การเมืองไทย#ยุบสภา

Read More

เป็นกรณีที่ พ.ต.ท.สมภพ บัวเทศ กล่าวหา นางขนิษฐา หรือ ดร.นิด ว่ากระทำความผิดร่วมกันนำเอกสาร ซึ่งเป็นข้อสอบของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ออกไปจากการครอบครอง เกิดความเสียหายแก่คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยวันนี้นายไตรรงค์ ตันทสุข ทนายความ ผู้ต้องหา ยื่นหนังสือถึง พล.ต.ต.ศริวัฒน์ ดีพอ ผู้บังคับการกองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรม ทางเทคโนโลยี 1 ในฐานะผู้บังคับบัญชาต้นสังกัด และพนักงานสอบสวนผู้เกี่ยวข้อง ขอให้สั่งยุติการสอบสวนที่ไม่ชอบด้วยกฏหมาย และเอาผิดว่าที่ ร.ต.หญิง ชญณิพัฒน์ หรือ นางสาวคัท เจ้าหน้าที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมส่งสำนวนคดีให้ สน.ปทุมวัน โดยระบุว่าตั้งแต่มีการกล่าวหา นางขนิษฐาขโมยข้อสอบจากจุฬาลงกรณ์ จนถึงวันนี้ยังถือเป็นผู้บริสุทธิ์ไม่ได้กระทำความผิดดังที่ถูกกล่าวหา และยังไม่มีข้อเท็จจริง พยานหลักฐานยืนยันว่ากระทำความผิดนั้นเกิดขึ้น นอกจากนี้ พ.ต.ท.สมภพ ผู้กล่าวหา ไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรง รวมถึงนางสาวคัท ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีหน้าที่ควบคุมดูแลเอกสารข้อสอบ ก็ไม่ได้ยืนยันว่า นางขนิษฐาเป็นผู้นำเอาเอกสารข้อสอบไปจากการครอบครองของนางสาวคัท และหรือคณะนิติศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย “แต่ผู้กล่าวหากลับสรุปข้อเท็จจริงไปตามความคิดเห็นของตนเอง ปราศจากพยานหลักฐานทั้งสิ้น และพนักงานสอบสวนก็ทำการสอบสวนไป โดยไม่มีอำนาจที่จะกระทำได้ จึงเป็นผลให้การสอบสวนเกิดข้อบกพร่องไม่ชอบด้วยกฎหมาย และไม่เป็นธรรมแก่นางขนิษฐา เมื่อไม่ปรากฎคดีมีพยานหลักฐานยืนยัน คดีนี้ย่อมไม่มีมูลความผิด” พร้อมระบุว่าในการสอบสวนของพนักงานสอบสวนคดีนี้ ยังได้กระทำไปโดยไม่ชอบ และไม่มีอำนาจในการสืบสวนคดี รวมถึงข่มยืนใจบังคับขู่เข็ญว่า จะทำให้นางขนิษฐา สิ้นอิสระภาพ ด้วยการถอนประกันและกักขังหน่วงเหนี่ยว ซึ่งการกระทำอันฝ่าฝืนกฎหมายดังกล่าว นางขนิษฐา ได้แจ้งความฟ้องต่อศาลอาญาแล้ว พฤติการณ์ทั้งหมดจึงขอให้ ผู้การ สอท.1 และพนักงานสอบสวน ได้ยุติการสอบสวน และมีคำสั่งไม่ฟ้องคดี นางขนิษฐา และส่งสำนวนคดีไปยังสถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน อันเป็นท้องที่เกิดเหตุคดีนี้โดยเร็ว พร้อมกับดำเนินคดี ว่าที่ ร.ต.หญิงชญณิพัฒน์ หรือ นางสาวคัท และแจ้งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยภายในกำหนด 7 วัน หากยังเพิกเฉยหรือเจตนาไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย จะต้องดำเนินคดี ทั้งทางอาญาและทางแพ่ง จนกว่าดดีจะถึงที่สุด #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#ดรนิด#คดีขโมยข้อสอบจุฬา

Read More

โดนทั้งพ่อทั้งลูก—พ่อมีสิทธิติดคุก ลูกมีสิทธิพ้นตำแหน่ง จะปลดล็อกประเทศไม่ต้องฟังวิสัยทักษิณ แค่ทักษิณไม่อยู่ในสมการประเทศไทยก็ปลดล็อกชาติได้แล้ว” —นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ นักกฎหมาย เรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์ในรายการ “เที่ยงเปรี้ยงปร้าง” ดำเนินรายการโดย “สมจิตต์ นวเครือสุนทร” ⸻ ปลายทางคดี: ไม่สวยทั้งบ้าน นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ฟันธงตรง ๆ ว่า “ทั้งแพทองธารและทักษิณจะถูกตัดสินว่าผิดทั้งคู่ โดนทั้งพ่อทั้งลูก พ่อมีสิทธิติดคุก ลูกมีสิทธิพ้นตำแหน่ง…ในสมการของประเทศนี้ต้องเอาคนตระกูลนี้ออก ประเทศถึงจะเดินไปได้” เขามองว่าเหตุวุ่นวายทางการเมืองวันนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องคลิปเสียง แต่คือผลสะเทือนจาก “ตระกูลฮุน” กับ “ตระกูลชิน” ที่ทะเลาะกัน แล้วประชาชนต้องรับกรรมไปด้วย ⸻ คลิปเสียงที่กระทบ “ทุกดอก” ตอกลิ่มผิดจริยธรรมร้ายแรง นิพิฏฐ์ยืนยันว่า คำพูดของแพทองธารในคลิปเสียงเข้าข่ายผิดจริยธรรมร้ายแรงข้อ 6 แบบครบถ้วน “บอกจะถูกไล่ไปเป็นนายกฯ กัมพูชา — เสียเกียรติภูมิชาติ บอกอยู่ตรงข้ามทหาร — กระทบความมั่นคง บอกอยากได้อะไรเดี๋ยวจัดให้ — นั่นคือผลประโยชน์ของชาติ” และเมื่อคลิปหลุด ก็เกิดการชุมนุมทั่วประเทศ ยิ่งตอกย้ำผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน “ความเห็นส่วนตัวผมคิดว่าหนีไม่ออกตรงทุกดอก แล้วคงบอกว่าไม่ผิดไม่ได้” ⸻ ชี้กฎหมายเบี้ยวเพราะ “ฝักฝ่าย” นิพิฏฐ์วิเคราะห์ว่า เหตุที่ทีมกฎหมายของแพทองธาร โดยเฉพาะชูศักดิ์ ศิรินิล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เห็นว่าไม่ผิด เป็นเพราะ “มีส่วนได้เสียในตำแหน่งแห่งหน” จึงขาดความเป็นกลาง “คนวินิจฉัยข้อกฎหมายต้องใจเป็นกลาง เหมือนความยุติธรรมในห้องมืด…ต้องปิดตาไม่เห็นว่าใครเป็นใคร แต่ถ้ามีผลประโยชน์ส่วนตัว ความเห็นทางกฎหมายก็เบี่ยงเบน วันนี้ผมอาจเป็นหัวล้านนอกครู เห็นต่างจากอาจารย์ชูศักดิ์ที่เคยสอนกฎหมายผม” ⸻ ทักษิณ: ไม่มีกัลยาณมิตร มีแต่ “ไทรที่เกาะต้นตาล” นิพิฏฐ์พูดถึงความเปราะบางของทักษิณว่า “วันนี้ทักษิณไม่มีกัลยาณมิตร ฮุน เซนเคยเป็น ก็ไม่ใช่อีกต่อไปแล้ว คนใกล้ชิดทักษิณจับจริตเขาได้ว่าชอบแบบไหน แต่สุดท้ายคนใกล้ชิดฉลาดกว่า เพราะในขณะที่ทักษิณเร่ร่อน คนใกล้ชิดบางคนเป็นรัฐมนตรีตลอดปี ตลอดชาติ ในวันทักษิณต้องติดคุก คนเหล่านั้นก็ยังอยู่ดีมีสุข” เขาเปรียบเทียบว่า “บางคนเกาะทักษิณเหมือนไทรเกาะต้นตาล — ตาลตาย ไทรอยู่รอด” และตอกย้ำว่า “รมต.ที่เกาะเกี่ยวทักษิณนอนหลับฝันดี ยกเว้นทักษิณคนเดียวที่ขวัญผวากลัวติดคุกทุกวัน” ⸻…

Read More

สาระสำคัญในเอกสารของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น หรือ สถ.คือการชี้แจงโครงการและขอรับจัดสรรงบประมาณตามแผนขับเคลื่อนเศรษฐกิจ 157,000 ล้านบาท ที่ถูกฝ่ายการเมืองหาว่า อปท.ได้รับการจัดสรรในสัดส่วนที่ไม่เหมาะสมและกระจุกตัวอย่างไม่เป็นธรรมว่า ได้ดำเนินการตามขั้นตอน ผ่านความเห็นชอบตั้งแต่คณะรัฐมนตรี คณะกรรมการนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ กระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ รวมถึงรัฐมนตรี กระทรวงมหาดไทย ยังให้ สถ. รวบรวม และกลั่นกรองข้อเสนอโครงการของ อปท.ทั้งสิ้น 5,316 แห่ง จำนวน 27,494 โครงการ โดยนำแนวทางสำนักงบประมาณที่ให้เน้นโครงการคมนาคม 70,000 ล้านบาท โครงการด้านน้ำ 40,000 ล้านบาท คงเหลือวงเงินที่จัดสรรให้ อปท. 37,000 ล้านบาท โดยพบว่าคำของบประมาณเกิน 500 ล้านบาท 25 จังหวัด จังหวัดที่ขอมากที่สุดคือ จ.สุรินทร์ 100 อปท. 252 โครงการ 2 พันล้านบาท ส่วนที่ว่าบาง อบต.หรือ อบจ.ขอไม่ได้ หรือได้มา 1-3 ล้านบาท รวมถึงประเด็นพื้นที่บุรีรัมย์ สุรินทร์เพิ่มขึ้นเป็นร้อยล้านบาท บางแห่งได้ถึง 700 ล้านบาทนั้น สถ.ชี้แจงว่าได้พิจารณาถึงการกระจายตัวของงบประมาณ และคำขอตามหลักเกณฑ์ของสำนักงบประมาณ ซึ่งตรวจสอบแล้วไม่พบว่ามี อบต. หรือ อบจ.ใดได้รับงบประมาณถึง 700 ล้านบาทแต่อย่างใด ขณะที่มีบาง อบต.ขนาดเล็ก ได้รับงบประมาณ 60-70 ล้านบาท แต่บางพื้นที่ไม่จัดส่งงบประมาณลงไปเลยนั้น จากการตรวจสอบพบว่าจากคำขอของ อบต. 3,521 แห่งผ่านหลักเกณฑ์ของสำนักงบประมาณ และมีความพร้อมของรายการ และสถาน 1,571 แห่ง ซึ่งมี อบต.ที่ได้รับงบประมาณสูงสุด 169 ล้านบาท และมี อบต.ที่คำขอไม่ผ่านการพิจารณา 1,947 แห่ง เนื่องจากคำขอไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และไม่มีความพร้อม “สถ.ขอยืนยันว่าการดำเนินโครงการและขอรับจัดสรรงบประมาณ เพื่อดำเนินการตามแผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายใต้กรอบวงเงิน 157,000 ล้านบาทของ อปท. สถ.ได้พิจารณาอย่างเหมาะสมตามหลักเกณฑ์และแนวทางที่กำหนดแล้ว” นอกจากนี้ ยังได้แนบหนังสือจากผู้ว่าการการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่ส่งถึงอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น…

Read More

หลังลูกเพจ The Publisher สอบถามกรณีรัฐบาลเตรียมจัดงานนิทรรศการ WPT Prime Thailand Exhibition 2025 ซึ่งในงานจะมีการแข่งขัน โป๊กเกอร์ ชิงเงินรางวัลรวม 37 ล้านบาท โดยขายแพ็กเกจทัวร์ 7,000–37,000 บาท/คน แลกสิทธิ์เข้าแข่งขันโป๊กเกอร์ WPT Prime Thailand Exhibition ขณะรัฐบาล “หนุนเต็มตัว-ร่วมเต็มที่” จัดแข่งขันในกรุงเทพฯ นาน 14 วัน ทั้งที่กฎหมายยังห้าม เพราะถือเป็นการพนัน ดังนั้นจึงมองว่าเป็นการขายแพ็กเกจท่องเที่ยวแฝงหรือไม่ เรื่องนี้ The Publisher สอบถามไปยังนายสรวงค์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่ผู้จัดเข้ามาประสานจัดงานดังกล่าวตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยยืนยันไม่ได้จัดทัวร์เพื่อเล่นการพนันแต่เป็นนิทรรศการ หลังทั่วโลกยอมรับโป๊กเกอร์เป็นกีฬา และจะถูกบรรจุเป็นหนึ่งในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ที่ญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพ กระทรวงการท่องเที่ยวฯ จึงเตรียมเสนอกระทรวงมหาดไทยปลดล็อกโป๊กเกอร์ออกจากการพนัน จากนั้นจะประกาศเป็นกีฬา และจัดนิทรรศการดังกล่าว ด้านนายกฤษฏา ตันเทอดทิตย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ให้ข้อมูลไทม์ไลน์ว่าหลังกระทรวงการท่องเที่ยวฯ เสนอกระทรวงมหาดไทยปลดล็อกแล้ว ก็จะประกาศให้โป๊กเกอร์เป็นกีฬาเช่นเดียวกับ จีน ญี่ปุ่น เวียดนาม สิงคโปร์ และนักกีฬาโป๊กเกอร์ไทยสามารถฝึกซ้อมได้ในประเทศ ซึ่งจะถูกบรรจุในเอเชียนเกมส์ และซีเกมส์ตามลำดับ ส่วนการจัดนิทรรศการดังกล่าว และการแข่งขันชิงเงินรางวัล 37 ล้านบาท ก็จะเป็นเช่นเดียวกับการแข่งขันกอล์ฟ เทนนิส ชิงเงินรางวัล ไม่ได้นำเงินมาวางไว้บนโต๊ะเหมือนการพนัน หรือได้เงินจากการแทงหรือเล่นโป๊กเกอร์ ซึ่งเป็นคนละประเด็นกับกาสิNo ในเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ดังนั้นเมื่อกระทรวงมหาดไทยปลดล็อกแล้วก็จะประกาศเป็นหนึ่งในชนิดกีฬาทันที #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#โป๊กเกอร์พรางทัวร์#WPTPrimeThailand#กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา#TravelFunds#พนันแฝงท่องเที่ยว#กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา

Read More